พัทยาเดลีนิวส์

25 พฤษภาคม 2553 :: 11:05:05 am 20046

รวบเครือข่าย สาวลาวตาบอด ตบตาขนยาบ้าข้ามแดน

รวบปูเป้ สาวตาบอดชาวลาววัย 36 ปี ทำตัวน่าเวทนาตบตาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยัดยาบ้าใส่อวัยวะเพศให้สามีคนไทยจูงข้ามประเทศ แถมพาเพื่อนร่วมชาติข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาว สร้างเครือข่ายทำตลาดยาบ้าในพื้นที่ภาคตะวันออก ถูกชุดปฏิบัติการพิเศษต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดทหารและอำเภอสัตหีบรวบยกแก๊ง 10 คน
สนใจโฆษณา

สัตหีบ – วานนี้ (24 พ.ค. 53) เมื่อเวลา 09.00 น. นายชายชาญ เอี่ยมเจริญ นายอำเภอสัตหีบ นาวาเอก สุรนันท์ แสงรัตนกูล หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์ต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติด ฐานทัพเรือสัตหีบ (หน.ชปพ.ศตส.ฐท.สส.) นาวาโท ณัฎฐชัย วิจิตรพันธุ์ นายสุรเชษฐ์ แก้วคำ ปลัดอำเภอสัตหีบ พร้อมด้วยอาสาสมัครชุดป้องกันและปราบปรามยาเสพติดทหารและอำเภอ ได้สืบทราบมาว่ามีชาวลาวจำนวนมากเข้ามาพักพิงในพื้นที่อำเภอสัตหีบ มีพฤติกรรมเป็นเครือข่ายเข้ามาทำการตลาดจำหน่ายยาบ้าในพื้นที่ภาคตะวันออก จึงได้ให้สายลับเข้าทำการล่อซื้อยาบ้าจาก นางลินดา ยุ่ยวนิชสวงศ์ หรือเมย์ อายุ 24 ปี ชาวเวียงจันทร์ ประเทศลาว ซึ่งตั้งครรภ์ได้ 7 เดือน ภายในบ้านเลขที่ 90/96 หมู่ที่ 6 ซอยจามจุรี ตำบลสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี จำนวน 1 เม็ด เป็นเงิน 250 บาท และตรวจค้นพบยาบ้าบรรจุหลอดพลาสติกอีกจำนวน 32 เม็ด ใส่ไว้ในหม้อลอดช่องน้ำกะทิในตู้เย็น เจอข้อหามียาเสพติดไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และสามารถจับกุม นางน้อย โอสาด อายุ 43 ปี ชาวลาว นางปราณี สุรินทร์ภูมี อายุ 23 ปี ชาวลาว นางมะนิลา ยุ่ยวนิชสวงศ์ หรือตุ๊กตา อายุ 20 ปี ในข้อหาเสพยาบ้า ส่วน นายสุริยา พาเคน หรือก๋อง อายุ 33 ปี ชาวไทย เจ้าของบ้านเจอข้อหาให้ที่พักพิง และรู้เห็นการค้ายาเสพติดของขบวนการค้ายาบ้าชาวลาว

จากการสอบสวน นางสาวลินดา ให้การรับสารภาพ และให้การซัดทอดว่า นางสาวอรุณ สุดทะจันทร์ หรือปูเป้ อายุ 36 ปี สาวตาบอด ชาวบ้านตาดทอง เวียงจันทร์ ประเทศลาว นำยาบ้ามาส่งให้ ด้วยการเอายาบ้าใส่ถุงยางอนามัยแล้วยัดใส่ในอวัยวะเพศข้ามมาจากฝั่งประเทศลาว โดยให้สามีคนไทยเป็นคนจูงมือเดินข้ามมาทางด้านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ด่าน เพราะคิดว่าคนตาบอดคงไม่กระทำความผิด แล้วนำยาบ้ามาส่งให้ตนจำหน่าย และมีเครือข่ายร่วมชาวลาวที่ใช้พลาสปอร์ตข้ามประเทศมาเปิดตลาดยาบ้าในประเทศไทย โดยเฉพาะภาคตะวันออก พื้นที่อำเภอสัตหีบ และอำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง

