พัทยาเดลีนิวส์

24 กุมภาพันธ์ 2560 :: 03:02:11 am 204615

รอง ผบ.มทบ.14 โวยมือดีโพสต์ทำลายบรรยากาศจัดระเบียบท่าเทียบเรือพัทยาใต้

“มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ” รอง ผบ.มทบ.14 โวยมือดีโพสต์ภาพทำลายบรรยากาศการจัดระเบียบท่าเทียบเรือพัทยาใต้ ประกาศลั่นการปฏิบัติต้องคืบหน้าไม่มีถอยหลัง ชี้ทำเพื่อส่วนรวม และสังคม ให้เกิดความเป็นระเบียบ และภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยว หากยังไม่หยุดก่อกวน และสร้างความเสียหายคงต้องเจอของแข็ง
สนใจโฆษณา

พัทยา – วันที่ 23 ก.พ.60 พ.อ.ภพอนันต์ เหลืองภานุวัฒน์ รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 14 ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบ จ.ชลบุรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการและคณะทำงานการจัดระเบียบท่าเทียบเรือท่องเที่ยวพัทยาใต้ เพื่อติดตามผลความคืบหน้าการจัดระเบียบและการย้ายจุดรับส่งนักท่องเที่ยวจากพื้นที่ชายหาด สู่บริเวณท่าเทียบเรือพัทยาใต้

 

โดยมีผลการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมตั้งแต่วันที่ 16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยมี พล.ต.ต.อนันต์ เจริญชาศรี นายกเมืองพัทยา คณะสมาชิกสภาเมืองพัทยา ตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้ประกอบการบริษัทนำเที่ยว และผู้ประกอบการเรือเข้าร่วม ที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา จ.ชลบุรี

 

พ.อ.ภพอนันต์ กล่าวว่า หลังจากที่ คสช.กำหนดให้มีการจัดระเบียบท่าเทียบเรือท่องเที่ยวพัทยาใต้อย่างเป็นรูปธรรมตั้งแต่วันที่ 16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พบว่า ทุกอย่างเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพตามเจตนารมณ์ของการจัดทำ ซึ่งกรณีนี้ต้องชมเชยเจ้าหน้าที่จากหลายภาคส่วนที่เข้ามามีส่วนร่วมในการปฏิบัติที่มีความเข้มข้น จริงจัง และเฝ้าระวังเพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งถือว่าเป็นการเสียสละเพื่อส่วนรวมอย่างมาก

 

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาพบว่าได้รับรายงานว่ามีบุคคลบางราย หรือบางกลุ่มนำภาพของนักท่องเที่ยวที่ประสบเหตุจากการโดยสารเรือ ภาพของนักท่องเที่ยวที่สูงอายุ หรือผู้ป่วย ไปโพสต์เผยแพร่ในสื่อโซเชียล พร้อมระบุว่า การจัดระเบียบครั้งนี้จัดทำไปแบบไม่มีความพร้อม จนส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บบางส่วน และยังมีผู้ที่ไม่สามารถโดยสารทางเรือได้ ถูกนำมาปล่อยทิ้งไว้บริเวณท่าเทียบเรือ โดยภาครัฐไม่มีการจัดสถานที่รองรับไว้อย่างเพียงพอ

 

โดยกรณีดังกล่าวระบุว่า เป็นการทำลายบรรยากาศของการจัดระเบียบอย่างมาก เนื่องจากการทำ งานครั้งนี้มีเจตนารมณ์ที่ต้องการให้เกิดประโยชน์แก่ส่วนรวม และเป็นไปตามหลักสากล ซึ่งคงต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และจริงจังต่อไปโดยไม่มีข้อแม้ ซึ่งการจัดระเบียบที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ทุกคนต้องเสียสละในการเข้ามาทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อย

 

ขณะที่ผู้ประกอบการเองได้รับแต่ประโยชน์ และหากินแบบไม่ถูกต้องมาเป็นเวลานานแล้ว ดังนั้น จึงควรให้ความร่วมมือไม่ใช่มาต่อต้าน หรือทำลาย ซึ่งเรื่องนี้ส่วนตัวคงยอมไม่ได้ และแจ้งให้หยุดการกระทำเหล่านี้ ไม่เช่นนั้นคงจะมีมาตรการจัดการอย่างเด็ดขาดต่อไป

