พัทยาเดลีนิวส์

23 พฤศจิกายน 2553 :: 15:11:24 pm 44397

ระเบิด!ทำงาน พธม.ล้อมรัฐสภา พาประเทศเสี่ยง

ถนนการเมืองทุกสาย จะพุ่งตรงไปที่รัฐสภาอีกครั้ง ระหว่างวันที่ 23-25 พ.ย. หลังจากมีการประชุมร่วม ของรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 4 ร่างด้วยกัน ท่ามกลางการจับตามองของสังคม ว่าถึงที่สุดแล้วเสียงของรัฐสภา จะพอผ่านในวาระที่ 1 หรือไม่ เข้าสู่กระบวนการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ แก้ไขรัฐธรรมนูญต่อไปพันธมิตรฯทยอยชุมนุมหน้ารัฐสภา คัดค้านแก้รัฐธรรมนูญ เชื่อมีนับหมื่น ยันไม่ค้างคืน หรือปิดทางเข้า-ออก ตร.ตรึงกำลังเข้ม รับมือม็อบ
สนใจโฆษณา

รัฐสภา-วันนี้ (23 พ.ย. 53) เมื่อเวลา 10.30 น. นายประพันธ์ คูณมี แกนนำพธม. ขึ้นเวทีปราศรัยว่า เป็นที่น่าสังเกตว่าทำไมนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีถึงเร่งรีบที่จะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญช่วงนี้ ทั้งที่ผ่านมามีการถ่วงเวลามาโดยตลอด ซึ่งการกระทำดังกล่าวทำให้ผู้ใหญ่ภายในพรรคประชาธิปัตย์ อาทิ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค นายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษา อยู่ในภาวะอึดอัดและน้ำท่วมปาก อย่างไรก็ดีของให้จับตาช่วงวันที่ 25 พ.ย. ที่จะมีการโหวตรับหรือไม่ร่างร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่จะมีการโหวตเป็นรายบุคคล ซึ่งบุคคลที่สนับสนุนให้แก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นจะถูกนำชื่อมาจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ด้วย ว่าเป็นบุคคลที่ทรยศเจตนารมย์ของประชาชนที่คัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

 

นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานเครือข่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวว่า พันธมิตรฯ นัดรวมตัวกันเวลา 08.00 น. ที่หน้ารัฐสภา ถ.อู่ทองใน โดยคาดมาถึงเรือนหมื่น โดยแกนนำพันธมิตรมาหมด ไม่ปิดทางเข้า-ออก แต่ไม่แน่ชัดว่าจะปิดถนนหรือไม่ แต่ยืนยันว่าจะไม่ค้างคืน ขณะที่พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรฯ ซึ่งเดินทางมาถึงที่ชุมนมแล้ว ให้สัมภาษณ์ยืนยันว่า จะไม่ค้างคืนและจะไม่ใช้เครื่องขยายเสียง แต่จะใช้โทรโข่งแทน โดยเชื่อว่าจะสามารถควบคุมมวลชนได้ “อยากให้พิจารณาในสภาฯตีตกให้หมด รัฐธรรมนูญแก้ไขได้แต่ต้องทำประชามติ” พล.ต.จำลอง กล่าว
พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบช.น. เปิดเผยถึงการดูแลความสงบเรียบร้อยในการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ ที่ที่หน้ารัฐสภา ว่า ทางกลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรฯ เริ่มทยอยเดินทางมาที่หน้ารัฐสภา เพื่อคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ว ทาง บช.น.ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 เป็นผู้เจรจากับแกนนำกลุ่มพันธมตร ส่วนการดูแลความสงบเรียบร้อย เบื้องต้น ใช้กำลังตำรวจ 4 กองร้อย และจะมีการประเมินสถานการณ์ตลอดเวลา ซึ่งจากการพูดคุยกับแกนนำผู้ชุมนุมยืนยันว่าจะไม่มีการปิดการจราจร หรือประตูเข้าออกรัฐสภา และจะไม่ค้างคืนที่บริเวณหน้ารัฐสภาแน่นอน โดยจะไปปักหลักที่พรรคการเมืองใหม่แทน ซึ่งทางตำรวจได้ประเมินจำนวนผู้ชุมนุมแล้วน่าจะใกล้เคียงกับการชุมนุมคราวที่แล้ว

 

สำหรับกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เตรียมไว้ 4 กองร้อย นั้น คาดว่าจะรับมือไหว ส่วนกำลังทหาร อยู่ที่ตำรวจจะร้องขอไป และทราบว่ามีการเตรียมกำลังเอาไว้แล้ว ส่วนเรื่องการใช้เครื่องขยายเสียงบนรถปราศรัยนั้น ทำไม่ได้แน่ จะใช้ได้แค่เครื่องโทรโข่งเท่านั้น แต่หากว่าผู้ชุมนุมมาจำนวนมาก ก็อาจจะต้องใช้เครื่องเสียงของตำรวจแทน ในการจัดระเบียบผู้ชุมนุมทั้งหมดเพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวาย อย่างไรก็ตาม รอง ผบช.น. ยืนยันว่า การชุมนุมครั้งนี้ จะไม่มีการยืดเยื้อ แม้จะมีการประชุมสภา 3 วัน แต่กลุ่มพันธมิตรจะเดินทางกลับในช่วงเวลา ที่เลิกประชุมและกลับมาใหม่ในเช้าวันต่อมา ซึ่งต้องเฝ้าจับตา กลุ่มมือที่ 3 ที่อาจเข้ามาสร้างสถานการณ์ปั่นป่วน หรือความไม่ประสงค์ดี ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาล ได้เฝ้าระวัง และวางมาตรการดูแลอย่างเข้มงวดแล้ว

