พัทยาเดลีนิวส์

01 พฤษภาคม 2553 :: 12:05:22 pm 16654

รวบแดงระยอง ฐานโพสต์ข้อความหมิ่นสถาบันฯ

"ดีเอสไอ" รวบเสี่ยหนุ่มนักธุรกิจเจ้าของอพาร์ตเมนต์เมืองระยอง สมาชิกเสื้อแดง หมิ่นสถาบัน โพสต์ข้อความไม่เหมาะสมใน "เฟซบุ๊ก" เจ้าหน้าที่บุกจับได้ที่บ้าน ยึดคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์สื่อสารหลายรายการ สอบสวนให้การภาคเสธ แต่ยอมรับสนับสนุนแนวคิดม็อบเสื้อแดง แต่ไม่ได้โพสต์ข้อความไม่บังควร ดีเอสไอคุมตัวส่งศาลฝากขังทันทีนัดแรก พร้อมทั้งคัดค้านประกันตัว หวั่นไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน
สนใจโฆษณา

ระยอง – วานนี้ (30 เม.ย. 53) ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กระทรวงยุติธรรม นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ และ พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ รองอธิบดีดีเอสไอ แถลงจับกุมนายวิภาส หรือก้อง รักสกุลไทย อายุ 37 ปี เป็นเจ้าของกิจการอพาร์ตเมนต์ ผู้ต้องหาเผยแพร่ข้อความบนเว็บไซต์เฟซบุ๊ก ที่มีลักษณะไม่เหมาะสม เข้าข่ายเป็นความผิดต่อความมั่นคง โดยมุ่งร้ายต่อสถาบัน

นายธาริต กล่าวว่า ดีเอสไอตรวจพบการเผยแพร่คลิปวิดีโอ รูปภาพ เสียง บทความ หรือข้อความไม่เหมาะสม ที่มุ่งจะก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยขึ้น โดยมีเครือข่ายผู้ร่วมกระทำความผิด สอดคล้องกับแผนผังรวบรวมเครือข่ายกลุ่มบุคคลที่มีความคิด และพฤติกรรมล้มล้างสถาบันเบื้องสูงของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถาน การณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) จากนั้นดีเอสไอขออนุมัติหมายจับจากศาล และนำกำลังชุดสืบสวนสะกดรอยเข้าจับกุมนายวิภาส ได้ที่บ้านเลขที่ 8 ถนนคลองขุด ต.ท่าประดู่ อ.เมือง จ.ระยอง พร้อมด้วยของกลางคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์สื่อสาร และโทรศัพท์มือถือหลายรายการ นำส่งพนักงานสอบสวนคดีพิเศษดำเนินคดี และจะนำตัวผู้ต้องหาไปฝากขังต่อศาลอาญา

“นายวิภาสเป็นนักธุรกิจใน จ.ระยอง ที่มีความฝักใฝ่ และมุมมองแนวคิดทางการเมืองคล้ายคนเสื้อแดง และเข้าร่วมเป็นสมาชิกคนเสื้อแดง ดีเอสไอตรวจสอบพบความผิดในลักษณะเดียวกับนายวิภาสเพิ่มมากขึ้นอย่างผิดปกติ โดยเฉพาะในสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ดังนั้น จึงขอฝากเตือนไปยังประชาชน โดยเฉพาะผู้บริสุทธิ์ที่พบเห็นข้อความ หรือภาพที่ไม่บังควร ต้องหยุดพฤติกรรม ไม่ส่งต่อข้อความ เพราะมีความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 15 ปี” นายธาริตกล่าว

อธิบดีดีเอสไอ กล่าวต่อว่า ในวันจันทร์ที่ 3 พ.ค. เวลา 14.00 น. คณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) จะประชุมเพื่อพิจารณารับคดีความมั่นคง มุ่งร้ายต่อสถาบัน หรือคดีล้มเจ้า เป็นคดีพิเศษ ซึ่งในการสอบสวนของดีเอสไอ จะขยายผลถึงเครือข่ายผู้กระทำความผิดตามแผนผังที่ศอฉ.นำมาเผยแพร่ แตกต่างจากการสอบสวนคดีหมิ่นเบื้องสูงอื่นๆ ที่จะเน้นการดำเนินคดีความผิดเป็นรายบุคคล

ด้าน พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าวว่า ผลการสอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหายังให้การภาคเสธ แต่ยอมรับว่าเป็นกลุ่มที่มีความคิดเห็นทางการเมืองสนับสนุนคนเสื้อแดงจริง แต่มิได้เป็นผู้โพสต์ข้อความที่มีลักษณะหมิ่น และมุ่งร้ายสถาบันลงในเว็บไซต์ และต้องการให้ทนายความส่วนตัวเข้าร่วมรับฟังการสอบสวน

จากนั้น พ.ต.ท.สุภัทธ์ ธรรมธนารักษ์ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ควบคุมตัวนายวิภาส มายังศาลอาญา เพื่อยื่นคำร้องขอฝากขังครั้งแรกต่อศาล เป็นเวลา 12 วัน ไปจนถึงวันที่ 11 พ.ค. เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบสวนพยานเพิ่มเติมอีก 10 ปาก รวมทั้งพยานผู้เชี่ยวชาญ และรอผลการตรวจพิสูจน์ลายพิมพ์นิ้วมือผู้ต้องหา พร้อมทั้งยื่นคำร้องขอคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหา เนื่องจากเกรงว่า หากได้รับการปล่อยตัวจะไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน

สำหรับรายละเอียดโดยสรุปของคำร้องระบุว่า เมื่อวันที่ 29 เม.ย. เวลา 11.15 น. เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาที่ 913/2553 ลงวันที่ 28 เม.ย.2553 ในความผิดฐานดูหมิ่น อาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์ พระราชินี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 (3) (5) ที่นำข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และเผยแพร่ส่งต่อข้อมูลใด ๆ ที่รู้อยู่แล้วว่าการส่งข้อมูลนั้นเป็นความผิด ซึ่งเมื่อวันที่ 19 มี.ค. ถึงวันที่ 12 เม.ย.2553 ผู้ต้องหากระทำการหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ โดยการโพสต์ภาพ และข้อความที่ไม่เหมาะสมในเว็บไซต์เฟซบุ๊ก ในชื่อ วิภาส รักสกุลไทย ที่ผู้ต้องหาเป็นสมาชิก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังที่ศาลพิจารณาคำร้องแล้ว จึงมีคำสั่งไม่ให้ประกันตัว และส่งไปควบคุมตัวที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ

ที่มา : ข่าวสด

Photo : Internet   Category : ข่าวการเมือง

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com

ป.พัน.๕ ร้อย ๒

ปุกกี้

ณัฐชา

ppp

sunthree