พัทยาเดลีนิวส์

16 พฤษภาคม 2553 :: 13:05:37 pm 18650

รัฐเคอร์ฟิวส์! เอ็ม79 ปลิวว่อน กทม.

กรุงเทพฯย่อยยับ รัฐบาลประกาศเคอร์ฟิวส์รับมือ ก่อการร้าย โรงเรียนเลื่อนเปิดไปอีกหนึ่งสัปดาห์ มาร์ควอนประชาชนเข้าร่วมตกเป็นเหยื่อ ย้ำรัฐและทหารไม่ต้องการเป็นศัตรูกับใคร อาการเสธ. แดง ยังทรุด ล่าสุดพบภาวะไตวาย เสื้อแดงงามดูพลีโดนกระสุนเข้าหัวโคม่า
สนใจโฆษณา

กรุงเทพฯ – วันนี้ (16 พ.ค. 53) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสถานการณ์การปิดล้อมพื้นที่รอบสี่แยกราชประสงค์ของกลุ่มเสื้อแดง ว่า จากเหตุการณ์ในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา ได้มีการเสนอแนะที่จะป้องกันไม่ให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทั้งหลายที่เกิดขึ้นในเวลานี้ให้เข้าไปอยู่ในสถาการณ์ หรือตกไปเป็นเหยื่อของเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย ดังนั้นการห้ามของการใช้พื้นที่ การห้ามเดินทาง หรือการประกาศเคอร์ฟิวส์ ซึ่งทางนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศอฉ.ที่กำลังประชุมกรรมการศอฉ.อยู่ในเวลานี้ พร้อมทั้งได้ให้ทางกระทรวงศึกษาธิการประสานงานไปยังกรุงเทพมหานคร เพื่อประกาศให้มีการเลื่อนการเปิดภาคเรียนในพื้นที่กรุงเทพฯ ทั้งหมดออกไปอีกเป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์ เพื่อให้พ่อ แม่ ผู้ปกครองมีความอุ่นใจ ในการเดินทางของลูกหลานในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อเหตุการณ์ต่าง ๆ

” สิ่งที่ดีที่สุดที่จะไม่ให้เกิดความสูญเสีย คือ การยุติการชุมนุม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการชุมนุมเป็นเงื่อนไขที่อาจจะทำให้เกิดความรุนแรงได้ตลอดเวลา สิ่งที่เป็นปัญหาที่เราทราบกันอย่างดีว่า บทบาทของกลุ่มผู้ก่อการร้าย หรือกองกำลังที่ติดอาวุธนั้น นับวันยิ่งมีบทบาทสูงขึ้น จากเดิมเราจะเห็นว่าการเคลื่อนไหวจะเป็นเรื่องของพรรคการเมือง ของผู้ชุมนุม และมวลชนต่าง ๆ แต่ช่วงสองเดือนที่ผ่านมาได้มีการพัฒนาการที่บ่งชี้ว่าในขณะนี้กลุ่มผู้ก่อการร้าย หรือกองกำลังต่าง ๆ ที่ติดอาวุธนั้นกลับมีบทบาทสูงสุด การใช้อาวุธสงคราม การยิงเอ็ม 79 ซึ่งมีจำนวนมากมายในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา เป็นตัวบ่งบอกว่าตรงนี้ทำให้เกิดปัญหาและความสูญเสียมากที่สุด เจ้าหน้าที่เพียงแต่เข้ากระชับวงล้อมเท่านั้น แต่ไม่ได้มีการเข้าไปในพื้นที่ของการชุมนุมหลักเลย แต่ก็เกิดเหตุการณ์ทำให้เกิดความสูญเสีย ”

และกล่าวอีกว่า ในการติดตามข่าวสารต่าง ๆ นั้นขอให้ใช้วิจารณญาณ แยกแยะ ระมัดระวังแรงจูงใจในการสร้างความสูญเสียนั้น มาจากกองกำลังติดอาวุธและผู้ก่อการร้ายเกือบทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นภาพต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนั้น ขอให้พี่น้องประชาชนเข้าใจ การใช้กำลังและอาวุธของเจ้าหน้าที่มีกฎระเบียบชัดเจน และสามารถชี้แจงได้ว่าทั้งหมดเป็นการป้องกันตัว มีเป้าหมายที่มีเหตุผลรองรับได้ เช่นการป้องกันชีวิต การเห็นผู้ก่อการร้ายที่ติดอาวุธ การเข้าทำการปราบปรามซึ่งจะไม่เป็นการมุ่งต่อชีวิตของประชาชน

