พัทยาเดลีนิวส์

17 กันยายน 2556 :: 09:09:23 am 116513

รวบ 18 มงกุฎตุ๋นเงินนายกเล็กและร้านค้าทองสัตหีบ

รวบหนุ่ม 18 มงกุฎอดีตผู้ต้องขังคดีฉ้อโกง หลังพ้นคุกอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่เรือนจำ ปลอมแปลงหนังสือตราครุฑพร้อมลายเซ็น นอภ.ฉ้อโกงต้มตุ๋นเงินและทรัพย์สินรองนายกเล็กและร้านทองในพื้นที่สัตหีบ
สนใจโฆษณา

3สัตหีบ – วานนี้ (16 ก.ย.56) เมื่อเวลา 10.00 น. นายภวัต เลิศมุกดา นายอำเภอสัตหีบ จ.ชลบุรี พร้อมด้วย พ.ต.ท.นิพนธ์ ป้อมสนาม รอง ผกก.สภ.สัตหีบ ผู้แทน พ.ต.อ.ชนพัฒน์ นวลักษณ์ ผกก.สภ.สัตหีบ นายชวัฒน์ เทพทัพ ปลัดฝ่ายความมั่นคง และกำลังชุดเฉพาะกิจ ศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด (ศพส.) ร่วมกันจับกุมตัว นาย สรันย์ โมกขศักดิ์ หรือเจ อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 17/11 ม.4 ต.แสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยาที่ 603/2556 ในข้อหาปลอมแปลงและใช้เอกสารราชการปลอม ได้ภายในลานจอดรถวัดช่องแสมสารพร้อมของกลางได้แก่ เอกสารปลอมจากหน่วยงานราชการ ตรายางกระทรวงวัฒนธรรม นามบัตรนักการเมือง ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ตลอดจนอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการปลอมแปลงเอกสารอีกเป็นจำนวนมาก

นายภวัต เลิศมุกดา นายอำเภอสัตหีบกล่าวว่า พฤติกรรมของนาย สรันย์ หรือนาย เจ จะอ้างตัวเองว่าเป็นข้าราชการ และพัศดีเรือนจำกลางชลบุรี มีความสนิทสนมกับนักการเมืองระดับสูงถึงรัฐมนตรี พยายามเข้าสังคมกับชมรม สมาคมและสโมสรต่างๆ เพื่อแสดงตนให้สังคมรู้ว่าเป็นผู้กว้างขวาง ล่าสุดได้ปลอมแปลงเอกสารตราครุฑ พร้อมลายเซ็นนายอำเภอสัตหีบ เพื่อขอรับการสนับสนุนด้านการกีฬาอำเภอสัตหีบ ให้กับคณะบุคคลห้างทองสุพัตรา ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยมีนางสุพัตรา เผือกประพันธ์ เป็นเจ้าของร้าน รวมถึงนาย พนธกร เชื้อเงิน รองนายกเทศมนตรีเมืองสัตหีบ รายละ15,000 บาท รวม 3,000 บาท โดยผู้เสียหายทั้งสองราย ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.สัตหีบ จนกระทั่งสามารถติดตามจับกุมตัวได้ดังกล่าว นอกจากนี้แล้ว ยังได้ปลอมแปลงเอกสารราชการของสำนักงาน ปปส.,สำนักงาน ปปช. และหน่วยงานอื่นๆ อีกหลายหน่วยงาน โดย นาย คมสันต์ เอกชัย ผวจ.ชลบุรี ได้สั่งการให้ติดตามตัวมาลงโทษให้ได้ จึงได้ประสานกับ ผกก.สภ.สัตหีบ ร่วมกันวางแผนจนสามารถจับกุมตัวได้ดังกล่าว

สำหรับนาย สรันย์ฯ อดีตเคยปลอมแปลงเอกสารตราครุฑขอความอนุเคราะห์ทุนทรัพย์ จำนวน 300,000 บาท จาก ดร.ประโยชน์ เนื่องจำนง อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อก่อสร้างโรงยิมเนเซียมที่ อ.บ้านบึง และถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจวางแผนจับกุมต้องรับโทษ 2 ปี 6 เดือน และภายหลังจากออกมาจากเรือนจำชลบุรี มาทำงานที่ ไออาร์พีซี แต่ทำได้ชั่วระยะหนึ่งได้ถูกเลิกจ้างงาน ทำให้เกิดการขัดสนเรื่องการเงินจึงได้หวนกลับมาทำเหมือนเดิมอีกวิธีการทำก็ง่ายๆ โดยจะเข้าไปสืบค้นข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต แล้วใช้วิธีการเชื่อมต่อกับบุคคลที่ไปทำความรู้จักจนได้เบอร์โทรศัพท์ของบุคคลต่างๆ แล้วก็จะเชื่อมโยงกันเป็นลูกโซ่ เมื่อได้ข้อมูลแล้ว ก็จะเลือกเหยื่อที่มีเจตนาหรือประสงค์ที่จะช่วยเหลือสังคมโดยส่วนรวม ด้วยการให้การสนับสนุนเป็นเงินทองหรือสิ่งของ โดยที่เหยื่อไม่ได้ติดอยู่กับความโลภซึ่งแตกต่างจากแก๊งตกทองหรือแก๊งหลอกลวงอื่นๆ เมื่อเหยื่อหลงเชื่อก็ให้เงินทองไป โดยปลอมเอกสารทั้งฉบับไปขอบคุณบ้างขอเงินบ้าง ซึ่งเป็นธรรมชาติของผู้ต้องหารายนี้

ก่อนการจับกุมผู้ต้องหารายนี้ได้พยายามดิ้นรนอ้างนักการเมืองระดับชั้นผู้ใหญ่ให้มาร้องขอและประสานงานเพื่อจะที่ได้ไม่เอาเรื่องเอาราว ซึ่งมีนักการเมืองผู้หลักผู้ใหญ่หลายคนถูกแอบอ้าง ซึ่งก็ให้ข้อมูลเหล่านั้นไปจนเป็นที่เข้าใจเรียบร้อยแล้ว เมื่อเขาเป็นผู้กระทำผิดเขาก็ต้องรับโทษไปตามกฎหมาย

ด้าน นายสรันย์ โมกขศักดิ์ ได้ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา พร้อมกล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวได้ศึกษาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต จากนั้นก็จะนำมาปลอมแปลงเอกสาร ด้วยการสแกนลายเซ็น และออกหนังสือราชการปลอม เพื่อต้มตุ๋นจนถูกจับกุมได้ดังกล่าว

ด้าน พ.ต.ท.นิพนธ์ ป้อมสนาม รอง ผกก.สภ.สัตหีบ กล่าวว่า จากแนวทางการสืบสวน ทราบว่ามีผู้ที่ถูกหลอกหลวงในลักษณะเช่นนี้เป็นจำนวนมาก ดังนั้นในการดำเนินคดี จึงขอให้ผู้ที่ถูกหลอกลวงได้มาชี้ตัว เพื่อดำเนินคดีไปตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป พร้อมกับกล่าวอีกว่าการดำเนินคดีทางแพ่งหากไม่มีผู้เสียหาย จะไม่สามารถดำเนินคดีได้ จึงขอให้ผู้ที่ถูกกระทำในลักษณะเดียวกันนี้ได้เข้ามาแจ้ความร้องทุกข์ เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อผู้อื่นต่อไป

Reporter : นิราช ทิพย์ศรีกุล   Photo : นิราช ทิพย์ศรีกุล   Category : ข่าวอาชญากรรม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com