พัทยาเดลีนิวส์

23 มิถุนายน 2555 :: 15:06:00 pm 83917

“รอยพระพุทธบาททับทิมสยาม” มหัศจรรย์ 2,600 ปี พุทธชยันตี

มรดกโลก "รอยพระพุทธบาททับทิมสยาม"มหัศจรรย์ 2,600 ปี พุทธชยันตี ในมหาสมุทรอ่าวไทยตอนล่าง แผ่นดินสุวรรณภูมิ หนึ่งเดียวในโลก
สนใจโฆษณา

นับเป็นเรื่องมหัศจรรย์เหนือคำบรรยายที่บังเกิดขึ้นในดินแดนสุวรรณภูมิ “รอยพระพุทธบาท” ที่ถูกบันทึกไว้ให้ชาวโลกได้รับรู้ มีเพียง 5 แห่ง และมีชาวพุทธนิยมไปสักการะ ก็คือ 1. เขาสุวรณมาลิกา ประเทศอินเดีย 2. เขาสุวรรณบรรพต อินเดีย 3. เมืองโยนะกะบุรี อินเดีย 4. แม่น้ำมันมะทา อินเดีย และ 5. ที่ดินแดนสยามสุวรรณภูมิ ก็คือ สุมะนะกูด หรือเขาคิชกูฏ จันทบุรี

แต่ก็ยังมีความเชื่ออยู่ว่ารอยพระพุทธบาท ยังมีอีกมากมายในดินแดนสยามสุวรรณภูมิ หรือแผ่นดินสยามแห่งนี้ ที่ยังมีการค้นพบอีกหลายแห่งในภาคต่าง ๆ อีกทั้งยังเป็นการค้นพบที่น่าทึ่งก็คือ ได้มาจากนิมิตแห่งความลี้ลับ ปรากฎการณ์เหนือธรรมชาติ ที่วิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ เพื่อนำพาไปพบเห็นรอยพระพุทธบาท ทั้งบนยอดเขาสูง และพื้นราบซึ่งล่าสุด ครูบาสันยาสี ได้มีนิมิตเห็นรอยพระพุทธบาทขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในมหาสมุทรอ่าวไทย ที่ริมชายหาดกล้วย เกาะกูด จังหวัดตราด หรือแหลมหินลับมีด ดินแดนติดต่อทางทะเล กับประเทศกัมพูชา และได้ตั้งชื่อว่า “รอยพระพุทธบาททับทิมสยาม”

 

ครูบาสันยาสี ภิกขุ แห่งสำนักปฏิบัติธรรมพระพุทธบาทจันทาราม (เขาถ้ำพระ) ต.ทุ่งขนาน อ.สอยดาว จ.จันทบุรี ซึ่งมีความเลื่อมใสและศรัทธาในพุทธศาสนา มีความปรารถนาหลุดพ้นจากวัฎฎะสงสารทั้งมวล เพื่อสู่พระนิพพาน ได้เดินทางไปปฏิบัติธรรม ณ ยอดเขาพญาเดินธง อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี ขณะที่นั่งสมาธิกรรมฐานในวันวิสาขบูชา 2,600 ปี พุทธยันตี ได้เกิดมีนิมิตเห็นรอยพระพุทธบาทริมหาด ในมหาสมุทรอ่าวไทย เกาะกูด จ.ตราด และได้มีดวงวิญญาณของโอปาติกะ ผู้ดูแลรักษาสถานที่ และบอกว่าเป็นดวงวิญญาณของเจ้าหญิงสุมลมาลย์ ในรัชสมัยรัชการที่ 5 เป็นผู้ดูแลรักษาสถานที่เกาะกูด เกาะกระดาษ และดูแลรักษารอยพระพุทธบาทแห่งนี้มายาวนาน ปรารถนามาอาราธนานิมนต์พระคุณเจ้าทางนิมิตกรรมฐาน บอกว่ารอยพระพุทธบาทตั้งอยู่บนอ่าวกล้วย ซึ่งอยู่ในพื้นที่เกาะกูด สถานที่ตั้งรอยพระพุทธบาทเป็นก้อนหินขนาดใหญ่ ลักษณะก้อนหินยื่นลงไปในทะเล เป็นรอยพระพุทธบาท 2 รอย คู่กัน ประทับรอยกลับไปกลับมา (หรือขึ้นลง) เป็นรอยเท้าขนาดใหญ่ เท่ากับรอยเท้าคนแปดศอก มีส้นและปลายนิ้วอย่างชัดเจนตลอดจนก้นหอย นอกจากนี้ยังมีรอยเท้าเท่ากับคนธรรมดาอยู่บนโขดหินอีกเป็นจำนวนมาก

 

