พัทยาเดลีนิวส์

08 กันยายน 2552 :: 12:09:25 pm 1742

ราทะเล !! ความหวังใหม่ ของวงการยา

ความสามารถของเชื้อโรคในการปรับตัว และกลายพันธุ์ ทำให้เกิดปัญหาเชื้อโรคดื้อยา ซึ่งกำลังเป็นปัญหาใหญ่ในวงการสาธารณสุขทั่วโลก ปัจจุบันจึงมีความพยายามที่จะค้นหาสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่มีศักยภาพในการ พัฒนาไปเป็นยาชนิดใหม่ๆ ในอนาคต ราทะเลเป็นจุลินทรีย์ชนิดหนึ่งที่นับว่ามีศักยภาพในการสร้างสารต้าน จุลินทรีย์ ที่เป็นทางเลือกในการศึกษาค้นคว้าสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพชนิดใหม่
สนใจโฆษณา

ดร. จริยา สากยโรจน์ นักวิจัยศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ ผู้ทำการศึกษาและเก็บตัวอย่างราทะเลในประเทศไทย อธิบายว่าราทะเลเป็นเชื้อราประเภทหนึ่งที่สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสภาวะที่มี ความเค็มสูงได้ ซึ่งเราสามารถพบราทะเลได้ในระบบนิเวศป่าชายเลน ป่าชายหาด หรืออยู่ในทะเลโดยจะเกาะอยู่ตามหญ้าทะเล หรือ สาหร่ายทะเล ซึ่งระบบนิเวศเหล่านี้มีการเปลี่ยนแปลงของลักษณะทางกายภาพอยู่ตลอดเวลา จึงมีการแข่งขันเพื่อความอยู่รอดในระบบนิเวศสูง ราทะเลจึงต้องสร้างสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพขึ้นเพื่อป้องกันตัวเองสิ่งมีชีวิต อื่นๆ และเพื่อความอยู่รอด

ข้อมูลการศึกษาจากโครงการวิจัยราทะเลที่สัมพันธ์กับหญ้าทะเล สาหร่ายทะเล และปะการัง บริเวณอุทยานแห่งชาติหาดขนอม-หมู่เกาะทะเลใต้ ภายใต้การสนับสนุนของโครงการพัฒนาองค์ความรู้และศึกษานโยบายการจัดการ ทรัพยากรชีวภาพในประเทศไทย (โครงการ BRT) บริษัท โททาล อีแอนด์พี ประเทศไทย จำกัด และมูลนิธิโททาล ประเทศฝรั่งเศส โดยมี ดร.จริยา สากยโรจน์ เป็นหัวหน้าทีมวิจัย พบว่าเฉพาะบริเวณอุทยานแห่งชาติหาดขนอม-หมู่เกาะทะเลใต้มีความหลากหลายของ ชนิดพันธุ์ราทะเลถึง 174 ชนิด ซึ่งถือว่าประเทศไทยยังมีความหลากหลายของราทะเลในระดับที่ดี

จากตัวอย่างราทะเลที่พบในบริเวณดังกล่าว ได้มีการคัดเลือกราทะเลบางส่วนมาตรวจสอบเบื้องต้นเพื่อค้นหาฤทธิ์ต้าน จุลินทรีย์ก่อโรค ได้แก่ แบคทีเรียกรัมบวก แบคทีเรียกรัมลบ และยีสต์ก่อโรค ผลการทดสอบน้ำเลี้ยงเบื้องต้นปรากฎว่า ราทะเลที่เลือกมาทดสอบ 132 สายพันธุ์ มีฤทธิ์ต้านจุลินทรีย์ก่อโรคทั้งสิ้นประมาณ 19%

ทั้งนี้ราที่คัดแยกได้ทั้งหมดได้ เก็บรักษาไว้ที่ห้องปฏิบัติการเก็บรักษาสายพันธุ์จุลินทรีย์หรือธนาคาร จุลินทรีย์ ของศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ ภายใต้สภาวะที่เหมาะสมและปลอดภัย และยังส่งตัวอย่างราทะเลไปสกัดด้วยตัวทำละลายชนิดต่างๆ เพื่อทดสอบหาสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพเชิงลึกในห้องปฏิบัติการอื่นๆ ต่อไป” ดร.จริยา กล่าว

นอกจากนี้ จากการสำรวจและเก็บตัวอย่างราทะเลทั้งในฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน โดยทีมวิจัยโครงการความสัมพันธ์เชิงวิวัฒนาการของราทะเลแอสโคไมโคตากลุ่มโด ทิดิโอมัยสีสและชนิดใกล้เคียง ภายใต้การสนับสนุนของโครงการ BRT นำทีมโดย ศ. อีวาน เบนจามิน กาเร็ธ โจนส์ นักวิจัยศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ สามารถจำแนกราทะเลได้จำนวนไม่น้อยกว่า 80 สกุล และจำนวนมากกว่า 800 สายพันธุ์

ในจำนวนนั้นพบราทะเลกลุ่มไบทูนิเคทที่ผลิตสารออกฤทธิ์ ทางชีวภาพที่น่าสนใจหลายชนิด เช่น รา Aigialus parvus ผลิตสารที่มีฤทธิ์ต้านเชื้อมาลาเรีย รา Helicascus kanaloanus ผลิตสารที่มีฤทธิ์ต้านแบคทีเรีย เป็นต้น ซึ่งสารต่างๆ ที่พบในราทะเลอาจพัฒนาไปเป็นยาต้านจุลินทรีย์ชนิดใหม่ๆ ที่สามารถนำมาใช้ทดแทนยาเดิมที่รักษาไม่ได้ผล

อย่างไรก็ดี ดร.จริยา ได้กล่าวอีกว่า ปัญหาการทำลายทรัพยากรธรรมชาติของมนุษย์ที่มากขึ้น กำลังคุกคามทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล ความสมดุลของระบบนิเวศทางทะเล เกี่ยวพันกับอนาคตของเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การหาความรู้อย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับระบบนิเวศนี้ และสิ่งมีชีวิตอย่างราทะเล จึงเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญที่จะก่อให้เกิดการพัฒนาและใช้ประโยชน์จาก ธรรมชาติ อย่างกลมกลืนและยั่งยืนมากที่สุด หากเราไม่รีบช่วยกันศึกษาและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เราก็จะสูญเสียราทะเลที่มีประโยชน์ไปด้วยเช่นกัน

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : โทร. 0-2644-8150-4 ต่อ 557


Reporter : PDN staff   Photo : Internet   Category : สุขภาพ

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com