พัทยาเดลีนิวส์

18 มิถุนายน 2557 :: 01:06:49 am 136846

รวบแล้วมือยิงรถบรรทุกแรงงานเขมร พลิกคว่ำตาย 2 บาดเจ็บ15

จากกรณีที่รถบรรทุกแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชา ถูกกลุ่มรถชายแต่งกายคล้าย ตำรวจไล่ติดตาม ยิงกระสุนถูกเด็กน้อยวัย 11 ปี อยู่ข้างทางบาดเจ็บและรถขนแรงงานเสียหลักพลิกคว่ำตกข้างทางเสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บอีก 15 ราย เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.ที่ผ่านมานั้น
สนใจโฆษณา

ชลบุรี-เมื่อเร็วๆ นี้ (16 มิ.ย. 57) เมื่อเวลา 15.00 น. พล.ต.ต. ศานิตย์ มหถาวร รรท ผบช.ภ. 2 ออกมาชี้แจงให้กับสื่อมวลชนทราบถึงข้อเท็จจริงว่า ชายที่ถูกกล่าวหานั้น คือ นาย สมบัติ ด่านอินทร์ เป็นอดีตตำรวจอาสา นับว่าเป็นพลเมืองดี ข้อเท็จจริงในวันเกิดเหตุนั้น นาย วัลลภ นารายณ์ เป็นคนขับรถ มีนาย สมบัติ นั่งเบาะหน้าข้างคนขับ ก่อนที่จะมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น คือ รถบรรทุกแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชา ได้มาพบการตั้งด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เมื่อรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน บท 3410 สระแก้ว ที่มีคนนั่งมาเต็มท้าย กระบะเห็นด่านตรวจเกรงจะมีความผิด จึงรีบถอยหลังกลับรถอย่างแรงชนรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ่อทอง ที่มาเข้าจุดสกัดได้รับความเสียหาย เมื่อตำรวจเห็นเหตุการณ์จึงวิ่งตามแต่ตามไม่ทัน

 

นาย วัลลภ และ นาย สมบัติ มาพบเหตุการณ์ได้ช่วยเจ้าหน้าที่ติดตามต่อ โดยต้องการให้รถคนงานต่างด้าวหยุด เพื่อขอทำการตรวจสอบ แต่รถขนแรงงานต่างด้าวก็ยังไม่หยุด และรีบขับหนีจากจุดเกิดเหตุไปอย่างเร็ว เมื่อนายสมบัติ เจ้าหน้าที่อาสา เห็นว่ารถคันดังกล่าว ไม่หยุดแน่จึงใช้อาวุธปืนประจำกายยิงลงพื้น เพื่อให้รถคันดังกล่าวเกรงกลัว แต่กลับเร่งเครื่องหนีไปอย่างรวดเร็ว

 

และขณะที่ไล่ติดตามมา มาถึงบริเวณ ร้านขายของชำเลขที่ 18/1 หมู่7 ตำบลธาตุทอง อำเภอบ่อทอง จังหวัดชลบุรี มีเด็กหญิงชื่อมินตรา สร้อยเพชร อายุ 11 ปี และเพื่อนอีก 2 คน วิ่งเล่นอยู่หน้าร้านดังกล่าว เกิดถูกลูกหลงเข้าที่แขน 1 นัด เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบ พบปอกกระสุน ขนาด 9 มม.จำนวน 3 ปลอกตกอยู่ในที่เกิดเหตุจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

 

นาย สมบัติ ตำรวจอาสา ยังกล่าวอีกว่า ตนไม่ทราบว่ากระสุน ไปถูกเด็กหญิง มินตรา สร้อยเพชร จึงไม่ได้หยุดดู แต่ยังวิ่งติดตามรถขนแรงงานต่อไป จนสุดเขตความรับผิดชอบ ถึงปล่อยให้เจ้าหน้าที่ในเขตที่รถแรงงานวิ่งผ่านติดตามจับกุมต่อ แต่เมื่อรถของ ตนหยุดติดตาม ก็มาทราบข่าวว่า รถขนแรงงานต่างด้าวที่บรรทุกคนงานมาทั้งคันรวม 17 คน ที่ติดตามอยู่ห่างออก ไปกว่า 10 กิโลเมตร เกิดยางระเบิดพลิก คว่ำตกลงข้างทาง ช่วงบริเวณถนนปรกฟ้า ปลวกแดง หมู่ 4 ตำบลหนองใหญ่ อำเภอ หนองใหญ่ จังหวัดชลบุรี มีผู้เสียชีวิตเป็น ชาวกัมพูชา 2 ราย ชาย 1 ราย และเสีย ชีวิตที่โรงพยาบาลหนองใหญ่ เป็นหญิงอีก 1 ราย และยังมีชาวต่างด้าวที่นั่งมาด้วยกัน ซึ่งแรงงานทั้งหมดได้เดินทางมาจากจังหวัดระยองเพื่อไปอรัญประเทศ และเดินทางกลับบ้าน หลังได้รับข่าวลือว่า จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาจับเนื่องจากเป็นช่วงกวาดล้างแรงงานดังกล่าว

 

พล.ต.ต. ศานิตย์ มหถาวร รรท. ผบช.ภ. 2 ยังกล่าวอีกว่า การนำเสนอข่าว ที่บิดเบือนโดยไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงนั้นสร้างความสูญเสียและมีผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศได้ เพราะในขณะนี้ ทางประเทศเพื่อนบ้านของเราใช้ โซเชียลเน็ตเวิร์ค เผยแพร่ข่าวสารออกไป โดยข้อเท็จจริงไม่ได้เป็นอย่างที่นำเสนอ วันนี้จึงขอออกมาชี้แจง และสาธิต การออกปฏิบัติ หน้าที่ของอาสาคนนี้ นับว่าเป็นพลเมืองดีเข้าช่วยเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่ เหตุที่เกิดได้ยอมรับผิดและถูกตั้งข้อหาทำการประมาททำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ ส่วนสาเหตุยางระเบิดไม่เกี่ยวกับอาสาคนนี้เพราะรถคันดังกล่าว ตกไหล่ทางจนยาง ระเบิดเอง ซึ่งเป็นความประมาทของคนขับ ทั้งบรรทุกมาเกินจำนวนที่กฏหมายกำหนด และขับรถด้วยความเร็วสูง

 

ส่วนนาย สมบัติ ด่านอินทร์ เข้ามอบตัวกับ พ.ต.อ. เสมอ อ่อนมั่ง ผกก.สภ.บ่อทอง รับสารภาพทุกข้อกล่าวหา “ว่ากระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ มีอาวุธ ปืนที่เป็นของผู้อื่นไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาติ พาอาวุธปืนเข้าไปในเมือง หมู่บ้านหรือที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาติและยิงปืนในเมืองโดยไม่มีเหตุอันควรเพื่อดำเนินการไปตามขั้นตอนของกฏหมาย

Reporter : นิราช ทิพย์ศรีกุล   Photo : นิราช ทิพย์ศรีกุล   Category : ข่าวอาชญากรรม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com