พัทยาเดลีนิวส์

06 ตุลาคม 2556 :: 09:10:49 am 117503

ร้องปวีณา ถูกทวงหนี้โหดปีนบ้านไล่ซ้อมถึงห้องนอน

สาวใหญ่ลูกหนี้เงินกู้นอกระบบ โร่ร้องปวีณาช่วยเหลือ หลังโดนเจ้าหนี้โหดปีนเข้าบ้าน ทวงเงินถึงในห้องนอน พอไม่ได้ดังใจก็เข้าทำร้ายร่างกายจนบอบช้ำไปทั้งตัว
สนใจโฆษณา

ระยอง-วานนี้ (5 ต.ค. 56) นางปาน (นามสมมุติ) อายุ 47 ปี ชาวจังหวัดระยอง เข้าร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือจาก นางปวีณา หงสกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ว่า ได้ถูกเจ้าหนี้ปล่อยเงินกู้นอกระบบ บุกปีนเข้าไปในบ้านถึงในห้องนอนทวงหนี้ 1.5 หมื่นบาท แต่เนื่องจากยังไม่มีให้ เลยถูกทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ

นางปาน (นามสมมุติ) กล่าวว่า ตนมีอาชีพตัดเย็บชุดยูนิฟอร์มให้กับพนักงานในสนามกอล์ฟ เมื่อช่วงเดือน ก.พ.ที่ผ่านมาตนมีความจำเป็นเรื่องเงินจึงหากู้เงิน มีคนแนะนำให้ไปกู้ที่นางพร (นามสมมุติ) ซึ่งมีอาชีพปล่อยเงินกู้ และเป็นที่รู้จักกันดีใน อ.บ้านฉาง จ.ระยอง เพราะเป็นคนปล่อยเงินกู้รายใหญ่ ดอกเบี้ยรายวัน ร้อยละ 20 บาท แต่ส่วนของตนมีรถไปคำประกันจึงเหลือดอกเบี้ยแค่ ร้อยละ 10 ต่อเดือน เมื่อไปติดต่อขอกู้เงิน 3 แสนบาท นางพรก็ตกลงโดยให้เอารถกระบะมาจอดจำนำไว้ด้วย และตนได้รับเงินมาเพียงจำนวน 2.7 แสนบาท เพราะถูกหักดอกเดือนแรกไปก่อน 3 หมื่นบาท ซึ่งสามีตนรับราชการกำลังรอกู้เงินสหกรณ์ถ้าได้เงินก็จะรีบมาไถ่ถอนทันที

จนกระทั่ง ผ่านมาได้ 4 เดือน ตนเองต้องจ่ายดอกเบี้ยเดือนละ 3 หมื่นบาท รวมเป็นเงิน 1.2 แสนบาท กระทั่งช่วงเดือน พ.ค. 56 ตนเองก็ป่วยเป็นโรคกรวยไตอักเสบ ต้องเข้าออกรักษาตัวที่โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์จึงไม่สามารถทำงานหาเงินและขาดส่งดอกเบี้ยรายเดือน เดือนละ 3 หมื่นบาทได้ จึงเจรจากับนางพรขอให้เอาดอกเบี้ยของเดือนที่ค้างมารวมกับเงินต้น ทำให้ต้องหมุนเงินไปมา เสียแต่ดอกเบี้ยตกวันละ 900 บาท

ต่อมาวันที่ 8 มิ.ย.56 สามีของตนเอง ได้กู้เงินสหกรณ์เพื่อนำไปชำระให้กับ นางพร 285,000 บาท แต่ยังไม่ครบจำนวนเงินกู้ในบัญชีของนางพร เพราะยังมีส่วนเกินที่เป็นดอกเบี้ย ทำให้มียอดค้างอยู่อีก จำนวน 15,000 บาท และได้นำรถกระบะกลับ แต่สัญญาเงินกู้ นางพรยังไม่ได้ยกเลิกเพราะยังจ่ายเงินต้นไม่ครบ และตนเองขอเจรจากับนางพร เพื่อขอเวลาหาเงินสักระยะก่อน แต่นางพรก็บอกกับตนว่าไม่ได้จะต้องหามาจ่ายให้โดยเร็ว จากนั้นนางพร จึงได้โทรศัพท์ติดต่อไปที่สามีของตน และบอกว่าให้นำเงินมาชำระ ทางด้านสามีตนก็พยายามเจรจากับนางพร เพื่อขอเวลาหาเงินเช่นกัน แต่ก็ถูกนางพรต่อว่า ด่าเสียๆ หายๆ