 

พ.อ.ภพอนันต์ กล่าวต่อไปว่า หลังจากกำหนดวันดีเดย์ให้ย้ายจุดรับส่งนักท่องเที่ยวทั้งหมดมาสู่พื้นที่ของท่าเทียบเรือท่องเที่ยวพัทยาใต้แล้วนั้น พบว่า ปัจจุบันจะมีผู้ประกอบการที่เข้ามาทำกินกว่า 45 ราย จากจำนวนเรือกว่า 400-450 ลำ ในจำนวนนักท่องเที่ยวเฉลี่ย 8,000-10,000 คนต่อวัน ซึ่งในช่วงเช้าพบว่า อาจมีปัญหาความแออัดอยู่บ้าง แต่ก็ได้มอบหมายให้สำนักงานเจ้าท่าเข้าไปควบคุม และจัดระเบียบ พร้อมเฝ้าระวังความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด ซึ่งในช่วงแรกของการดำเนินการอาจมีปัญหาอยู่บ้าง แต่ระยะหลังก็พบว่าผู้ประกอบการก็สามารถปรับตัวได้ดีมากขึ้น

 

ขณะที่ปัญหาที่มีกระแสโจมตีว่าไม่ปลอดภัย และปล่อยให้ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยถูกทิ้งเฝ้ารอกลุ่มทัวร์อยู่บริเวณท่าเรือโดยไม่ได้จัดสถานที่รองรับไว้นั้น กรณีนี้คงไม่ใช่หน้าที่ของรัฐ แต่คงเป็นเรื่องที่บริษัททัวร์ต้องเข้ามาดูแล และกำหนดมาตรการในการจัดโปรแกรมใหม่เอง เช่น การจัดพื้นที่ในการพักคอย เช่น โรงแรมที่พักที่เปิดบริการไว้ หรือสถานที่ท่องเที่ยวบางแห่ง เพราะคงจะใช้พื้นที่บริเวณท่าเรือเพียงแห่งเดียวคงไม่เพียงพอ

 

แม้ว่าปัจจุบันจะสั่งการให้ไปทำการจัดตั้งเต็นท์เพื่ออำนวยความสะดวกแล้วก็ตาม ดังนั้น จากนี้หากยังพบว่ามีบริษัทนำเที่ยวใดปล่อยปละละเลย หรือทิ้งให้กลุ่มคนดังกล่าวไว้บริเวณท่าเรือ ก็จะถือว่ามีความผิด และจะดำเนินคดีตามกฎหมาย รวมทั้งมอบหมายให้ทางสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดชลบุรี คาดโทษด้วยการเพิกถอนในอนุญาตต่อไปด้วย

 

อย่างไรก็ตาม ในที่ประชุมได้มีการหารือถึงกรณีของกลุ่มผู้ประกอบการเรือจรในพื้นที่เมืองพัทยา ซึ่งให้บริการในลักษณะเช่าเหมาลำจากนักท่องเที่ยวตามสถานประกอบการโรงแรม หรือกรุ๊ปส่วนตัว ซึ่งมีอยู่จำนวนกว่า 100 ลำ ที่ประสบปัญหาจะต้องมาใช้พื้นที่ของท่าเทียบเรือพัทยาใต้ ตามคำสั่งของ คสช.จนอาจทำให้พื้นที่มีความแออัดนั้น เรื่องนี้ได้มอบหมายให้ทางสำนักงานเจ้าท่า ไปทำการจัดหาพื้นที่จุดรับส่งนักท่องเที่ยวในลักษณะจุดผ่อนปรน บริเวณพื้นที่ชายหาด

เพื่ออำนวยความสะดวก และลดปัญหาความแออัดของท่าเรือพัทยาใต้ เพื่อรอระยะเวลาการจัดสร้างโป๊ะเทียบท่าเพิ่มเติม ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 6-8 เดือน ก่อนจะสั่งการให้ผู้ประกอบการย้ายกลับมาใช้พื้นที่ของท่าเทียบเรืออย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

Reporter : ญาณวรุฒน์   Photo : ญาณวรุฒน์   Category : ข่าวแวดวงสังคม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com