พัทยาเดลีนิวส์

09 พฤษภาคม 2551 :: 14:05:26 pm 4918

รู้ไว้ใช่ว่า เที่ยวป่า ปลอดภัย เรื่องใกล้ตัวนักเดินทาง

นักท่องเที่ยวที่ชอบการเดินทางท่องเที่ยว ค้างแรมในป่า ส่วนมากสถานที่ ที่ไปเที่ยวกันก็จะได้รับการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่ค่อนข้างจะได้รับความปลอดภัย จากสัตว์ร้ายนานาชนิดแล้ว แต่ว่าก็ยังมีสัตว์บางชนิด ที่ยังคงสร้างปัญหา ให้กับนักท่องเที่ยวอยู่ ด้วยความที่ว่ามันมีจำนวนมาก เกินกว่าที่จะจัดการให้หมดไปได้
สนใจโฆษณา

            การจะให้ฆ่ากันให้หมดป่าหรือก็คงไม่ไหว เพราะว่านั่นเป็นบ้านของเขา เราฐานะนักท่องเที่ยวผู้แปลกหน้า ที่ผ่านเข้ามาชมความงามของเขา จึงควรทำความรู้จักกับสัตว์เหล่านี้ ที่จะสร้างปัญหากับเรา และหาวิธีการป้องกันไว้ก่อน สัตว์ต่าง ๆ เรียงลำดับความร้ายกาจ ตามความเข้าใจของนักเดินทางคนหนึ่ง ซึ่งไม่อิงวิชาการ มีดังนี้คือ 

            1. ทาก นักเที่ยวป่าคนไหนไม่รู้จักทาก นับว่าเชยแหลก ทากมีลักษณะเหมือนปิง (อ้าว…ปิงก็ม่ายรู้จักหรอกรึ งั้นก็เหมือนกับเส้นเฉ๋าก๊วยแต่สีอ่อนกว่า) ทากมักจะอาศัยอยู่ตามป่าที่ชุ่มชื้น เช่น เขาใหญ่ ภูกระดึง เขาหลวงนครศรีธรรมชาติ ภูหลวง และอีกหลาย ๆ ที่ ทากน่ากลัวกว่าเสือ เพราะว่าเสือเมื่อได้กลิ่นคนก็จะวิ่งหนีไป แต่ทากพอกลิ่นคนแล้วกระโดดเข้าใส่เกาะได้เกาะดี ทำให้สาว ๆ กรี๊ดกันลั่นป่า ทากไม่มีพิษภัยจนถึงเกิดการบาดเจ็บล้มตาย แต่ว่ามันขยะแขยงเท่านั้นเอง 

            พิษ ภัยจากทาก ทากไม่มีอันตราย แต่ว่าบางตัวก็มีเชื้อโรคทำให้ผู้ที่โดนกัดเกิดอาการแพ้ได้ ทำให้เกิดอาการบวมและอักเสบได้ ทางที่ดีเวลาเข้าป่าที่อาจจะมีทากให้นำเบต้าดีนไปด้วย โดนกัดเมื่อไรเมื่อแกะหลุดแล้วให้ล้างแผลให้สะอาดแล้วทาด้วยเบต้าดีน เพื่อฆ่าเชื้อโรคที่อาจจะมีมากับปากของทากได้ 

 
            สิ่ง ที่น่ากลัวมากที่สุดสำหรับทาก คือ การที่ทากเข้าหู ซึ่งโอกาสที่จะเกิดขึ้นมีน้อย แต่ถ้าเกิดขึ้นเมื่อได้ล่ะก็… โชคร้ายมากเลย เพราะเมื่อทากปล่อยปากเมื่อไรจะทำให้เลือดไหลไม่หยุด แล้วเลือดที่ไหลอยู่ในหู จะเกิดการแห้งกรังจนหูตันและหูหนวกได้ เวลาเดินก็คงไม่มีปัญหา แต่มันอาจจะหลุดรอดเข้าไปในเต็นท์ได้ ดังนั้นหากกางเต็นท์ในดงทาง อย่างเช่น บนลานกางเต็นท์บนเขาใหญ่ ภูกระดึง และอื่น ๆ ด้วย ให้ปิดประตูเต็นท์ให้มิดชิด ด้วยการรูดซิบผ้าร่มชั้นนอกเพื่อป้องกันมันเข้าไป 

