พัทยาเดลีนิวส์

Hilton
16 มีนาคม 2557 :: 11:03:49 am 127099

รวบอิหร่าน ใช้พาสปอร์ตปลอมเช่ารถ ส่งขายฝั่งลาว

เจ้าของเต๊นท์รถเช่า คุมตัวชาวต่างชาติ เช่ารถยนต์แล้วไม่ยอมส่งคืน มีพฤติกรรมน่าสงสัยขับรถเช่าข้ามแม่น้ำโขงไปยังฝั่ง สปป.ลาว หลังเค้นสอบอย่างหนัก เจ้าตัวจึงสารภาพว่า ได้ขายรถยนต์คันดังกล่าวให้กับชายชาวลาวไปแล้ว

พัทยา-วานนี้ (15 มี.ค.57 ) เมื่อเวลา 08.00 น. พ.ต.ท.รัชทพงศ์ เตี้ยสุด รอง ผกก.ตม.จว.ชลบุรี ได้รับแจ้งจาก นางภัทรวดี หอมขจรธนธร อายุ 54 ปี ว่าได้ทำการควบคุมตัวชาวต่างชาติซึ่งเคยมาเช่ารถยนต์แล้วไม่ยอมส่งคืนไว้ได้ ที่เต๊นท์รถเช่าของตัวเองชื่อ “เจ๊ดาคาร์เร้นท์” ตั้งอยู่ในซอยเฉลิมพระเกียรติ 23 (ข้างเอ็กซ์ไซต์เก่า) ถ.พัทยาสาย 3 ย่านพัทยากลาง หลังรับแจ้งจึงสั่งการให้ ร.ต.ต.ประเสริฐ ชัยวงศ์ รอง สว. นำกำลังตำรวจชุดสืบสวนเดินทางไปตรวจสอบ

เมื่อไปถึงพบนางภัทรวดี ยืนรอเจ้าหน้าที่อยู่ พร้อมกับชี้ให้จับกุมตัวนายไฮด้าร์ อาลีรีซาอิล (Mr.Heidar Alirezaei) อายุ 56 ปี สัญชาติอิหร่าน เลขที่หนังสือเดินทาง K21878538 ผู้ก่อเหตุเช่ารถแล้วไม่ส่งคืนตามกำหนด ค้นในตัวพบหนังสือเดินทางปลอมที่มีรูปใบหน้าของตัวเอง แต่ระบุชื่อ นายดามาร์โค เชลโซ อัลโฟนโซ (Mr.Damarco Celso Alfonso) อายุ 50 ปี สัญชาติอิตาลี เลขที่หนังสือเดินทาง AA2206519 นอกจากนี้ยังมีหนังสือเดินทางที่ออกโดย สปป.ลาว, ใบขับขี่สากลปลอม, นามบัตรเต๊นท์รถเช่าต่างๆ ในเมืองพัทยาและกรุงเทพจำนวนหลายใบ และเอกสารอื่นๆ อีกจำนวนหนึ่ง จึงยึดไว้เป็นหลักฐาน

สอบถามนางภัทรวดี ผู้เสียหาย ให้การว่า เมื่อวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา นายไฮด้าร์ เดินทางมาที่เต๊นท์ และขอเช่ารถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ 4 ประตู ทะเบียน 1กณ-5433 กทม. จำนวน 1 สัปดาห์ ในราคา 10,000 บาท โดยนำสำเนาหนังสือเดินทางระบุชื่อนายดามาร์โค เชลโซ อัลโฟนโซ สัญชาติอิตาลี มาแสดงเป็นหลักฐาน พร้อมกับพูดคุยตีสนิทอ้างตัวว่าเป็นชาวอิตาเลียน เพิ่งเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในเมืองไทยเป็นครั้งแรก ตนหลงเชื่อจึงปล่อยรถให้นายไฮด้าร์ เช่า

ต่อมาวันที่ 13 มี.ค. ตนได้ตรวจสอบระบบจีพีเอส พบรถของตัวเองถูกขับข้ามแม่น้ำโขงไปยังฝั่ง สปป.ลาว บริเวณด่านชายแดนด้าน จ.นครพนม แบบไม่ชอบมาพากล จึงแจกจ่ายรูปถ่ายนายไฮด้าร์ ไปยังเพื่อนๆ เต๊นท์รถให้เช่าในเครือข่ายเดียวกันให้ช่วยกันเป็นหูเป็นตา กระทั่งได้รับโทรศัพท์จากนายอรัญ สิงห์ศักดา อายุ 66 ปี เจ้าของเต๊นท์รถให้เช่าชื่อ “ซุปเปอร์สตาร์คาร์เร้นท์” ที่ตั้งอยู่ติดกัน ว่านายไฮด้าร์ มาขอเช่ารถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ที่เต๊นท์ ตนเลยรีบเดินไปดูหน้า ปรากฏว่าเมื่อหนุ่มใหญ่ชาวอิหร่านรายนี้เห็นตน จึงรีบโกยอ้าววิ่งหนีไปดื้อๆ แต่ก็ถูกลูกน้องของตนวิ่งไล่จับกุมตัวไว้ได้ ก่อนแจ้งให้ตำรวจทราบ

