พัทยาเดลีนิวส์

27 กันยายน 2555 :: 09:09:38 am 88854

รวบแก๊งกะเทย มอมยา-รูดทรัพย์ นักธุรกิจต่างชาติ

รวบแก๊งกะเทยพัทยา ก่อเหตุมอมยาเหยื่อหนุ่มนักธุรกิจต่างชาติแล้วรูดทรัพย์ นำบัตรวีซ่าของเหยื่อไปกดรูดเงินสดและรูดซื้อของใช้ยี่ห้อแพงๆตามห้าง เอามาให้แฟนหนุ่มคู่ขาใช้แบบฟุ่มเฟือย
สนใจโฆษณา

พัทยา-วานนี้ (26 ก.ย. 55) เมื่อเวลา 21.45 น. พ.ต.อ.ธรรมนูญ มั่นคง ผกก.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี , พ.ต.ท.เกียรติศักดิ์ สระทองออย รอง ผกก.ปป. , พ.ต.ท.ชิตเดชา สองห้อง สวป. , ร.ต.อ.จำรัส ทองจินดา รอง สวป. พร้อมกำลังตำรวจชุดปราบปรามพิเศษ สภ.เมืองพัทยา ร่วมกันแถลงข่าวจับกุม แก๊งสาวประเภทสองมอมยานักท่องเที่ยวต่างชาติแล้วรูดทรัพย์เหยื่อ ผู้ต้องหาทั้งหมดมีจำนวน 3 คน แยกเป็นสาวประเภทสองจำนวน 2 คนคือ นายธนสร หรือกบ กาหา อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 127 ม.2 ต.บางระกำ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม และ นายปิยวุฒิ หรือวู๊ดดี้ ชูกร อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 46 ม.10 ต.คูเมือง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ส่วนผู้ต้องหาคนที่ 3 เป็นแฟนหนุ่มของนายธนสร ชื่อ นายปภาณ หรืออิ๊ก ชัยมงคล อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 129 ม.10 ต.วังไก่เถื่อน อ.หันคา จ.ชัยนาท พร้อมด้วยของกลางที่ผู้ต้องหาก่อเหตุรูดทรัพย์มาจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้แก่บัตรวีซ่า ของธนาคารกสิกรไทย ซึ่งเป็นของนักธุรกิจหนุ่มชาวต่างชาติรายหนึ่ง(ขอสงวนชื่อ-สามสกุลจริงและสัญชาติ) สร้อยข้อมือทองคำฝังเพชร จำนวน 1 เส้น โทรศัพท์ยี่ห้อต่างๆ รวมจำนวน 9 เครื่อง และเสื้อผ้าที่ผู้ต้องหานำบัตรวีซ่า ของเหยื่อไปรูดซื้อมาจากศูนย์การค้า เซ็นทรัลเฟสติวัลพัทยาบีช ซึ่งมีเสื้อผ้าและกางเกง เข็มขัดยี่ห้อดัง เช่นลีวาย รองเท้ายี่ห้อแบรนด์เนมชื่อดังจากต่างประเทศจำนวน 3 คู่ซึ่งราคาคู่ละเกือบ 5 พันบาท อีกทั้งหมวกแก๊ปและรองเท้าแตะรวมแล้วสินค้าที่ผู้ต้องหาซื้อมาจกศูนย์การค้าฯดังกล่าวกว่า 20 ชิ้นมูลค่ารวมแล้วเกือบแสนบาท โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่า “ร่วมกันลักทรัพย์ผู้อื่นในเวลากลางคืนหรือรับของโจรและมีไว้หรือใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่น”

 

พ.ต.อ.ธรรมนูญ มั่นคง ผกก. สภ.เมืองพัทยา เปิดเผยว่า เมื่อกลางดึกของวันที่ 23 ก.ย. ที่ผ่านมา นายธนสร หรือกบ ได้ร่วมกับ นายปิยวุฒิ หรือวู๊ดดี้ เพื่อนร่วมแก๊งก่อเหตุโดยการล่อลวงเหยื่อซึ่งเป็นของนักธุรกิจหนุ่มชาวต่างชาติรายหนึ่ง(ขอสงวนชื่อ-สามสกุลจริงและสัญชาติ) ซึ่งขณะนั้นเหยื่ออยู่ในอาการเมามายสุราเดินอยู่บริเวณหน้าร้านลูซิเฟอร์ผับ ย่านถนนวอล์คกิ้งสตรีท พัทยาใต้ โดยการลบเล้าชักชวนให้เหยื่อซื้อบริการทางเพศและจะพาเหยื่อไปโรงแรมเพื่อร่วมหลับนอนด้วย จนเหยื่อหลงกลจึงถูกแก๊งสาวประเภทสองทั้งคู่พาเหยื่อนั่งซ้อนทายรถจักรยานยนต์ไปเช่าห้องพักที่ ลัคกี้อินน์ ถนนพระตำหนัก เมื่อเข้าไปในห้องแก๊งสาวประเภทสองทั้งคู่ก็ลงมือก่อเหตุนำยาสลบผสมใส่ในเบียร์ให้เหยื่อกินเพื่อมอมยาเหยื่อกระทั่งเหยื่อดื่มกินจนหลับไป ผู้ต้องหาทั้ง 2 จึงได้ร่วมกันรูดเอาทรัพย์สินของเหยื่อโดยปลดเอาสร้อยข้อมือทองคำฝังเพชรและสร้อยข้อมือทองคำพร้อมจี้และบัตรวีซ่า ธนาคารกสิกรไทย ของเหยื่อมาแล้วพากันหลลบหนี หลังจากได้ทรัพย์สินของเหยื่อมาก็นำไปขายที่ร้านทองเค เซ็นเตอร์ เยื้องอุทิศคอร์ท ในซอยบัวขาว จากนั้นก็นำเงินที่ได้แบ่งกัน เท่านั้นยังไม่พอผู้ต้องหาทั้งสองคนยังได้พากันนำบัตรวีซ่า ธนาคารกิสิกรไทยของเหยื่อนำไปเบิกถอนเงินสดด่วนจากธนาคารกสิกรไทยสาขาพัทยาใต้ได้เงินมาหลายหมื่นบาทแล้วแบ่งกัน