ลักษณะการเข้าจู่โจม 
            ทาก ส่วนใหญ่จะฝังตัวอยู่ตามที่ชื้นบนพื้นดิน เมื่อเราเดินผ่านไปมันก็จะกระดึ๊บมาเกาะบริเวณเท้าเรา (ถ้าใส่รองเท้าแตะ) บางตัวก็เกาะที่รองเท้าแล้วก็กระดึ๊บ ๆ ขึ้นมาที่ถุงเท้า แล้วก็ทำตัวยืดให้มีลำตัวเล็กยังกะเข็ม เพื่อผ่านเข้าไปในถุงเท้าแล้วก็ดูดเลือดอย่างอร่อย  บางส่วนก็จะเกาะอยู่บนใบไม้เมื่อมีสัตว์หรือคนเดินผ่านมา มันจะจับคลื่นความร้อนจากสัตว์เลือดอุ่นอย่างคนเรา เมื่อมันจับคลื่นความร้อนได้แล้ว มันก็จะมาเกาะ             สรุป แล้วทากมันจู่โจมเราได้ทั้งทางภาคพื้นดิน และทางอากาศ บางคนโดนกัดบริเวณต้นคอด้านหลัง ในบางคนที่หนังหนาอาจจะไม่มีความรู้สึกเมื่อเวลามันมาเกาะ ว่าไปนั่น….  ทากมักจะระบาดในช่วงฤดูฝน เพราะมีความชื้นสูง ส่วนฤดูอื่น ๆ  อาจจะพบได้ในบริเวณที่ชื้นแฉะ เช่น บริเวณน้ำตก ป่าดิบชื้น

              

วิธี การป้องกัน 
            มีวิธีป้องกันมากมายหลายวิธี คนโน้นก็ว่าอย่างนี้ คนนี้ก็ว่าอย่างนั้น ว่ากันไปว่ากันมาเลยไม่รู้ว่าอะไรดีแน่ สารพัดสูตร งั้นฟังคนนี้พูดบ้างก็แล้วกันนะคะ

            ประการแรก จะต้องแต่งกายรัดกุมให้การโจมตีทำได้ไม่สะดวก เช่น ใส่รองเท้าหุ้มข้อ ป้องกันทากเกาะบริเวณเท้าได้ แต่มันจะไต่ขึ้นมาที่ถุงเท้าได้ การใส่ถุงเท้ากันทากจะป้องกันทากที่จู่โจมทางภาคพื้นดินได้ แต่มันอาจจะไต่ขึ้นมาเพื่อมาเกาะขากางเกงได้ ทางที่ดีควรใส่ถุงกันทาก ใส่แล้วจะต้องคอยดูว่ามีทากไต่ขึ้นมาหรือไม่ หากมีทากเกาะให้รีบแกะออกเสียอย่าให้มันไต่ขึ้นมาข้างบนได้ ยาฉุนที่ว่าเด็ดนักเด็ดหนาไม่ต้องใช้เลย ไม่ได้ผล ถ้าจะใช้ ให้ใช้น้ำมันมวย ได้ผลแน่นอน  สรุปว่าทากมันกลัวอะไร ๆ ที่มีสภาพเป็นกรดเป็นด่าง ใช้เกลือหยอดใส่ก็ตายแล้ว 

 

 2. เห็บลม รูปร่างหน้าตาคล้าย ๆ เห็บที่เกาะสุนัข แต่ว่ามีตัวเล็กเท่าปลายเข็ม มันจะอาศัยอยู่ตามกาบของต้นเฟิร์นที่แห้ง ๆ ระบาดในช่วงฤดูแล้งประมาณเดือนมีนาคมเป็นต้นไป หรือไวกว่านั้นเล็กน้อยหากป่าแห้ง             พิษภัยจาก เห็บลม เมื่อโดนมันกัด บริเวณแผลที่โดนกัดจะเป็นสะเก็ดไปนาน บางคนแพ้จะมีอาการบวมแดงและอักเสบและเป็นจุดดำ ๆ ถ้าหากมันลอยหลุดเข้าไปในรูหูเมื่อไร เป็นเรื่อง เพราะว่ามันจะไปออกลูกออกหลานอยู่ในรูหูของเรา อันตรายมากและรักษายาก คล้ายกับที่เกิดในสุนัข แต่เห็บลมจะเล็ก และร้ายกาจกว่ามาก

