พัทยาเดลีนิวส์

18 ธันวาคม 2553 :: 14:12:06 pm 48378

รังสีอำมหิต ยุคสันหลังยาวได้ดี! ปชช.สิ้นทางเลือก

ลมปาก “อภิสิทธิ์” พริ้วฤาจริงใจ หลังสลายชุมนุม กลุ่มแนวร่วมนปช.นับแต่เดือนเม.ย.-พ.ค. 53ที่ผ่านมา ยึดประโยคซ้ำ “ถ้าบ้านเมืองสงบ..ผมพร้อมที่จะยุบสภาเลือกตั้งใหม่” ขายฝันให้คนใน และต่างประเทศ ให้เชื่อมั่นความเป็นผู้นำประเทศ เพราะนโยบายประชานิยมที่รัฐบาลกำลังหว่าน ซื้อใจชนชั้นกลาง ข้าราชการและรากหญ้า กำลังทยอยออกมาเรื่อยๆ
สนใจโฆษณา

คำพูดของนายกฯ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ล่าสุดประกาศย้ำ อีกรอบในวันรัฐธรรมนูญ แต่เพิ่มวลีมากขึ้น “ถ้าบ้านเมืองสงบ เศรษฐกิจดี แก้รัฐธรรมนูญเสร็จ จะยุบสภาประมาณเดือนเม.ย.” เล่นเอาหลายฝ่ายเริ่มไม่แน่ใจกับคำพูด “มาร์ค” หลังเวลาไร่เรี่ยกัน มีเสียงถามกลับจากมือประสานสิบทิศ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ซัดกลับจะเร่งยุบสภาฯทำไม เช่นเดียวกับระดับแกนนำอีกคน อย่าง“กรณ์ จาติกวณิช” แสดงความมั่นใจ ชัยชนะจากการเลือกตั้งซ่อม คะแนนนิยมของพรรคเพิ่มขึ้น กล้าฟันธงได้ว่าพรรคประชาธิปัตย์ จะบริหารประเทศยาวไปจนครบวาระ หากวิเคราะห์คำพูดของ “กรณ์” ย่อมมีเหตุผลน่าเชื่อถือ และเป็นไปได้มากที่สุด

เพราะนโยบายประชานิยม ที่รัฐบาลกำลังหว่านลงพื้นที่ ซื้อใจชนชั้นกลาง ข้าราชการและรากหญ้า กำลังทยอยออกมาเรื่อย ๆ ไม่ว่าอนุมัติเพิ่มเงินเดือนส.ส. ส.ว. ข้าราชการ ค่าแรงขั้นต่ำ โครงการ”วินในฝัน” “แท็กซี่วีไอพี” หรือหาบเร่แผงลอย ตัวเลขงบประมาณรายจ่ายของรัฐที่ประโคมใส่โครงการมหาประชานิยมครั้งนี้ สูงกว่า 3 ล้านล้านบาท วางแผนโครงการอีก 10 ปีข้างหน้า ล้วนเป็นนโยบายประชานิยม มากกว่าสมัยของพรรคไทยรักไทย หลายเท่าตัว ไร้มาตรฐาน วัดความปรองดองของรัฐ นิยามสิ้นสุดที่ใด แต่เชื่อถือคำพูดผู้จัดการรัฐบาลอย่าง “สุเทพ”มากกว่า สัญญาณชัด เลือกตั้งครั้งใหญ่ จะเกิดขึ้นในวันใดกันแน่ คงเข้าอีหรอบเดิม คือคนชื่อ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” กับมวลหมู่สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์เท่านั้นที่รู้

และเมื่อคราวเลือกตั้งที่ผ่านมา เสนาบดีที่ลาออกไปชั่วคราว หมายมั่นปั้นมือไว้ว่าจะได้นั่งเก้าอี้ตัวเดิม! ชาวบ้านและบ้านเมืองไม่ได้อะไรเลยกับมหกรรมปาหี่การเมือง เสียทั้งเงินและเวลาสำหรับการไร้สาระเพื่อใหันักการเมืองฟอกตัวจากมลทินถือหุ้นต้องห้าม เมื่อออกไปแล้ว กลับมาใหม่ได้ จะมีข้อห้ามไว้ทำไมเหมือนเยี่ยวไม่สะเด็ดน้ำ ดูแล้วยิ่งกว่าเด็กเล่นขายของ มองอนาคตบ้านเมืองแล้วได้แต่ปลงตก

การเมืองน้ำเน่ายุคนี้เลวร้ายกว่าทุกสมัย นอกจากความเสื่อมทรามในด้านความประพฤติของนักการเมืองแล้ว การทุจริต โกงกิน ยังโฉ่งฉ่างกว่า ยุคเครือข่ายขบวนการทักษิณครองเมืองด้วยซ้ำ ทั้งๆ ที่ปากอ้างว่าจงรักภักดี ความจงรักภักดีต่อสถาบันไม่ได้หมายความถึงการจัดงบประมาณ แสดงออกด้วยการติดโปสเตอร์ จัดงาน ผ่องถ่ายงบมหาศาลสู่ตัวเองและพวกพ้อง เมื่อได้ชัยชนะ แน่นอนว่าพรรคร่วมรับประทานต้องคึกคะนอง เหิมเกริม ผยองอำนาจ เชื่อว่าจะไม่มีอุปสรรคขวางกั้นในการจัดสรรโครงการเพื่องาบอีก ค่ายสะตอก็ฮึกเหิมไม่น้อย เล็งออกแต่โครงการประชานิยม ผสมกับการเสริมสร้างหนี้ ให้ชาวบ้านขี้เกียจ ไม่ดิ้นรนทำงาน มัวแต่รอจากเงินของรัฐ ถ้ากล้าเป็นหนี้ โดยไม่คิดหารายได้ สักวันหนึ่งบ้านเมืองคงไปไม่รอด!

