พัทยาเดลีนิวส์

28 กุมภาพันธ์ 2560 :: 04:02:33 am 204831

รวบสาวขอนแก่นลักเงินเสี่ยเมืองเปอร์เซียในห้องพักโรงแรมพัทยา

รวบทันควันสาวขอนแก่นแสบร่วมกับเพื่อนที่หลบหนีลักเงินเสี่ยรับเหมาก่อสร้างเมืองเปอร์เซียในห้องพักโรงแรมกลางเมืองพัทยา ยังวิ่งหลบหนีขณะนำตัวเข้าโรงพัก เบื้องต้นปากแข็งปฏิเสธก่อนถูกส่งตัวเข้าห้องขัง
สนใจโฆษณา

พัทยา – วันที่ 27 ก.พ.60 ร.ต.อ.วุฒิกรณ์ ปลอดโปร่ง รอง สวป.สภ.เมืองพัทยา นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายตรวจรุดไปตรวจสอบเหตุหญิงไทยทะเลาะวิวาทกับนักท่องเที่ยวภายในโรงแรม B2 พัทยาใต้ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เมื่อไปถึงพบนักท่องเที่ยวชาวตะวันออกกลางและพนักงานของโรงแรมช่วยกันควบคุมตัว น.ส.ชนาภรณ์ เสือเฒ่า อายุ 23 ปี ชาวจังหวัดขอนแก่น เจ้าหน้าที่จึงนำตัวมาสอบสวนต่อยัง สภ.เมืองพัทยา

 

เมื่อมาถึงข้างโรงพัก ในช่วงจังหวะชุลมุน น.ส.ชนาภรณ์ ได้วิ่งหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจอาสาเมืองพัทยาได้วิ่งไปติดตามจับกุมตัวไว้ได้ ก่อนนำตัวขึ้นไปสอบสวน แต่ น.ส.ชนาภรณ์ ให้การปฏิเสธว่าไม่ได้ลงมือก่อเหตุ สาเหตุที่ทะเลาะกับนักท่องเที่ยวเนื่องมาจากชาวต่างชาติไม่ยอมจ่ายค่าตัวและตกลงค่าตัวกันไม่ได้จึงเกิดการทะเลาะวิวาทกันเกิดขึ้นเท่านั้น

 

ต่อมา Mr.Talebi Esfahani Mohammad อายุ 55 ปี นักท่องเที่ยวชาวอิหร่าน พร้อมตัวแทนของโรแรมได้เดินทางเข้าพบตำรวจเพื่อชี้ตัวผู้ต้องหา พร้อมเปิดเผยว่าได้เดินทางมาท่องเที่ยวเมืองพัทยาตั้งแต่วันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมา และในวันนี้ได้ชักชวน น.ส.ชนาภรณ์ มาที่ห้องพักเลขที่ 510 บริเวณชั้น 5 ของโรงแรม โดยมี น.ส.ชนาภรณ์ ได้ชวนเพื่อนอีกคนมาด้วย

 

ทั้งนี้ ตนเองได้นำเงินสดจำนวน 800 ดอลล่าร์สหรัฐฯ และเงินสกุลไทยอีกกว่า 9,000 บาท รวมทั้งหมดร่วม 4 หมื่นบาทเก็บไว้ในตู้เซฟ ก่อนเข้าห้องน้ำไปล้างหน้า เมื่อออกมาพบว่าทั้งสองคนมีการแบ่งเงินกันแต่ไม่ได้เอะใจ

 

03 04

 

เมื่อตรวจสอบตู้เซฟพบว่าถูกเปิดออกและเงินสดหายไปจึงรีบคว้าตัวผู้ก่อเหตุไว้ แต่ น.ส.ชนาภรณ์ ได้ส่งเงินให้เพื่อนและจับตนเองไว้ เพื่อให้เพื่อนได้วิ่งหนี จนเกิดการทะเลาะวิวาทกันในที่สุด

 

ขณะที่ น.ส.ชนาภรณ์ ได้กล่าวว่า Mr.Talebi ได้ชักชวนตนเองไปที่ห้อง จึงได้ชวน น.ส.ปริฉัตร ไทยสมัคร์ อายุ 46 ปี ซึ่งเป็นคนขอนแก่นที่รู้จักกัน เข้าในห้องเพื่อไปเป็นเพื่อน แต่ไม่ได้ก่อเหตุขโมยเงินของ Mr.Talebi แต่อย่างใด เนื่องด้วย Mr.Talebi ไม่จ่ายค่าตัวเพราะตกลงราคากันไม่ได้ จึงเอาเงินส่วนนั้นไปเท่านั้น และได้พยายามติดต่อ น.ส.ปริฉัตร เพื่อให้นำเงินมาคืน แต่ น.ส.ปริฉัตร ไม่กล้ามาเพราะเกรงจะถูกจับตัวไปด้วยอีกคน แต่ตนเองขอปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด

 

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อในคำให้การ เพราะมีตัวแทนของโรงแรมเป็นพยายานยืนยัน จึงได้ทำเรื่องส่งร้อยเวรเพื่อดำเนินคดีในความผิดฐานร่วมกันพวกที่หลบหนีลักทรัพย์ของผู้อื่น ส่วน น.ส.ปริฉัตร นั้น จะได้ทำการขออนุมัติหมายจับศาลจังหวัดพัทยาเพื่อทำการจับกุมตัวต่อไป

Reporter : ญาณวรุฒน์   Photo : ญาณวรุฒน์   Category : ข่าวอาชญากรรม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com