พัทยาเดลีนิวส์

18 สิงหาคม 2558 :: 11:08:28 am 165753

รักษาเบาหวานขึ้นตา ด้วย “คีเลชั่น” กับ แอ็บโซลูท เฮลธ์

เบาหวานทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนทางตาหลายอย่าง เช่น ต้อหิน ต้อกระจก เป็นต้น แต่ภาวะแทรกซ้อนที่เป็นสาเหตุของตาบอดที่สำคัญคือ  ภาวะเบาหวานขึ้นจอประสาทตา (Diabetic Retinopathy, DR) หรือเรียกสั้นๆว่า “เบาหวานขึ้นตา”
สนใจโฆษณา

จอประสาทตาเป็นเนื้อเยื่อที่อยู่ด้านในสุดของลูกตา ประกอบด้วยเซลล์ประสาทรับแสงหลายล้านเซลล์ ทำหน้าที่เปลี่ยนแสงหรือภาพที่ผ่านเข้ามาในลูกตาเป็นสัญญาณประสาทส่งต่อไปที่สมอง ทำให้รับรู้ถึงการมองเห็นต่างๆได้ คล้ายกับส่วนของจอรับภาพในกล้องถ่ายรูป ดังนั้น ถ้ามีความผิดปกติเกิดขึ้นที่จอประสาทตา ก็จะมีผลกระทบทำให้การมองเห็นผิดปกติได้

 

เบาหวานขึ้นตาคืออะไร
ผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานจะมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงผิดปกติ ส่งผลให้ผนังหลอดเลือดเสื่อมทั่วร่างกาย รวมทั้งหลอดเลือดที่จอประสาทตาด้วย เลือดและสารต่างๆ จะรั่วซึมออกจากหลอดเลือดที่ผิดปกติเหล่านี้และทำให้การภาวะเบาหวานขึ้นตา ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ระยะตามความรุนแรงของโรค คือ

 

1. เบาหวานขึ้นตาระยะที่ยังไม่มีหลอดเลือดเกิดใหม่ (Non-Proliferative Diabetic Ratinopathy หรือ NPDR)
การเปลี่ยนแปลงในระยะนี้จะมีความอ่อนแอของผนังหลอดเลือดฝอยที่จอประสาทตา ทำให้เกิดหลอดเลือดฝอยโป่งพอง (microaneurysms) เป็นสิ่งตรวจพบอย่างแรกในผู้ป่วยที่เริ่มมีเบาหวานขึ้นตา เมื่อมีการแตกของหลอดเลือดฝอยที่โป่งพอง ก็จะทำให้เกิดจุดเลือดออกเล็กๆ (dot and blot horrhages)กระจายทั่วไป นอกจากนี้ หลอดเลือดฝอยที่โป่งพอง มักมีรูรั่วทำให้มีน้ำและไขมันรั่วออกมา ทำให้จอประสาทตาบวมน้ำและมีจุดไขมันสีเหลือง (lipid exudates) ถ้าจอประสาทตาบวมน้ำบริเวณจุดภาพชัด (macula edema) จะทำให้มีอาการตามัว

 

 แอ็บโซลูท เฮลธ์ แอ็บโซลูท เฮลธ์

 แอ็บโซลูท เฮลธ์ แอ็บโซลูท เฮลธ์

 

2. เบาหวานขึ้นตาระยะที่มีหลอดเลือดเกิดใหม่ (Proliferative Diabetic Retinopathy หรือ PDR)
การเปลี่ยนแปลงในระยะนี้ หลอดเลือดฝอยจะมีการอุดตันทำให้จอประสาทตาขาดเลือดซึ่งจะกระตุ้นให้การเกิดสร้างหลอดเลือดฝอยใหม่ (neovascularization) หลอดเลือดเหล่านี้มีลักษณะเปราะและแตกง่าย ทำให้เกิดเลือกออกในตา และเกิดพังผืดดึงรั้งจอประสาทตา และทำให้จอประสาทตาหลุดออกได้(retinal detachment)

 

 แอ็บโซลูท เฮลธ์ แอ็บโซลูท เฮลธ์

 แอ็บโซลูท เฮลธ์ แอ็บโซลูท เฮลธ์

 

อาการ
เบาหวานขึ้นจอประสาทตาระยะแรกๆ จะไม่มีอาการต้องอาศัยการตรวจโดยจักษุแพทย์เท่านั้นจึงจะตรวจพบได้ แต่ถ้าเป็นมากขึ้น มักทำให้มีอาการตามัว เห็นเงาดำๆ สอยไปลอยตา หรือมีจุดดำๆ มาบังตรงกลางของภาพ หรือการมองเห็นในเวลากลางคืนแย่ลง