การชุมนุม หรือการเข้ามาปะทะกับเจ้าหน้าที่นั้น ไม่ได้เป็นผลดี ที่จริงแล้วในขณะนี้ตามกระบวนการยุติธรรม แม้แต่เหตุการณ์ในช่วงสองวันที่ผ่านมา ทางศาลได้สั่งลงโทษจำคุก 6 เดือนกับคนที่เข้ามาทำลายด่าน หรือเข้ามายั่วยุเจ้าหน้าที่ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ ดังนั้นตนจึงขอย้ำว่าไม่ว่าด้วยเหตุอะไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นการถูกชักจูง หรือมีความคิดที่จะเข้าไปเกี่ยวข้องกับการชุมนุม ขออย่าได้ทำเลย เพราะผิดกฎหมายและจะเป็นอันตรายอย่างยิ่ง กองกำลังที่ก่อการร้ายที่ใช้อาวุธสงคราม ซึ่งเรามีภาพที่เขามีการยิงเอ็ม 79 หรือแม้การใช้ปืน พวกเขาไม่ได้สนใจว่าเหยื่อตรงนั้นจะเป็นใคร ซึ่งหากเหยื่อเป็นเจ้าหน้าที่ก็แน่นอนงานของเขาบรรลุเป้าหมาย แต่หากเหยื่อเป็นประชาชน ก็หวังว่าประชาชนที่เสียชีวิตก็จะมากดดันรัฐบาล กดดันเจ้าหน้าที่ และกดดันสังคม เฉพาะนั้นจะเห็นได้ว่า กลุ่มที่มีแรงจูงใจที่จะทำให้เกิดความสูญเสียมากที่สุด คือ กลุ่มผู้ก่อการร้าย และกองกำลังติดอาวุธ

” ผมอยากจะย้ำว่าผู้ที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมทั้งหมด วันนี้การชุมนุมของท่านกับกลายเป็นเครื่องมือของกลุ่มที่ก่อการร้าย ที่มีการติดอาวุธ ไม่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติบ้านเมือง และไม่เป็นทางในการสนับสนุนแนวทางของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย และไม่ได้เป็นแนวทางที่จะทำให้เกิดความเป็นธรรม มีแต่ทำให้สังคมไทยเป็นสังคมที่นิยมความรุนแรง เป็นสังคมที่จะไร้ระเบียบ ไร้กฎหมาย และสุดท้ายที่จะเดือดร้อนมากที่สุด คือ คนยากคนจน เพราะว่าสังคมใดที่ไร้กฎระเบียบ สังคมใดที่ใช้กำลังเป็นหลัก ก็จะเป็นสังคมซึ่งประชาชนไม่มีโอกาสในการที่จะมีความเป็นอยู่ที่ดี ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ปกติสุข ในช่วงสองเดือนที่มีการชุมนุม พี่น้องประชาชนคนยากคนจนได้รับความเดือดร้อนมากที่สุด ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นพ.ชัยวัน เจริญโชคทวี ผอ.โรงพยาบาลวชิระพยาบาล เปิดเผยว่า แพทย์โรงพยาบาลวชิระพยาบาล ที่รักษาอาการของ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ที่ถูกลอบยิง ขณะนี้อาการทรุดลง ความดันลดลง ซึ่งเข้าสู่สภาวะไตวาย แพทย์ พยายามใช้ยากระตุ้นเต็มที่ มีโอกาสที่จะเสียชีวิตตลอดเวลา ซึ่งแพทย์พยายามดูแลใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม สำหรับบาดแผลที่ถูกยิงด้วยกระสุนปืนไม่ทราบขนาด ยิงผ่านทะลุสมองออกไป อาการอยู่ได้เพราะแพทย์ที่ทำการรักษาใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ที่จะยื้อชีวิตเอาไว้

ส่วนบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. ที่บริเวณแยกราชประสงค์ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมายังคงเป็นไปอย่างปกติ แม้จะเกิดฝนตกลงมาอย่างเล็กน้อย ส่งผลให้ผู้ชุมนุมต่างหาที่กำบังเข้าหลบฝน ขณะที่บนเวทีปราศรัยใหญ่ยังคงเป็นการสลับกันขึ้นปราศรัยของกลุ่มแนวร่วมขึ้นกล่าวโจมตีแผนการยึดขอพื้นที่คืนของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ ศอฉ. อย่างต่อเนื่อง พร้อมกับแจ้งผู้ชุมนุมว่าที่บริเวณราชประสงค์ยังคงมีอาหาร น้ำ แจกให้กับผู้ชุมนุมได้อยู่ แม้ว่าช่วง 2 วันที่ผ่านมารถขนส่งเสบียงอาหารจะไม่สามารถเดินทางเข้ามาในพื้นที่การชุมนุมได้ ขณะเดียวกันยังคงให้ผู้ชุมนุมเกาะกลุ่มรวมตัวกันอยู่ภายในบริเวณพื้นที่การชุมนุมเพื่อความปลอดภัย