นิมิตดังกล่าวนี้ สอดคล้องกับการเล่าขานกันมายาวนานนับร้อย ๆ ปี ของชาวเกาะกูด และใกล้เคียงว่าบนเกาะแห่งนี้มีรอยพระพุทธบาทขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับอยู่ริมชายเกาะเมื่อน้ำทะเลลดลงจึงจะมองเห็นถึงแม้ว่าจะมีบุคคลจำนวนมากพยายามค้นหารอยพระพุทธบาท แต่ก็ยังไม่มีผู้ใดพบเห็นมาก่อน และเชื่อกันว่าก่อนกึ่งพุทธกาลเกาะกูดเป็นดินแดนสร้างอาณาจักรมหานิกาย ฮินดู เผยแพร่ศาสนา พระพุทธองค์ทรงเสด็จมาอาณาจักรสุวรรณภูมิ เทศนา โปรดสัตว์ จึงเกิดรอยพระพุทธบาทบนโขดหินริมชายหาด แต่ไม่เคยมีใครค้นพบมาก่อน เมื่อมีนิมิตดีเช่นนี้ ครูบาสันยาสี หรือมหาโยคี จึงได้ลงจากยอดเขาพญาเดินธง จ.ลพบุรี พร้อมศิษยานุศิษย์ จำนวนหนึ่งเดินทางมายังท่าเรือจังหวัดตราด เช่าเหมาเรือเร็วขนาดใหญ่ผ่าคลื่นลมไปค้นหาระยะทาง 40 กิโลเมตร ใช้เวลาการเดินทาง 1 ชั่วโมง ถึงแม้จะเป็นหน้าฤดูมรสุม มีฝนตก มีคลื่น ลมแรง แต่ก็ได้มีปาฎิหาริย์ให้เห็น เมื่อเรือออกเดินทางท้องฟ้าแจ่มใส คลื่นลมสงบเงียบ ทำให้การเดินทางไม่พบอุปสรรคใด ๆ ทั้งไป และกลับ

  

เป็นที่น่าแปลกใจของคณะที่เดินทางร่วมไปด้วย เพราะแม้แต่ครูบาสันยาสี ก็ไม่เคยเดินทางไปยังอ่าวต่าง ๆ ของเกาะกูด แต่สามารถบอกทิศทางนำพาคนขับเรือเร็วซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ไปยังอ่าวกล้วยได้อย่างถูกต้องตามจุดที่ได้เกิดนิมิตเห็นรอยพระพุทธบาท และยังได้สร้างความประหลาดใจให้กับลูกจ้างทำสวนยางพาราจำนวนหลายคนที่ปลูกบ้านพักอยู่ริมชายหาดใกล้ ๆ กับรอยพระพุทธบาท ต่างพูดว่านับเป็นเรื่องมหัศจรรย์จริง ๆ เพราะสถานที่แห่งนี้ได้เดินผ่านไป ผ่านมาทุกวัน แต่ไม่มีใครเคยเห็นรอยพระพุทธบาทแห่งนี้เลย ทำให้เกิดศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างมาก เช่นเดียวกับ นางมณีจันทร์ ศรีทองคำ ได้มาทำธุรกิจที่พักอาศัย และมีที่ดินอยู่บนเกาะกูด เคยได้ยินผู้เฒ่าพูดและเล่ากันมาหลายยุคหลายสมัยว่า ดินแดนเกาะกูดเป็นดินแดนแห่งธรรมที่รุ่งเรืองมาก่อน และมีการพูดกันว่าบนเกาะแห่งนี้มีรอยพระพุทธบาทอยู่แต่ไม่เคยมีใครค้นพบ จนมาทราบข่าวว่า ครูบาสันยาสี พร้อมคณะศิษย์ ได้เดินทางมาสำรวจจึงได้ขอติดตามคณะไปด้วย รู้สึกตกใจ และตะลึงอย่างมากที่พบรอยพระพุทธบาทตามคำเล่าลือมานานแสนนาน ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าพระท่านรู้ได้อย่างไรและเดินทางไปถูก ทั้งที่บริเวณใกล้เคียงรอยพระพุทธบาทได้มีบ้านพักคนงานลูกจ้างทำสวนยาง ปลูกบ้านพักอาศัยอยู่ริมชายหาดแห่งนี้มานานหลายปี เดินผ่านไป -ผ่านมา ทุกวันแต่ไม่มีใครพบเห็นมาก่อนเลย

 

เพื่อเป็นการพิสูจน์ความจริงให้ประจักษ์ต่อสายตาชาวโลก ครูบาสันยาสี พร้อมคณะศิษย์ ได้พาผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ และทีวี เดลินิวส์ ร่วมเดินทางไปบันทึกภาพเพื่อเป็นสักขีพยาน ตรงจุดด้านทิศตะวันตกของเกาะกูด ตรงข้ามกับเกาะกง กัมพูชา จึงได้พากันลงน้ำทะเล ขึ้นไปยังชายฝั่ง พบรอยพระพุทธบาท ชัดเจนอยู่บนแผ่นหินริมชายหาด จึงได้นำบายศรี ดอกไม้ ธูปเทียนไปสักการะเพื่อขออนุญาตในการตรวจสอบ และบันทึกภาพมาเผยแพร่ให้สาธุชนชาวพุทธได้รับทราบว่า ได้พบรอยพระพุทธบาท ซึ่งค้นพบในปี พุทธยันตี 2,600 ปี ซึ่งเป็นปีมหามงคลของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระบรมราชินาถ ในดินแดนสุวรรณภูมิของไทย กลางอ่าวไทยตอนล่าง ซึ่งมีความชัดเจน สวยงาม เป็นธรรมชาติ มีน้ำทะเลขึ้นถึง จะดูได้อย่างชัดเจนก็ต่อเมื่อน้ำทะเลลง พร้อมตั้งชื่อว่า “รอยพระพุทธบาททับทิมสยาม”

 

Reporter : ณัฐภูมินทร์   Photo : ณัฐภูมินทร์   Category : สังคม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com