จากการสอบปากคำนายไฮด้าร์ เบื้องต้นให้การปฏิเสธว่าไม่ได้ขโมยรถแต่ยังไม่ถึงกำหนดเวลาที่ตกลงไว้เลยยังไม่นำมาคืนให้ แต่ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเค้นสอบอย่างหนัก เจ้าตัวจึงสารภาพว่า ปกติประกอบอาชีพเปิดร้านดัดฟันกับภรรยาชาวลาวที่ สปป.ลาว และได้ขายรถยนต์คันดังกล่าวให้กับชายชาวลาวไปแล้วในราคา 150,000 บาท ส่วนเอกสารพาสปอร์ตสัญชาติอิตาลี ได้จ้างวานให้เพื่อนคนหนึ่งในประเทศลาว ปลอมแปลงขึ้นมาในราคา 30,000 บาท หลังจากขายรถได้แล้วจึงลักลอบเข้ามาประเทศไทยอีกครั้ง และเข้าพักที่โรงแรม 13 เหรียญติวานนท์ ใน อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ก่อนเดินทางมาที่เมืองพัทยาเพื่อทำทีขอเช่ารถนำไปขายอีกโดยไม่คิดว่าจะมีคนจำหน้าได้ จนมาถูกจับกุมตัวไว้ได้ดังกล่าว

ด้าน พ.ต.ท.รัชทพงศ์ เตี้ยสุด รอง ผกก.ตม.จว.ชลบุรี เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้ทำการตรวจสอบประวัติของนายไฮด้าร์ อย่างละเอียดพบว่าเคยใช้หนังสือเดินทางของ สปป.ลาว ที่ระบุชื่อ-นามสกุลตัวจริง เดินทางเข้าไทยทางจุดตรวจ ตม.จว.หนองคาย บริเวณสะพานมิตรภาพ แห่งที่ 1 เมื่อวันที่ 21 มิ.ย.ปี 2555 โดยขอวีซ่าประเภทคนอยู่ชั่วคราว และครบกำหนดอนุญาตให้อยู่ในวันที่ 27 ก.พ.2556

พ.ต.ท.รัชทพงศ์ เผยอีกว่า เมื่อถึงกำหนดสิ้นสุดการอนุญาตนายไฮด้าร์ กลับไม่มาแจ้งขอวีซ่าออกนอกประเทศ หรือแจ้งขออยู่ต่อกับตำรวจตรวจคนเข้าเมืองและหายตัวไปเฉยๆ จน ตม.จว.ชลบุรี ได้รับแจ้งจากนางภัทรวดี ว่านายไฮด้าร์ เช่ารถไปแล้วไม่นำมาส่งคืน จึงทำการจับกุมตัวมาสอบสวนจนสารภาพว่านำรถยนต์ไปขายยังฝั่งลาวแล้ว แต่จากคำให้การยังพบพิรุธอยู่หลายจุด โดยเฉพาะเรื่องของการทำพาสปอร์ตปลอม และนามบัตรเต๊นท์รถหลายแห่งที่ยึดได้ ทำให้เชื่อว่านายไฮด้าร์ น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการโจรกรรมรถข้ามชาติ ซึ่งจะได้ทำการขยายผลอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหาปลอมแปลงหนังสือเดินทาง, มีหรือใช้เอกสารปลอม, เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด นอกจากนี้จะได้ทำการตรวจสอบว่าพาสปอร์ตสัญชาติอิตาลีที่ยึดได้มีใครแจ้งหายไว้ในประเทศไทยหรือไม่ และผู้ต้องหาเคยก่อเหตุลักษณะนี้ในพื้นที่ไหนบ้าง เพื่อติดต่อให้ผู้เสียหายมาชี้ตัวแจ้งความดำเนินคดีเพิ่มเติมต่อไป

Reporter : นิราช ทิพย์ศรีกุล   Photo : นิราช ทิพย์ศรีกุล   Category : ข่าวอาชญากรรม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com