บรรยากาศบริเวณด่านเสื้อแดงฝั่งปทุมวัน หน้าห้างสยามดิสคัฟเวอรี่ แม้จุดนี้ยังไม่มีการปะทะเหมือนย่านบ่อนไก่ พระราม 4 และราชปรารภ แต่กลุ่มผู้ชุมนุมได้ปักหลักดูแลพื้นที่อย่างเข้มงวด มีการนำรถยนต์หลายคันมาจอดเรียงรายเป็นป้อมปราการ บริเวณปากทางเข้า และในช่วงสายผู้ชุมนุมหลายคนได้ยกยางรถยนต์หลายเส้นจากจุดที่วางไว้เป็นด่านปราการ ออกมาวางบนผิวการจราจร กลาง 4 แยก แต่ยังไม่มีการการจุดไฟเผา เพียงแต่เฝ้าดูสถานการณ์ว่าทหารจะมีการขยายวงล้อมออกไปในพื้นที่ไหนบ้าง ขณะที่พื้นที่ต่อเนื่องจากหน้าห้างสรรพสินค้ามาบุญครอง ไปจนถึงแยกสามย่าน เลี้ยวซ้ายเข้าถนนพระราม 4 เป็นพื้นที่ควลคุมมีการวางบังเกอร์และลวดหนามเป็นระยะห้ามประชาชนผ่าน บนสะพานลอยมีทหารหลายนายพร้อมอาวุธครบมือประจำการอยู่

บรรยากาศที่สี่แยกสาทร ตัดคอนแวนต์ ตรงข้ามโรงแรมเอฟเวอร์กรีน ใกล้กับปากซอยสวนพลู หลังจากที่กลุ่มคนเสื้อแดงนำยางรถยนต์มาเผาแล้วเกิดเหตุปะทะกันกับทหารนั้น ปรากฏว่าในช่วงเช้าวันที่ 16 พ.ค. 2553 ถนนเส้นดังกล่าวมีแต่เศษกระจก ก้อนหิน แตกกระจายเกลื่อนถนน โดยมีผู้ชุมนุมได้เผายางรถยนต์ ทำลายตู้โทรศัพท์ 2 ตู้ และพังป้อมตำรวจจราจร 1 ป้อม โดยตลอดทั้งถนนเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารได้ตั้งแนวป้องกันกลุ่มคนเสื้อแดงจะบุกเข้ามาเป็นช่วง ๆ ตลอดทั้งเส้นส่วนที่บริเวณปากซอยสุวรรณสวัสดิ์ ถนนพระราม 4 ใกล้กับย่านบ่อนไก่ กลุ่มผู้ชุมนุมยังคงนำยางรถยนต์มาปิดกั้นถนนบริเวณปากซอยงามดูพลี โดยมีกลุ่มคนเสื้อแดงเป็นชายมีอาการเมา นุ่งกางเกงในตัวเดียวขว้างปาขวดบรรจุน้ำมันเชื้อเพลิง รวมทั้งยิงหนังสติ๊กใส่ทหารที่ตั้งแนวอยู่บริเวณแยกวิทยุ ส่วนบริเวณปากซอยสุวรรณสวัสดิ์ ห่างจากซอยงามดูพลี ประมาณ 200 เมตร กลุ่มคนเสื้อแดงนำยางรถยนต์มาเผา และจับกลุ่มอยู่จำนวนหนึ่ง โดยนำขวดเครื่องดื่มชูกำลังใส่น้ำมันจุดไฟขว้างปาใส่ทหารเป็นระยะ ๆ

ขณะที่ ร้านค้าต่าง ๆ บริเวณถนนพระราม 4 ใกล้จุดที่ชุมนุมต่างปิดร้านเงียบ โดยเฉพาะร้านเซเว่นฯ บ่อนไก่ ถูกกลุ่มผู้ชุมนุมงัดขโมยของออกไปจำนวนมาก รวมทั้งธนาคารกรุงเทพ สาขาลุมพินี ถูกผู้ชุมนุมพังประตูกระจกบุกเข้าไปภายในเช่นกัน

ต่อมาเวลา 10.20 น. ขณะที่กลุ่มคนเสื้อแดงยืนซุ่มอยู่ บริเวณฝั่งตรงข้ามปากซอยงามดูพลี ได้เกิดเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด ปรากฏว่า ชายคนดังกล่าวถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดเข้าที่ศีรษะ จากนั้นได้เกิดเหตุชุลมุนขึ้น กลุ่มคนเสื้อแดงต่างร้องตระโกนว่า พวกเราถูกยิงร่วงแล้ว และได้ใช้หนังสติ๊กยิงตอบโต้ทหาร เวลาไม่นานรถพยาบาลเข้ามารับตัวส่งโรงพยาบาล สร้างความโกรธแค้นกับกลุ่มคนเสื้อแดงที่อยู่บริเวณดังกล่าว ต่างร้องตะโกนด่าทอทหาร พร้อมกับนำระเบิดเพลิงจุดปาใส่ทหารเป็นจำนวนมาก

ที่มา ภาพข่าว มติชน , เดลินิวส์ , ไทยรัฐ

Category : ข่าวการเมือง

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com