วิธี ป้องกัน จะระบาดช่วงฤดูแล้ง หากเข้าป่าในช่วงฤดูแล้ง จงอย่านั่งหรือนอนบนขอนไม้แห้ง ทา ก.ย.15 ในบริเวณผิวหนังที่เปิดโล่ง  ไม่ทราบวิธีรักษาที่แน่นอนเหมือนกันคะ แต่ว่าถ้าท่านรู้ตัวว่าโดนเห็บลมกัด แปลว่าตัวของท่าน เสื้อผ้าที่ท่านใส่จะเต็มไปด้วยเห็บลม ดังนั้นก่อนจะกลับบ้านให้เอาเสื้อผ้าของท่านใส่ถุงพลาสติกให้ปิดปากให้ มิดชิด และห้ามเอาเสื้อผ้าที่ไปเที่ยวป่าไปปนกับเสื้อผ้าอื่น ๆ เพราะจะทำให้เห็บลมระบาดไปทั่ว ให้นำเสื้อผ้าเหล่านั้นเข้าเครื่องซักผ้าซักด้วยน้ำร้อน ฆ่าซะให้ตาย สำหรับตัวท่านควรจะอาบน้ำ สระผมด้วยแชมพูฆ่าหมัดสุนัข (ถ้ารู้ตัวว่าโดนมาแน่ ๆ) ส่วนแผลที่โดนกัดมาตามแขนตามตัวให้ใช้ยาเบต้าดีนเช็ดคงช่วยได้บ้าง 

            3. คุ่น ชื่อไม่คุ้นหน้าคุ้นตาเลย ลักษณะคล้ายแมลงหวี่ แต่ตัวเล็กกว่ามาก มีระบาดในบางพื้นที่ แต่ที่มีแน่ ๆ คือ ป่าดอยลังกาหลวง – ลังกาน้อย และที่ป่าช่องเย็นมีเยอะมาก ภูสอยดาวก็มีในบางครั้ง การโจมตี มันจะบินมากัดเราเฉย ๆ อย่างกะยุงกัด ปากมันเบามาก จนเราไม่รู้ตัว เราจะรู้ตัวก็ต่อเมื่อเราเห็นผิวหนังของตัวเรามันเป็นจุดแดงเล็ก ๆ และมีเลือดคั่งอยู่ภายในสังเกตเห็นเลือดสีแดงชัดเจน นั่นล่ะ…. โดนตัวคุ่นกัดเข้าแล้ว 

            พิษภัยจากตัวคุ่น เมื่อโดนมันกัดจะเป็นตุ่มเลือดแดง ๆ ใส ๆ บางคนจะคัน บางคนก็ไม่คัน แต่มันจะทำให้ผิดหนังของเราเป็นจุดแผลดำ ๆ ไปเป็นเวลานาน บางคนที่แพ้ จะมีผลที่เด่นชัดคือจะเป็นตุ่มแดง คัน นานเป็นเดือน และเป็นแผลเป็นจุดด่างดำ ที่ทำให้เจ้าของกลุ้มใจ 

           

             

 วิธีป้องกัน กันไว้ดีกว่าแก้ ไม่ต้องเสียเวลาตบ ให้ทาด้วยน้ำมันตะไคร้หอม ในบริเวณส่วนของผิวหนังที่ไม่มีอะไรห่อหุ้ม ไม่ต้องไปเสียเงินซื้อยาของต่างประเทศหรอก แพงเปล่า ๆ ตัวคุ่นเขายังไม่รู้จัก แล้วจะผลิตยาป้องกันมาได้อย่างไร ส่น้ำมันทัวร์ดอยก็ใช้ได้ผล ทาบริเวณผิวหนัง คุ่นมันได้กลิ่น ก็ไม่กล้าลงเกาะ ได้ แต่บินลาดตะเวนผ่านไปผ่านมาเฉย ๆ             วิธี การทดสอบว่ายาสูตรไหนใช้ได้ผล ให้ทำดังนี้ ขาเรามีสองขา แขนเรามีของแขน แก้มเรามีสองข้าง ให้ทายาหรือทาน้ำมันสูตรไหนก็แล้วแต่ที่คุณมั่นใจ ให้ทาข้างใดข้างหนึ่ง เช่น ทาขาข้างขวา แขนข้างขวา แก้มด้านขวา เว้นด้านซ้ายไว้ไม่ต้องทา แล้วคอยดูว่าคุ่นมันจะมากัดด้านไหน ไม่ใช่ดูอย่างเดียวนะให้คอยตบมันด้วย แล้วจะรู้ว่าน้ำมันที่ท่านใช้ได้ผลหรือไม่             วิธีการ ป้องกันง่าย ๆ อีกวิธีหนึ่งคือ ใส่เสื้อผ้ามิดชิดไม่เปิดเผยเป้าให้คุ่นโจมตีได้ง่าย เช่น ใส่เสื้อแขนยาวไม่ใส่เสื้อแขนกุด ใส่กางเกงขายาวไม่ใส่กางเกงขาสั้น ส่วนใบหน้าไม่ต้องเป็นห่วง เพราะมันอยู่ใกล้ ตาคอยระวังภัยอยู่แล้ว คุ่นบินมา เราก็จะสังเกตุเห็นก่อนที่มันจะเกาะและกัด 