มาบัดนี้หลายคนคงถอดใจ เมื่อนายกฯ มาร์คไม่เห็นความสำคัญกับการป้องกันการทุจริต คอรัปชั่น ซึ่งเป็นกิจกรรมหลักของพรรคร่วมรับประทาน แทนที่จะเร่งปรับโครงสร้างการเมือง เศรษฐกิจ สังคม เพื่อให้ประเทศก้าวหน้า เมื่อไม่กล้าใช้อำนาจมุ่งเน้นทำงานให้เหมาะสม กับกาลเวลา ก็เท่ากับเป็นการทำลายโอกาส ของประเทศในการสร้างความแข็งแกร่ง ถ้าคิดจะอยู่ไปแต่ละวัน อาศัยนโยบายประชานิยม หวังผลการเลือกตั้ง เท่ากับเป็นการเสพติดอำนาจ แต่ขาดจิตสำนึกในการทำหน้าที่เพื่อประชาชน

ที่บอกว่ารังสีอำมหิตของนายเนวิน ชิดชอบ ที่กำลังเก็บเกี่ยวคะแนนนิยม อยู่หลังฉากการเมือง ไม่ว่าภาพการเป็นหัวเรี่ยวหัวแรง ในการจัดงานเฉลิมพระชนม์พรรษา หรือการสนับสนุนกีฬาฟุตบอล ได้แผ่ขยายไปกว้างไกล การปล่อยให้พรรคร่วม รับประทานโกงกินอย่างมูมมาม เท่ากับว่าตัวเองเอาหูไปนา เอาตาไปไร่ หรือไม่ก็มีผลประโยชน์ร่วมกัน! ถ้าไม่ใช่ เหตุไฉนจึงยอมเปลืองตัวขนาดนี้ ผิดวิสัยวิญญูชน ซึ่งต้องปกป้องชื่อเสียง เกียรติภูมิของตัวเอง

การเสพติดอำนาจ ทำให้คนเกรงการสูญเสียอำนาจ และสถานภาพ ต้องอยู่ในสภาวะจำยอม ประชาชนเห็นสภาพนี้ย่อมรู้สึกสิ้นหวัง รู้ว่านักการเมืองยุคเก่าหรือยุคใหม่ ก็ไม่ต่างกัน ถ้าเป็นทาสของการเสพติดอำนาจเพื่อตัวเอง สภาพเช่นนี้ มักจบไม่สวย เพราะสร้างเงื่อนไขให้ประชาธิปไตยสะดุดนิ!

เรื่องการขึ้นเงินเดือน ไม่รู้ว่า นายกฯอภิสิทธิ์ คิดได้อย่างไร มันเหมือนตบหน้าประชาชน เป็นความคิดที่ได้รับการ สรรเสริญในทางลบ จากทุกสารทิศ ไม่มีใครชื่นชมสรรเสริญที่ นายกฯอภิสิทธิ์ ส่งเสริม “พวกนักการเมืองสันหลังยาว” ด้วยการขึ้นเงินเดือนเพราะเป็น “ตัวอย่างที่ไม่ดี” ที่ไม่ควรเกิดขึ้นในสังคมไทยอีกแล้ว หลังจากที่มี “ตัวอย่างเลวมากมาย” เกิดขึ้นในรัฐบาลชุดนี้ ที่คุณครูต้องสอนให้เด็กรุ่นนี้ไม่ต้องจดจำ

พฤติกรรม เป็นอย่างไร นายกฯ ก็รู้อยู่แก่ใจ ประชาชนก็เห็นกันอยู่โทนโท่ โดยเฉพาะ การโดดประชุมสภา ทำให้สภาล่ม ครั้งแล้วครั้งเล่า การจงใจก่อกวนให้สภาล่ม ไปจนถึง การไม่ทำหน้าที่ เพราะที่ผ่านมาร่วม 3 ปี สภาชุดนี้ทำงานผ่านกฎหมายออกมาน้อยมาก ส่งผลให้เกิดความเสียหาย ต่อชาติบ้านเมืองและประชาชนมากมาย ถ้าเป็นบริษัทเอกชนเขาไล่ออกไปนานแล้ว แต่ นายกฯ กลับขึ้นเงินเดือน ให้เกือบร้อยละ 15 แล้ว คุณครูทั้งหลาย จะไปสอนนักเรียนว่าอย่างไร ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ความดี ความถูกต้อง มันอยู่ที่ไหน

ส.ส.และ ส.ว.ผู้มีเกียรติในรัฐสภา เขาทำกันอย่างนี้หรือ นักการเมืองทำกันอย่างนี้หรือ ที่นายกฯชื่นชอบ แล้วตบรางวัลให้ด้วยการขึ้นเงินเดือน การทำแบบนี้ นอกจากไม่ทำให้บ้านเมืองดีขึ้นแล้ว ยังทำให้บ้านเมือง และจิตสำนึกคนไทยเสื่อมลงไปอีก ทำชั่วได้ดี มีตัวอย่างให้เห็น มันคงเป็น เวรกรรมของประเทศไทย ไม่น่าเชื่อว่า ยุคนี้จะเป็น ยุคที่เสื่อมที่สุด ของประเทศไทย ไม่เพียงแต่ สองมาตรฐาน สามมาตรฐาน ไปจนถึง ไร้มาตรฐาน แม้แต่ คุณธรรม จริยธรรม และ ความดี ก็ถูกบดขยี้ จนป่นปี้ เพียงเพื่อ ประโยชน์ของพวกนักการเมือง เท่านั้นเอง

เรียบเรียง สิทธิศักดิ์

Reporter : PDN staff   Photo : Internet   Category : สังคม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com