ต่อมา นางสาวลินดา สำนึกผิดจึงขันอาสาเป็นนกต่อล่อซื้อยาบ้า ด้วยการโทรศัพท์สั่งซื้อยาบ้าจาก นางสาวอรุณ ซึ่ง นางสาวอรุณ ได้ให้สามี คือ นายภาณุวัฒน์ สัมมา หรือวัตร อายุ 31 ปี มีภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่ 46 หมู่ที่ 6 ตำบลกุดกว้าง อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น ขับรถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีขาว หมายเลขทะเบียน ผค-3622 ขอนแก่น นำยาบ้าข้ามจากฝั่งประเทศลาว โดยการยัดใส่อวัยวะเพศมาจำนวน 202 เม็ด และได้นัดหมายกันที่ห้องเช่า เลขที่ 67/176 หมู่ที่ 2 ตำบลบ้านฉาง อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง โดยเจ้าหน้าที่ได้ให้ นางสาวลินดา ไปชี้เป้าบ้านหลังดังกล่าว ก่อนทำการขอเข้าตรวจค้น และจับกุม นางสาวอรุณ พร้อมกับ นายภาณุวัฒน์ ได้ของกลางยาบ้า 202 เม็ด บรรจุอยู่ในถุงยางอนามัย ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋ากางเกง วางอยู่บนตะกร้าผ้าห้องนอน และพบปลอกระสุนปืนอาวุธสงคราม จำนวน 7 ปลอก และกระสุนปืนขนาด .22 จำนวน 5 นัด วางอยู่ภายในห้องพัก แต่นายภาณุวัฒน์ ให้การปฏิเสธว่า ไม่มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวข้องกับยาเสพติด และไม่รู้ว่าที่ภรรยา(ตาบอด) ได้ข้ามประเทศไปฝั่งลาวจะไปนำยาเสพติดเข้ามาในประเทศ และจากการเข้าจับกุมสามารถจับกุม นางสาววาสนา สุทธจันทร์ หรือน้อย อายุ 23 ปี นางสาวจันทลา แพงศรีบุญเรือง หรือนก อายุ 23 ปี และ นายขวัญใจ สายผัน อายุ 26 ปี (สาวประเภท 2) ทั้งหมดเป็นชาวเวียงจันทร์ ประเทศลาว เครือข่ายของนางสาวอรุณ จึงได้ตั้งข้อหาร่วมกันลักลอบนำเสพยาเสพติดเข้าประเทศ เพื่อจำหน่าย

จากการสอบสวน นางสาวอรุณ ซึ่งตาบอดด้วยโรคเบาหวาน ให้การรับสารภาพว่า ได้ให้สามีขับรถไปส่งที่ด่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว จังหวัดหนองคาย แล้วจูงมือข้ามไปซื้อยาบ้าจากฝั่งประเทศลาว โดยนำยาบ้าบรรจุใส่ถุงยางอนามัยก่อนจะยัดใส่อวัยวะเพศ โดยให้สามีจูงมือข้ามสะพานเพื่อให้ดูน่าเวทนาตบตาเจ้าหน้าที่ ไม่ให้คิดว่าจะขนยาบ้าข้ามฝั่งมา และสาเหตุที่ครั้งนี้ซื้อยาบ้าเข้ามาน้อย เพราะกลัวถูกตรวจค้นระหว่างการเดินทาง เนื่องจากช่วงนี้รัฐบาลได้ประกาศเคอร์ฟิวหลายจังหวัด ตามเส้นทาง มีด่านตรวจทั้งทหาร และตำรวจจำนวนมาก และให้การรับสารภาพอีกว่า ได้พาเพื่อนร่วมชาติจำนวนมาก เข้ามาเป็นเครือข่ายจำหน่ายยาบ้าในพื้นที่ภาคตะวันออกอีกด้วย

Reporter : ณัฐภูมินทร์   Photo : ณัฐภูมินทร์   Category : ข่าวอาชญากรรม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com