 4. แตน หากเข้าป่ารกจงระวังให้ดี อย่าเข้าใกล้รังมัน รังแตนมีลักษณะเล็ก ๆ อธิบายไม่ถูก เอาไว้จะถ่ายรูปมาให้ชมกัน แต่ก็ไม่ได้ถ่ายซะที เจอทีไรก็ต้องวิ่งหนีมันทุกที ลักษณะมันเหมือนกับมดแดงที่มีปีก แต่ตัวผอมกว่า ถ้าเราเข้าใกล้รังมัน มันก็เข้าใจผิดคิดว่าเราจะไปทำอันตรายต่อรังของมัน หน่วยลาดตระเวนของมันจะบินมาโจมตี โดยการต่อย โดนทีสองทีก็ยังพอทน แต่ถ้าโดนเยอะ ๆ หรือโดนเข้าจุดสำคัญก็จะเป็นอันตรายมาก มันมักจะต่อยในจุดที่ไม่มีเสื้อผ้าปกปิด เช่น มือ ข้อ ใบหน้า หู หัว เคยเห็นพรรคพวกที่ไปด้วยกัน โดนต่อยบ่อยมาก ฉันเองก็เคยโดนต่อยที่ข้อมือ ครั้งนึงปวดมาก ขอบอก 

            อาการ เมื่อได้รับพิษจากการโดนแตนต่อย ครั้งแรกจะปวดจี๊ด ก็ให้ใช้ยาหม่องทา ไม่หายปวดหรอก แต่ก็ดีกว่าไม่ทา หลังจากนั้นมันก็แล้วแต่ละคน ว่าแพ้พิษมันหรือไม่ ถ้าไม่แพ้ก็แค่ปวด แต่บางคนแพ้จะบวมมาก 

            การ รักษา ต้องใช้ความอดทน ทนกันต่อไปจนกว่ามันจะหายปวด เห็นบางคนกินยาแก้แพ้ ทานยาแล้วก็ยังปวด เวลาจะช่วยท่านได้ แต่ต้องทนปวด 

            5. ต่อ อันนี้ตัวร้ายเลย มันจะอยู่เป็นรัง รังกลมรีสีดำ อยู่โคนต้นไม้บ้าง บนต้นไม้บ้าง ในรังจะมีตัวต่ออยู่เยอะมาก หากเราเดินเข้าไปเหยียบหรือไปทำอันตรายรังมัน หน่วยลาดตระเวนก็จะพากันบินมาต่อยเรา แบบไม่ทันตั้งตัวกันเลยก็ว่าได้ พิษร้ายแรงกว่าแตนเยอะ หากโดนนิดหน่อยยังพอทน แต่ถ้าหากโดนรุมต่อยกันเป็นฝูงอาจถึงตายได้ เที่ยวป่าโปรดระมัดระวังด้วย ไม่งั้น อาจเอาชีวิตไปทิ้งไว้ในป่าที่เราเดินเที่ยวได้ 

 

6. ช้างป่า ในป่าเขตท่องเที่ยวบางแห่ง ท่านอาจจะพบกับช้างป่าได้โดยบังเอิญ เช่น บนเขาใหญ่ บนภูกระดึง บนภูหลวง ในป่าดอยหม่อนจอง ช้างป่าที่ดุมาก ๆ และเกลียดผู้คนเป็นที่สุดคือ ช้างป่าบนภูหลวง ก็ไม่รู้ว่าใครไปทำอะไรให้หัวหน้าฝูงโกรธแค้นไว้ บนเขาใหญ่ก็เหมือนกัน ท่านอาจจะเจอช้างป่าได้ง่าย โดยเฉพาะในยามค่ำคืน บางคนชอบขับรถออกไปส่องสัตว์ตามถนนบนเขาใหญ่ พอเจอช้างออกหากินเดินผ่านถนนก็ดีอกดีใจกันยกใหญ่ หารู้ไม่ว่าอาจจะพบอันตรายได้ง่าย ๆ หลาย ๆ คนโดนช้างป่าบนเขาใหญ่พยายามดันรถให้ตกเขา 

              

