พัทยาเดลีนิวส์

22 กรกฎาคม 2555 :: 10:07:23 am 85114

รวบ 2 นศ.ลิธัวเนียใส่หน้ากาก “เดอะแมส” ใช้ ATM เก๊กดเงิน

รวบ 2 หนุ่มนักศึกษาสัญชาติลิธัวเนีย แก๊งบัตรเครดิตปลอม นำบัตรปลอมตระเวนก่อเหตุกดเงินสดตามตู้เอทีเอ็มในเมืองพัทยาและพื้นที่ใกล้เคียง ก่อนส่งเงินกลับให้เพื่อนร่วมแก๊งได้ฃส่วนแบ่ง 40 เปอร์เซ็น แฉพฤติกรรมสุดแปลก สวมหน้ากากเขียวปิดบังหน้ากดเงินสดจากที่ตู้เอทีเอ็มไปทั่ว และมาก่อเหตุได้เพียง 3 วันก่อนจนมุมโดนจับ
สนใจโฆษณา

พัทยา-วานนี้ (21 ก.ค. 55) เมื่อเวลา 10.00 น. พล.ต.ท.ดร.ปัญญา มาเม่น ผบช.ภ.2 , พล.ต.ต.จำนงค์ รัตนกุล ผบก.ภ.จว.ชลบุรี, พ.ต.อ.พันธนะ นุชนารถ รักษาราชการแทน ผกก.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ,พ.ต.ท.ศุภชัชจ์ เปี่ยมมนัส รอง ผกก.ป.ฯ สภ.บางละมุง , พ.ต.ท.เกียรติศักดิ์ สระทองออย รอง ผกก.ป.ฯ สภ.เมืองพัทยา พ.ต.ท.ภาคสุวัฒน์ ชมถนอม หน.ฝ่ายปฏิบัติการ ศปอช.ภ.จว.ชลบุรี , ร.ต.อ.จำนงค์ ประสพสุขมั่งมี สว.จร.สภ.ศรีราชา รอง หน.ฝ่ายปฏิบัติการฯ พร้อมกำลังร่วมกัน แถลงข่าวจับกุมตัว 2 ผู้ต้องหาสัญชาติลิธัวเนีย แก๊งคนร้ายข้ามชาติแฝงตัวมาเป็นนักท่องเที่ยวนำบัตรเอทีเอ็มปลอมมากดเบิกเงินในพื้นที่เมืองพัทยาและพื้นที่ใกล้เคียงในจังหวัดชลบุรี โดยผู้ต้องหา 2 คนคือ นายมาริอูส เคียดิอูนาส (MR.MARIUS GIEDRIUNAS) อายุ 22 ปี และ นายเดนนิส วาลคาอูสคัส ( MR.DANGIS VALKAUSKAS ) อายุ 20 ปี สัญชาติลิธัวเนีย พร้อมของกลาง บัตรเอเล็กทรอนิกส์ มีแถบแม่เหล็กด้านหลัง คล้ายกับบัตรเอทีเอ็มหรือบัตรเครดิตทั่วไป จำนวน 30 ใบ , หมวกแก๊ปสีดำ จำนวน 2 ใบ , หน้ากากพลาสติกสีเขียว 1 อัน และ ธนบัตรสกุลดอลล่าร์ จำนวน 560 ดอลล่าร์ พร้อมภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดขณะที่ผู้ต้องหานำบัตรเอทีเอ็มปลอมไปกดเบิกเงินที่ตู้เอทีเอ็มก่อนถูกจับ

 

พล.ต.ท.ดร.ปัญญา มาเม่น ผบช.ภ.2 กล่าวว่าพฤติกรรมของผู้ต้องหาทั้ง 2 คนนี้ได้นำบัตรเอทีเอ็มปลอมที่ซื้อมาจากแก๊งปลอมบัตรเอทีเอ็มหรือบัตรเครดิตในประเทศลิธัวเนียบ้านเกิด จากนั้นได้นำบัตรเอทีเอ็มหรือบัตรเครดิตปลอมทั้งหมด ติดตัวบินข้ามโลกมาเพื่อมายังประเทศไทยโดยมีเป้าหมายนำบัตรเอทีเอ็มหรือบัตรเครดิตปลอมดังกล่าวมาก่อเหตุกดเบิกเงินในพื้นที่เมืองพัทยา อ.ศรีราชา และ อ.สัตหีบ ซึ่งผู้ต้องหาทั้ง 2 คนเพิ่งเดินทางมาได้เพียง 3 วัน แต่ได้นำบัตรเอทีเอ็มไปตระเวนกดตามตู้เอทีเอ็มตามสาขาต่างๆในพื้นที่เมืองพัทยา อ.ศรีราชา และ อ.สัตหีบ ซึ่งตู้เอทีเอ็มบางธนาคารบางตู้ก็ไม่สามารถกดเอาเงินออกมาได้แต่บางตู้ก็ไม่สามารถกดเบิกเงินออกมาได้