จนกระทั่งเมื่อวันที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 20.00 น. ขณะที่ตนเองอยู่ในบ้านเพียงคนเดียว ได้มีนายกอล์ฟ (นามสมมุติ) อายุ 27 ปี ซึ่งเป็นสามีของนางพร กับพวกรวม 3 คน มาตะโกนเรียกตนอยู่บริเวณหน้าบ้าน ซึ่งตนคิดว่าไม่ปลอดภัยแน่ จึงได้โทรศัพท์แจ้งเพื่อนที่รู้จักกันทราบ โดยเพื่อนได้โทรแจ้งตำรวจในพื้นที่ให้ แต่ตนยังไม่ทันได้ไปเปิดประตูนายกอล์ฟ ได้ปีนเข้ามาภายในบ้านและบุกเข้าไปในห้องนอนในบ้านของตน ทวงถามถึงหนี้ที่ตนค้างอยู่

เมื่อตนเองบอกว่ายังหาเงินไม่ได้ และ พยายามอ้อนวอนขอเวลาหาเงิน แต่นายกอล์ฟกลับใช้เท้าเตะเข้าที่ใบหน้า ก่อนเข้าตบตีซ้้ำได้รับบาดเจ็บไปทั้วร่าง พร้อมกับข่มขู่ว่าจะทำอะไรตนก็ได้ และยังใช้โทรศัพท์โทรเรียกเพื่อนให้เข้ามาอีก 2-3 คน เพื่อทำทีให้กลุ่มเพื่อนเฝ้าตนเองไว้ก่อนทั้งหมดจะหลบหนีไป ฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านฉาง ได้เข้ามาที่บ้าน พบว่าตนเองถูกทำร้ายจริง จึงส่งตัวไปยัง รพ.บ้านฉางทำการรักษา มีบาดแผลฟกช้ำตามใบหน้าและตามลำตัว บริเวณหัวคิวแตกต้องเย็บถึง 7 เข็ม ก่อนจะเข้าแจ้งความภายหลัง

อย่างไรก็ตามตนเองกับสามีก็ไม่กล้าที่จะกลับไปอยู่ที่บ้านที่เกิดเหตุอีก ต้องหลบซ่อนไปอาศัยตามบ้านญาติ คนรู้จัก เนื่องจากกลัวว่าจะไม่ปลอดภัย เพราะพฤติกรรมของนางพรและนายกอล์ฟนั้นอุกอาจ ทวงหนี้โหดทำร้ายร่างกายเป็นที่รู้กันทั่ว แต่ไม่มีใครกล้าแจ้งความ ตนจึงตัดสินใจเข้าร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมจากนางปวีณา ขอให้ช่วยเหลือด้วย

ภายหลังรับเรื่องนางปวีณา หงสกุล รมว.พม.และประธานมูลนิธิปวีณากล่าวว่า เรื่องปล่อยเงินกู้นอกระบบดอกเบี้ยโหดและมีการทำร้ายข่มขู่ลูกหนี้ เกิดขึ้นมากในทั่วทุกข์พื้นที่ จำเป็นต้องมีมาตรการเด็กขาดกับกลุ่มผู้ปล่อยเงินกู้ ดอกเบี้ยโหดอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวอีกจำเป็นที่จะต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

ขณะนี้ได้ประสานไปยังพล.ต.ต.สมนึก บุรมิ ผบก.จ.ระยอง และ พ.ต.อ.เทอดเกียรติ วิริยสถิตย์กุล ผกก.สภ.บ้านฉาง จ.ระยอง เพื่อเร่งดำเนินการติดตามผู้กระทำผิดหรือเจ้าหนี้นอกระบบมาดำเนินคดีโดยเร็ว ส่วนความเป็นอยู่ของผู้เสียหายนั้นทางมูลนิธิปวีณาฯและกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จะดูแลอย่างใกล้ชิด เบื้องต้นได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมจังหวัดระยองไปเยี่ยมบ้าน และให้ความช่วยเหลือ ทั้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลเรื่องความปลอดภัยและแจ้งความคืบหน้าด้านคดีกลับมาให้ทราบด้วยต่อไป

ที่มา : เดลินิวส์

Category : ข่าวอาชญากรรม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com