พัทยาเดลีนิวส์

23 มิถุนายน 2554 :: 11:06:20 am 67253

รวบโจ๋อ้างเป็นลูกตำรวจ ซิ่งจยย.กระชากกระเป๋าสาวโรงแรม

รวบโจ๋อ้างเป็นลูกตำรวจ ซิ่งจยย.กระชากกระเป๋าสาวโรงแรมพัทยา ค้นตัวเจอยาไอซ์ แถมปฏิเสธทุกข้อหา ญาติเหยื่อสุดทนอัดอ่วม
สนใจโฆษณา

พัทยา-วันนี้ ( 23 มิ.ย. 54 ) เมื่อเวลา 02.30 น. ร.ต.อ.ธนสิทธิ์ แก่นลืม รอง สวป.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี นำกำลังออกตรวจพื้นที่เพื่อป้องกันเหตุ ผ่านมายังบริเวณถนนเพชรตระกูล ย่านพัทยาเหนือ พบชายวัยรุ่นขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นโซนิค สีเหลืองดำ ไม่ติดป้ายทะเบียน ลักษณะต้องสงสัยเป็นคนร้ายที่ก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ในพื้นที่ จึงเรียกให้จอดรถเพื่อตรวจสอบแต่ไม่ยอมจอดและขับขี่หลบหนีแต่ถูกสกัดจับกุมตัวได้ได้บริเวณ ใกล้เคียงสนามไดร์กอล์ฟสาย3 ถนนพัทยาสาย3 ม.6 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

สอบสวนทราบชื่อชายวัยรุ่นที่ขับขี่รถชื่อ นายจักรพันธ์ สุทธิสังข์ หรืออ๊อฟ อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 8 ม.2 ต.หนองแสง อ.ปากพลี จ.นครนายก ออกอาการโวยวายอ้างเป็นลูกดาบตำรวจ ประจำอยู่ที่ สภ.หนองแสง ตำรวจได้ตรวจค้นตัวก็พบ ยาไอซ์ บรรจุในถุงพลาสติกใส 1 ห่อเล็ก ซ่อนอยู่ในกระเป๋ากางเกง และพบโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง นอกจากนี้ยังมี ซิมการ์ดโทรศัพท์ อีก 1 อัน ตำรวจจึงยึดเป็นขอกลาง และตรวจสอบเอกสารรถจักรยานยนต์พบว่าถอดป้ายทะเบียน หมายเลข กจธ 648 นครนายก ไว้ใต้เบาะรถ ตำรวจเชื่อว่าน่าจะเป็นคนร้ายที่ตระเวนก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์เหยื่อจำนวนหลายรายในพื้นที่ จึงควบคุมตัวไปสอบสวนที่ สภ.เมืองพัทยา พร้อมแจ้งให้ผู้เสียหายที่ถูกโจรวิ่งราวทรัพย์มาดูตัว

ต่อมา นางสาวศุพาภร เอกจักรแก้ว อายุ 19 ปี พนักงานโรงแรมแห่งหนึ่งในเมืองพัทยา ได้เดินทางมาดูตัวผู้ต้องหา โดยแจ้งว่าขณะที่กำลังขับรถจักรยานยนต์กลับบ้านผ่านมาบนถนนสุขุมวิท ใกล้เคียงตลาดน้ำสี่ภาค ได้ถูกคนร้ายเป็นชายวัยรุ่นขับรถจักรยายนต์สีเดียวกับผู้ต้องหารายนี้ก่อเหตุกระชากกระเป๋าสะพายของตนไป ภายในมีกระเป๋าเงินมีเงินสดจำนวนหนึ่งพร้อมบัตรเอทีเอ็ม โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ซึ่งคนร้ายขับรถหนีมุ่งหน้าเข้ามาในเมืองพัทยา ตนไม่เห็นหน้าคนร้ายจึงไม่กล้ายืนยันว่า นายจักรพันธ์ เป็นผู้ก่อเหตุหรือไม่

โดย นายจักรพันธ์ ผู้ต้องหาก็ยังให้การว่าตนเป็นลูกตำรวจไม่เคยก่อคดีและไม่ได้เป็นคนร้ายก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ใคร แต่ เนื่องจากกำลังตกงานวันนี้ตนเพิ่งขับรถมาจากบ้านที่ จ.นครนายก มาเช่าห้องพักอยู่ในเมืองพัทยาจากนั้นขับรถตระเวนหาสมัครงานและไม่รู้ว่ายาไอซ์ที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงตนนั้นเป็นของใคร ซึ่งกางเกงนั้นยืมของเพื่อนมาใส่ และอ้างอีกว่าไม่ได้ขับรถหนีตำรวจแต่เพราะรีบจะไปขอเงินจากนายทหารชื่อดังคนหนึ่งเพื่อเอามาใช้จ่ายในระหว่างที่ยังหางานไม่ได้ อย่างไรก็ตามคำให้การของ นายจักรพันธ์ นั้นตำรวจไม่ปักใจเชื่อเพราะให้การวกวนมีพิรุธ จึงทำการตรวจสอบเบอร์จากซิมการ์ดที่ผู้ต้องหารายนี้พกอยู่นั้น ก็พบว่าซิมการ์ดดังกล่าวเป็นเบอร์ส่วนตัวของ นางสาวศุพาภร เหยื่อสาวที่ถูกคนร้ายวิ่งราวทรัพย์ จึงทำให้นายจักรพันธ์ ผู้ต้องหารายนี้ถึงกับหน้าซีดเพราะจนมุมด้วยหลักฐาน ขณะเดียวกันญาติๆของเหยื่อที่มาดูตัวคนร้ายถึงกับอดกลั้นอารมณ์โมโหไม่อยู่เข้าไปทำร้ายนายจักรพันธ์ ด้วยความโมโหที่ถึงกับจนมุมแล้วก็ยังไม่ยอมรับสารภาพ ทำให้ตำรวจต้องกันตัวผู้ต้องหาออกห่างและทำการสอบสวน ซึ่งนายจักรพันธ์ ผู้ต้องหาก็ยังไม่ยอมรับสารภาพให้การอ้างต่างๆนาๆว่าเก็บกระเป๋าได้ภายในกระเป๋ามีโทรศัพท์และเอกสารจำนวนหนึ่งจึงเก็บโทรศัพท์ไว้ที่ห้องเช่าและนำซิมการ์ดออกมาใช้

ทั้งนี้ในเบื้องตนนั้นตำรวจก็ไม่ปักใจเชื่อคาดว่า นายจักรพันธ์ ผู้ต้องหารายนี้น่าจะก่อเหตุมาอย่างโชกโชนจึงแจ้งข้อหา ว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภท1(ยาไอซ์)ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย และ วิ่งราวทรัพย์” และทำการสอบขยายผลว่าผู้ต้องหารายนี้ก่อเหตุมาก่อนหน้านี้กี่ครั้งก่อนพาผู้ต้องหาไปค้นห้องเพื่อตรวจสอบของกลางนำมาเป็นหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีต่อไป.

Reporter : คัมภีร์   Photo : คัมภีร์   Category : ข่าวอาชญากรรม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com