กระทั่งผู้ต้องหาได้นำบัตรเอทีเอ็มหรือบัตรเครดิตปลอมไปกดเบิกเงินสดจากตู้แลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศของธนาคารไทยพาณิชย์จำกัด(มหาชน) ในพื้นที่เมืองพัทยา โดยผู้ต้องหานั้นสวมใส่หน้ากากพลาสติกสีเขียวเพื่อปกปิดอำพรางใบหน้ามากดเบิกเงินสดที่ตู้เอทีเอ็มดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่ของธนาคารจึงแจ้งเบาะแสให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ทราบ และเจ้าหน้าที่ตำรวจก็สืบสวนแกะรอยติดตามจนสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คนได้ขณะกำลังขึ้นรถทัวร์จากพัทยาเพื่อไปสนามบินสุวรรณภูมิหวังจะบินหนีกลับประเทศลิธัวเนียบ้านเกิด

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหามายัง ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมคนร้ายข้ามชาติจังหวัดชลบุรี (พัทยา) พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ธนาคารต่างๆให้นำหลักฐานการเบิกถอดเงินสดและภาพถ่ายที่บันทึกจากตู้เอทีเอ็มขณะที่ผู้ต้องหานำบัตรเอทีเอ็มหรือบัตรเครดิตปลอมไปกดเบิกเงินสดมาเป็นหลักฐานประกอบซึ่งพบว่าผู้ต้องหาได้นำบัตรเอทีเอ็มหรือบัตรเครดิตปลอมไปตระเวนกดที่ตู้เอทีเอ็มที่ตรวจเช็คได้จากธนาคารไทยพาณิชย์ในพื้นที่เมืองพัทยา อ.สัตหีบ และพื้นที่ อ.ศรีราชา จำนวนถึง149 ครั้ง พร้อมนำตัวผู้ต้องหาไปตรวจค้นที่ห้องเช่าหมายเลข 04 ที่ผู้ต้องหาพักอยู่ ย่านพัทยาใต้ ก็พบของกลางบัตรเอทีเอ็มหรือบัตรเครดิตปลอมรวมจำนวนมากพร้อมกับหมวกแก๊ปและหน้ากากพลาสติกสีเขียวที่ผู้ต้องหาสวมใส่ตอนไปตระเวนก่อก่อเหตุ และยังยึดเงินสดที่ผู้ต้องหากดเบิกมาได้และเลิกเป็นเงินสกุลดอลล่าร์ อีกจำนวน 560 ดอลล่าร์

 

จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 2 คนก็ให้การรับสารภาพว่ายังเป็นนักศึกษาอยู่และเชี่ยวชาญเกี่ยวกับระบบอินเตอร์เน็ต แต่อ้างว่าซื้อบัตรจากแก๊งปลอมบัตรเอทีเอ็มหรือบัตรเครดิตทางอินเตอร์เน็ตจากนั้นแก๊งปลอมบัตรก็บอกวิธีการกดเบิกเงินซึ่งหากดเบิกเงินสดออกมาได้ก็จะแบ่งเงินส่วนแบ่ง 40 เปอร์เซ็นส่งกลับไปให้แก๊งบัตเอทีเอ็มหรือรเครดิตปลอมที่ประเทศบ้านเกิด นอกจากนี้ผู้ต้องหายังสารภาพอีกว่าที่เลือกเป้าหมายมาก่อเหตุในประเทศไทยก่อเพราะทราบจากข่าวในโลกอินเตอร์เน็ตว่าประเทศไทยโดยเฉพาะในเมืองพัทยาและพื้นที่อื่นๆนั้นจับแก๊งปลอมบัตรเอทีเอ็มหรือบัตรเครดิตได้บ่อย จึงคิดว่าคงจะก่อเหตุง่ายถึงมีคนร้ายมาก่อเหตุบ่อยจึงลงทุนเดินทางมายังประเทศไทยเพื่อก่อเหตุจากนั้นก็ตระเวนก่อเหตุกดเบิกเงินตามตู้เอทีเอ็มต่างๆ เพื่อเอาเงินสดพร้อมกับนำหน้ากากพลาสติกที่ซื้อมาจากบ้านเกิดเตรียมมาปกปิดบังหน้าเพื่ออำพรางกันถูกภาพวงจรปิดจับใบหน้าได้ด้วยแต่หลังจากก่อเหตุได้เพียง 3 วันได้เงินไปจำนวนหนึ่งแล้วก็มาถูกตำรวจจับกุมตัวได้ดังกล่าว

ทั้งนี้ พล.ต.ท.ดร.ปัญญา มาเม่น ผบช.ภ.2 ยังได้กล่าวฝากให้พี่น้องปราชนช่วยกันเป็นหูเป็นตาสังเกตตรวจสอบดูพฤติกรรมของบุคคลต้องสงสัยโดยเฉพาะชาวต่างชาติที่มักจะแฝงตัวเข้ามาก่อเหตุในประเทศไทยโดยเฉพาะเข้ามาก่อเหตุในโดยการนำบัตรเอทีเอ็มหรือบัตรเครดิตปลอมมากดเบิกเงินสดในประเทศไทยหากพบเห็นก็สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ตรวจสอบและจับกุมได้ตลอดเวลา เพื่อเป็นการช่วยกันให้ปัญหาอาชญากรรมในประเทศไทยลดน้อยลง

Reporter : คัมภีร์   Photo : คัมภีร์   Category : ข่าวอาชญากรรม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com