 

การรักษาตามแผนปัจจุบัน

การรักษาที่มีอยู่ในปัจจุบันมุ่งหวังเพื่อชะลอหรือหยุดยั้งไม่ให้โรครุกลาม ในปัจจุบันมี 3 วิธีคือ
1. รักษาด้วยเลเซอร์ (photocoagulation)
การยิงเลเซอร์เป็นจุดเล็กๆ จะหยุดการรั่วซึมของเลือดของเหลวจากหลอดเลือดฝอยที่ผิดปกติในจอประสาทตา อาจต้องยิงเลเซอร์กระจายเป็นวงกว้าง ซึ่งวิธีนี้จะทำให้สูญเสียการมองเห็นภาพด้านข้างเพื่อรักษาการมองเห็นภาพตรงกลางไว้ และจะลดความสามารถในการมองเห็นสีและการมองภาพในเวลากลางคืน

 

2. การรักษาด้วยยา
เป็นการรักษาวิธีใหม่โดยการฉีดยาเข้าวุ้นตา ยานี้มีคุณสมบัติลดการรั่วของหลอดเลือด และทำให้หลอดเลือดที่เกิดใหม่ฝ่อลง

 

3. การรักษาด้วยการผ่าตัด(vitrectomy)
ในรายที่เลือดออกในวุ้นตา แต่เลือดถูกดูดซึมไปไม่หมดหรือมีจอประสาทตาลอกจากพังผืดดึงรั้ง การผ่าตัดวุ้นตาจะช่วยระบายเลือดออกจากตาและซ่อมแซมจอประสาทตาที่ลอกให้กลับเข้าที่เดิม แต่การมองเห็นอาจไม่กลับมาเป็นปกติ ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค

 

 แอ็บโซลูท เฮลธ์ แอ็บโซลูท เฮลธ์

 

การรักษาตามแนวแพทย์บูรณาการ
จุดมุ่งหมายเพื่อป้องกันการอุดตันของหลอดเลือด และฟื้นฟูหลอดเลือดที่อุดตันแล้วอันเป็นสาเหตุหลักของเบาหวานขึ้นตา เนื่องจากหลอดเลือดอุดตันมักเกิดจากมีการอักเสบของหลอดเลือดนำมาก่อน โดยมีสารพิษในร่างกายโดยเฉพาะสารโลหะหนักเป็นตัวการสำคัญ การกำจัดสารโลหะหนักด้วยวิธีการที่เรียกว่า คีเลชั่น (Chelation) จึงถูกนำมาใช้

 

คีเลชั่น เป็นการให้น้ำเกลือเข้าทางหลอดเลือด โดยมีส่วนผสมของกรดอะมิโนที่มีชื่อว่า EDTA ซึ่งมีคุณสมบัติสามารถดูดจับสารโลหะหนัก เช่น สารหนู ตะกั่ว ในร่างกายรวมถึงแคลเซียมในหลอดเลือด แล้วขับออกทางปัสสาวะ จึงมีประโยชน์อย่างมากในการกำจัดสารโลหะหนักซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญของหลอดเลือกอักเสบ จึงปกป้องการเกิดหลอดเลือดอุดตันได้ และยังช่วยล้างหลอดเลือดที่อุดตันแล้วด้วย

 

 แอ็บโซลูท เฮลธ์ แอ็บโซลูท เฮลธ์

 

จากการวิจัยทางการแพทย์เป็นเวลา 10 ปี ของสถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐอเมริกา หรือ NIH ซึ่งตีพิมพ์เมื่อปี 2012 พบว่าคนไข้เบาหวานซึ่งแม้ว่าจะเคยได้รับการรักษาหลอดเลือดอุดตันมาแล้ว ทั้งโดยการใช้ยาและผ่าตัดเมื่อทำการรักษาเพิ่มเติมด้วยคีเลชั่น ปรากฏว่าคีเลชั่นสามารถลดอุบัติการณ์ของปัญหาแทรกซ้อนต่าง อาทิเช่น การเสียชีวิต การเกิดหลอดเลือดหัวใจอุดตัน การเกิดอัมพฤกษ์ อัมพาต ลงได้ถึง 39 % เมื่อเทียบกับการให้น้ำเกลือเปล่าๆ จะเห็นว่าการรักษาด้วยคีเลชั่น จึงมีประโยชน์อย่างยิ่ง สำหรับคนไข้เบาหวานที่ต้องการป้องกันโรคแทรกซ้อนตามมา

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
ศูนย์การแพทย์บูรณาการ แอ็บโซลูท เฮลธ์ พัทยา
038-423213-15
www.absolute-health.org

 

 21

 22

Category : สุขภาพ

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com