เมื่อดูเสียงในสภาของรัฐบาลมีถึง 270 เสียง โดยต้องการเพียงอีกประมาณ 40-50 เสียงโดยประมาณ เพื่อรวมให้ได้ 310 เสียง เพื่อให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญผ่านวาระแรกไปได้ ซึ่งจะดูว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก เพราะในวุฒิสภาเองมีเสียงทั้งส่วนที่สนับสนุนและไม่สนับสนุน ก่อนที่จะไปลุ้นว่าผ่านหรือไม่ ต้องระทึกใจกันก่อนกับการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ว่าจะมีผลต่อการเร่งอุณหภูมิการเมืองให้พุ่งสูงขึ้นแค่ไหน และจะเป็นปัจจัยให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญแท้งก่อนหรือไม่ ท่าทีของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ยืนยันมาตลอดว่าจะไม่มีการผลักดันการนิรโทษกรรมทางการเมืองผ่านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผิดกับจุดยืนของรัฐบาลพรรคพลังประชาชนที่เดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญพ่วงเรื่องการนิรโทษกรรม จึงเป็นผลให้กลุ่มคนเสื้อเหลืองนำมาแปรเป็นพลังล้มรัฐบาลพลังประชาชนได้

การเคลื่อนไหวของ พธม.ในครั้งนี้ ไม่น่าต่างอะไรกับการแสดงจุดยืนปกติ เพราะตัวแกนนำ พธม. คงตอบมวลชนลำบากเหมือนกันหากให้กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญดำเนินไป โดยที่ไม่ได้แสดงท่าทีอะไรออกมาเลย ทั้งๆ ที่เป็นวาระที่ พธม.แสดงความคัดค้านมาตลอด อาจมองได้ว่า พธม.เองก็ไม่ได้หวังถึงขั้นล้มการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่การเคลื่อนไหวครั้งนี้ก็ใช่ว่าจะไม่มีอะไรติดไม้ติดมือเลยเสียทีเดียว เพราะอย่างน้อยที่สุดเป็นการปลุกกระแสสร้างชื่อ พรรคการเมืองใหม่ ให้เริ่มติดหูคนในสังคมมากขึ้น หลังจากมีกลิ่น “ยุบสภา” ออกมาเป็นระยะๆ จากนายกฯ อภิสิทธิ์ ดังนั้นพรรคการเมืองใหม่จึงต้องใช้ พธม.เป็นกลไกคู่ขนานในการสร้างพลังให้กับพรรคตัวเอง

 

ที่น่าสนใจอยู่ตรงที่กระบวนการจัดรูปแบบการชุมนุมของ พธม. เนื่องจากเป็นลักษณะของการมาเช้าเย็นกลับ ไม่ใช่แบบปักหลักไม่ชนะไม่เลิกเหมือนช่วงที่เคลื่อนไหวกดดันรัฐบาลนอมินีทักษิณ ทำให้พลังในการคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญดูอ่อนลง ซึ่งปัจจัยหนึ่งเป็นเพราะ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่ประกาศใช้อยู่ ทำให้ไม่สามารถชุมนุมยืดเยื้อได้ และแน่นอนว่าการเคลื่อนไหวของ พธม.นั้น ก็เพื่อต้องการแสดงจุดยืนเดิมของตัวเองในการต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นจุดยืนที่คนเสื้อเหลืองมีมาตั้งแต่ต้นแล้วว่า รัฐธรรมนูญ 2550 ห้ามใครแตะ แต่ครั้งนี้ดูเหมือนว่าการเอาจริงเอาจังของม็อบเหลืองแผ่วเบาลงไปพอควร โดยเฉพาะจำนวนมวลชนที่เข้าร่วมกิจกรรม ในช่วงที่ผ่านมามีน้อยลง

การชุมนุมของ พธม. ช่วง 3 วันนี้ จะสร้างความยุ่งยากให้กับรัฐบาลแน่ ทั้งประเด็นการชุมนุมที่อยู่ภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ว่ารัฐบาลจะบังคับใช้กฎหมายเข้มข้นขนาดไหน หรือจะสองมาตรฐาน เมื่อเทียบกับการชุมนุมของม็อบเสื้อแดงที่ ศอฉ.ค่อนข้างเข้มงวดเป็นพิเศษ ประเด็นสำคัญที่จะเกิดในการชุมนุม 3 วันนี้ ไม่ได้อยู่ที่การควบคุมการชุมนุมของรัฐบาล แต่จะอยู่ตรงที่จังหวะการออกมาเคลื่อนไหวของพลพรรคเสื้อเหลือง ซึ่งนี่ถือเป็นยกสำคัญ และอีกครั้งคือวันที่ 11 ธ.ค. ที่จะมาชุมนุมอีกครั้งเพื่อกดดันให้รัฐบาลล้มเลิกบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) และกระบวนการของคณะกรรมาธิการเขตแดนไทยกัมพูชา (เจบีซี) ปัญหามีอยู่ว่า พลังของ พธม.เพียงพอสำหรับการล้มการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ การเมืองไทยในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือน พ.ย. จึงต้องจับตามองแบบห้ามกะพริบตา ทั้งแรงกดดันในสภาและนอกสภา

เรียบเรียง สิทธิศักดิ์

Reporter : PDN staff   Photo : Internet   Category : ข่าวการเมือง

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com