พัทยาเดลีนิวส์

05 พฤษภาคม 2557 :: 11:05:47 am 130915

รวบสาวแสบตระเวนเช่ารถหรู ′เชิดหนี-เรียกค่าไถ่′ 3 ปี 52 คัน

รวบสาวแสบตระเวนเช่ารถหรู พยายามทำตัวเข้าไปตีสนิทและไปเช่าเป็นประจำ จนล่าสุดเจ้าหน้าที่สามารถติดตามรถยนต์จากการติดระบบจีพีเอสและยึดรถยนต์มาได้ 16 คัน และยังเหลืออีก 36 คัน และทราบข้อมูลว่ารถยนต์ที่ยึดได้ผู้ร่วมขบวนการมอดรถเตรียมนำลงไปขายในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย
สนใจโฆษณา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มเจ้าของรถยนต์จากเต็นท์รถเช่าต่างๆ ใน จังหวัดภูเก็ตเดินทางมาดูตัวนางสุกัญญา จันทนารักษ์ อายุ 42 ปี ผู้ต้องหาในคดีร่วมกันลักทรัพย์ โดยใช้กลอุบายและกระทำผิดฐานยักยอกทรัพย์ ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตามหมายจับที่ จ.256/2555 สถานีตำรวจภูธรเชิงทะเล และอีกหลายหมายของ สถานีตำรวจภูธรฉลอง,เมืองภูเก็ตและสถานีตำรวจภูธรถลาง หลังจากที่ พ.ต.ท.สมหมาย อ่อนคำ หัวหน้าชุดสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต จับกุมได้ที่หน้าร้านทอง ถนนศรีสุนทร ตำบลเชิงทะเล เย็นวันที่4 พฤษภาคม

พนักงานสอบแจ้งว่าเนื่องจากตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมา นางสุกัญญา มีพฤติกรรมไปหลอกเช่ารถยนต์ที่มีราคาแพง ตามเต็นท์รถเช่า ในแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ทั่วเกาะภูเก็ต โดยเฉพาะรถยนต์โตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ ,ฮอนด้าซีอาร์วี ,ซีวิค และรถยนต์เก๋งต่างๆ โดยทำทีมเช่าต่อเนื่องเป็นเวลานาน 1 เดือนโดย ให้ราคาสูงถึง 20,000 -70,000 บาทและมี นางสาวสุภาลักษณ์ ครุฑมณี เป็นผู้ค้ำประกัน

หลังจากที่เช่าไปแล้วแล้ว กลับไม่มีการส่งคืนแต่มักจะนำรถยนต์คันที่เช่าส่งไปขายต่อทั้งในและประเทศเพื่อนบ้าน หรือเจ้าของเต็นท์รถเช่า บางรายยังถูกนางสุกัญญา โทรศัพท์มาเรียกค่าไถ่โดยตรง คือหากต้องการอยากได้รถยนต์คืน ต้องโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารพาณิชย์ มีการโอนเงินแล้ว ผู้เสียหายจะต้องไปจ่ายเงินค่าไถ่จากนายทุนคนที่นางสุกัญญา จันทนารักษ์ นำรถยนต์ไปจำนำไว้อีกต่างหาก

ผู้ประกอบการรถเช่าบางราย มีรถสูญหายไปในกระบวนการยักยอกทรัพย์ไปมากถึง 10 คัน เนื่องจากผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม พยายามทำตัวเข้าไปตีสนิทและไปเช่าเป็นประจำ คือ ในช่วงแรกขอเช่า 1-3 วันก่อนที่จะขอเช่าเป็นเดือน โดยอ้างว่าทำธุรกิจหลายอย่างและมีแขกมากเป็นต้นจากนั้นยังทยอยเข้ามาเช่าวันเว้นวันจากนั้นได้โอกาส ที่เจ้าของเต็นท์รถเช่าตายใจ จึงเชิดรถหนีไปหรือโทรศัพท์กลับมาที่เต็นท์รถเพื่อเรียกค่าไถ่รถยนต์

พ.ต.ท.สมหมาย อ่อนคำ หัวหน้าชุดสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเชิงทะเล กล่าวว่าหลังจากมารับได้ตรวจสอบดูคดีค้างเก่าต่างๆ และพบว่านางสุกัญญา เป็นผู้ต้องหาที่เคยจับในคดีการพนันเนื่องจากเป็นนักเล่นการพนันตัวยง มีหมายจับในคดีลักทรัพย์เฉพาะในสถานีตำรวจภูธรเชิงทะเล 5 คดี สถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ต, ถลาง,ฉลองและสถานีตำรวจภูธรกะทู้ แห่งละ 1 คดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รวบรวมรถยนต์ที่นางสุกัญญา เชิดหายไปมากถึง 52 คัน ในระยะเวลาเพียง 3 ปี จากการที่ได้สอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าจะนำเงินที่ได้จากการจำนำสร้อยคอทองคำไปเช่ารถยนต์โตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ ตามที่มีใบสั่้งมาแต่ไม่ทันได้เช่าถูกจับเสียก่อน

ผู้ต้องหารายให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ยังไม่ชัดทอดเพื่อนที่ร่วมแก๊งเนื่องเจ้าหน้าที่มั่นใจว่าผู้ต้องหาจะต้องทำกันเป็นทีม โดยนางสุกัญญา ตระเวนออกเช่ารถยนต์หรูทั่วจังหวัดภูเก็ต และจังหวัดใกล้เคียงทั้งรายวันก่อนจะมาเป็นรายอาทิตย์

จากนั้นกลุ่มผู้เช่าจะเช่าในระยะยาวหรือ 1 เดือน เช่าไปแล้วจะไม่ยอมส่งคืนจากนั้นจะนำไปจำนอง หรือจำนำไว้ในบ่อนการพนัน เจ้าของรถเช่าโทรไปหา เพื่อให้ส่งรถคืน จะปิดเครื่องหลบหนีหรือบางครั้ง คนในขบวนการจะโทรมาหาเจ้าของรถเช่าเรียกค่าไถ่รถว่าหากต้องการรถกลับคืนให้โอนเงินใส่บัญชีธนาคารตามที่ผู้เช่าบอก

หากไม่โอนจะนำรถไปขายในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประเทศมาเลเซีย และก่อเหตุในลักษณะเดียวกันมาแล้วหลายครั้ง จนล่าสุดเจ้าหน้าที่สามารถติดตามรถยนต์จากการติดระบบจีพีเอสและยึดรถยนต์มาได้ 16 คัน และยังเหลืออีก 36 คัน และทราบข้อมูลว่ารถยนต์ที่ยึดได้ผู้ร่วมขบวนการมอดรถเตรียมนำลงไปขายในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย

ที่มา matichon

Photo : Internet   Category : ข่าวในประเทศ

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com