บางคน โดนกระทืบฝากระโปรงรถ แต่ก็ใช่ว่าจะเกิดเหตุการณ์กับทุกรายไป โดยส่วนมากแล้วมักจะเกิดกับฝูงช้างที่มีลูกอ่อน หากรถเข้าไปใกล้ฝูงของมัน มันจะคิดว่าเราจะเข้าไปทำร้ายลูกของมัน มันก็จะรีบวิ่งเข้ามากระทืบเอาเสียก่อน ดังนั้นจงระมัดระวังด้วย ส่วนช้างป่าในที่อื่น ๆ หากท่านได้เจอฝูงของมัน จงอย่ามัวแต่ดีใจเพราะภัยอาจมาถึงตัวได้

           7. งู ฟังดูเหมือนน่ากลัวที่สุด แต่จริง ๆ แล้วถ้าเราไปเที่ยวป่าที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เปิดให้บริการนักท่องเที่ยว เราจะไม่มีโอกาสได้เจองูพิษ เพราะงูมันจะหนีคนไปหมดแล้ว มันกลัวคนเป็นที่สุด ยกเว้นกรณีที่ท่านเข้าไปแบบบุกเบิก ต้องระวังหน่อย งูส่วนใหญ่จะหนีคน ไม่ว่าในช่วงเวลากลางวันหรือในยามค่ำคืน เพียงท่านเดินให้มันได้ยินเสียงมัน ก็หนีแล้ว หรือใช้ไม้ตีให้เสียงสักหน่อยก็จะปลอดภัย 

            ยก เว้น งูแมวเซา ซึ่งเป็นงูที่เชื่องช้า หนีไม่ทัน ถ้าท่านเดินไปใกล้ ๆ มันก็จะกัดเอา เพราะมันคิดว่าเราจะเข้าไปโจมตีมัน แต่มันกัดแบบป้องกันตัวเองไม่ใช่กัดด้วยความสะใจอย่างคนเราจ้องจะกัดกัน งูอีกชนิดที่น่ากลัวคือ งูจงอางที่มีไข่ มันจะคอยระวังไม่ให้สัตว์จะเข้าไปใกล้ไข่ของมัน ถึงแม้เราจะให้เสียงแล้วมันก็ไม่หนี เพราะมันต้องเฝ้าไข่ ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงอย่าประชันหน้ากัน จะเป็นการดีต่อทั้งสองฝ่าย 

            8. เสือ ไม่ว่าในป่าไหน ๆ เสือน่ากลัวน้อยกว่าสัตว์ที่กล่าวมาแล้วทั้งหมด เพราะว่าเสือมันหนีคน พอมันได้กลิ่นคน มันก็หนีเข้าป่าลึกไปแล้ว มีแต่คนนี่ล่ะที่จะไปหาดูเสือ ซึ่งก็ยังหาดูยากซะด้วยสิ แต่ถ้าอยากดูจริง ๆ และปลอดภัยด้วย ก็ที่สวนสัตว์บ้านเราเลย เสือที่จะทำร้ายคนจนมีข่าวออกมาเป็นบางครั้งนั่นคือ เสือบาดเจ็บที่โดนคนทำร้าย หรือเสือแก่หิวโซ ที่ไม่สามารถล่าสัตว์อื่น ๆ เป็นอาหารได้ 

            นอก จากนี้ยังมีสัตว์อีกบางชนิด เช่น แมงมุมพิษ หมี แต่ไม่ค่อยพบว่าจะทำอันตรายต่อมนุษย์ สัตว์โดยส่วนมากที่ทำร้ายมนุษย์จนเป็นข่าวนั้น มันไม่ได้ตั้งใจทำร้ายมนุษย์ก่อน แต่เพราะว่าเป็นการป้องกันตัวเท่านั้น สัตว์บางชนิดอาจมีพิษร้ายแรงจนทำให้ การป้องกันตัวของสัตว์เหล่านั้น อาจดูรุนแรงไปบ้างหรือถึงขั้นทำให้มนุษย์บาดเจ็บสาหัสได้ ทุกอย่างก็เกิดขึ้นจากความกลัว กลัวการถูกทำร้าย กลัวสัตว์ที่รักโดนทำร้าย สัตว์ป่าก็ไม่ต่างอะไรจากมนุษย์เรา มีความรัก ความกลัว ความไม่เข้าใจ เพียงแต่ว่ามันพูดภาษามนุษย์ไม่ได้เท่านั้นเอง

Reporter : PDN staff   Photo : Internet   Category : ท่องเที่ยว

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com