จากนั้นนายธนสร หรือกบ ก็ได้ชักชวนแฟนหนุ่มคู่ขาก็คือ นายปภาณ หรืออิ๊ก ให้ขับรถพากันมาที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัลพัทยาบีช เพื่อนำบัตรวีซ่า ของเหยื่อที่ผู้ต้องหาทราบว่ายังมีเงินสดเหลืออยู่อีกจำนวนมาก ทั้ง 3คนจึงพากันนำบัตรวีซ่า ไปตระเวนรูดซื้อสินค้าภายในศูนย์การค้า โดยจะเลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนม พวกเสื้อผ้ารองเท้ายี่ห้อดังๆราคาแพงๆเพื่อไปใช้ไปใส่ หลังจากรูดซื้อเสื้อผ้าแพงๆจนเพลิน ผู้ต้องหาทั้ง 3 คนก็ได้พากันเข้าไปเลือกซื้อโทรศัพท์มือถือที่ร้าน กัตเจ็ทวัน ภายในศูนย์การค้าเซ็นทรัลฯ ซึ่งผู้ต้องหาจะซื้อโทรศัพท์มือถือจำนวน 2 เครื่องในราคา 107,712 บาท แต่ทางร้านตรวจสอบดูแล้วพบว่าบัตรวีซ่าดังกล่าวเป็นของชาวต่างชาติเมื่อผู้ต้องหาถูกทางร้านสอบถามเกี่ยวกับเจ้าของบัตรวีซ่าทำให้ผู้ต้องหาทั้งหมดเกิดความกลัวจึงทิ้งบัตรวีซ่าไว้ที่ร้านแล้วพากันหลบหนีออกจากร้านไปทันที

จากนั้นทางร้านก็ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ทราบทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำบัตรวีซ่าของเหยื่อไปให้กับเจ้าหน้าที่ธนาคารกสิกรไทย ฝ่ายบริหารความเสี่ยงด้านการปฏิบัติการและจัดการการทุจริตช่วยตรวจสอบก็ปรากฏว่าบัตรวีซ่าของเหยื่อนั้นถูกผู้ต้องหาแก๊งสาวประเภทสองนำไปเบิกถอนเงินสดและโอนเงินสดรูดซื้อสินค้าไปจำนวนหลายรายการรวมมูลค่านับแสนบาท จึงตรวจสอบหาเจ้าของบัตรที่ตกเป็นเหยื่อจนทราบว่าเหยื่อชาวต่างชาตินั้นได้มาแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองพัทยา แล้วจึงลงบันทึกและสอบปากคำผู้เสียหายที่ตกเป็นเหยื่อ ก่อนจะเร่งสืบสวนติดตามจับกุมแก๊งสาวประเภทสองที่ก่อเหตุเนื่องจากเชื่อว่าน่าจะเป็นแก๊งที่ก่อเหตุกับนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นประจำ

จนกระทั่งในที่สุดเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ทราบว่าผู้ต้องหาทั้ง 3 คนนั้นพักอาศัยอยู่ที่ห้องพักไม่มีชื่อ หลังร้านมิตรยนต์ สาขาพัทยาใต้ ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงเข้าทำการจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คนที่ร่วมกันก่อเหตุเอาไว้ได้พร้อมทั้งของกลางที่ผู้ต้องหาก่อเหตุมาและซื้อมาจำนวนหลายรายการดังกล่าว สอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าร่วมกันก่อเหตุจริงโดยก่อเหตุลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้งซึ่งจะเลือกเหยื่อที่เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติหลังได้ทรัพย์ของเหยื่อก็จะเอาไปแบ่งกันและบ่อยครั้งที่นำบัตรวีซ่าของเหยื่อไปกดเงินสดและรูดซื้อของใช้พวกยี่ห้อแพงๆมาใช้และเงินที่ได้นั้นก็จะเอามาใช้กันอย่างฟุ่มเฟือย

พ.ต.อ.ธรรมนูญ มั่นคง ผกก. สภ.เมืองพัทยา กล่าวอีกว่าแก๊งสาวประเภทสองที่ก่อเหตุกับนักท่องเที่ยวต่างชาตินี้สร้างความเดือดร้อนและสร้างคามเสื่อมเสียต่อการท่องเที่ยวอย่างมาก ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งกวาดล้างและขยายผลจับกุมกลุ่มแก๊งที่ยังหลงเหยื่ออยู่ให้หมดไปโดยเร็ว เพื่อให้นักท่องเที่ยวมีความมั่นใจว่าเมืองพัทยาเป็นเมืองที่ปลอดภัยและน่าท่องเที่ยว

Reporter : คัมภีร์   Photo : คัมภีร์   Category : ข่าวอาชญากรรม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com