พัทยาเดลีนิวส์

25 กันยายน 2560 :: 14:09:41 pm 209907

ลุงปลูกต้นกล้วยประชดสร้างสถนนไม่เสร็จ เครียดตายแล้ว

มารดาหนุ่มใหญ่ที่ปลูกต้นกล้วยประชดกลางถนนซอยสยามคันทรีพัทยา เผยลูกเครียดจัดธุรกิจประสบปัญหาผสมกับป่วยเป็นโรคหัวใจก่อนสิ้นใจตายหลังเป็นข่าวดังไม่นาน
สนใจโฆษณา

จากกรณีที่เพจชื่อดัง “แหม่มโพธิ์ดำ” ลงข้อความ เกี่ยวกับความคืบหน้าการก่อสร้างถนน ภายในซอยสยามคันทรี ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ว่ามีความล้มเหลวในการปรับปรุงถนน พร้อมระบุว่า “ลุงซึ่งเป็นคนที่ปลูกต้นกล้วยประชดการก่อสร้างถนนภายในซอยดังกล่าว ปัจจุบันเกิดความเครียดตายแล้ว ด้วยลุงเป็นเจ้าของร้านอลูมิเนียม พอถนนมาตัดผ่านมันคือทั้งบ้านและร้านจนเกิดความเครียด…โดยเพิ่งได้คุยกับพี่เจ้าของร้านอาหารที่คุณแหม่มลง แกเล่าให้ฟังว่าผู้ใหญ่ลงมาดูแล้วสัญญาว่าจะเร่งให้เสร็จค่ะ แต่พวกเราในชุมชนทราบดีว่า สัญญาทำอะไรไม่ได้ เพราะมีความซับซ้อน และผู้รับเหมาอ้างว่าสัญญาแค่วางท่อไม่ได้รวมถึงถนน อีกทั้งยังมีปัญหาทำให้ไฟฟ้าดับทั้งซอย โดยพบว่ามีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก

 

ล่าสุดวันที่ 25 ก.ย. 60 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่บ้านเลขที่ 223/6 ม.6 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งเปิดเป็นร้านทำอะลูมิเนียมไม่มีชื่อ หลังทราบว่าเป็นร้านดังกล่าวเป็นบ้านและที่พักของผู้เสียชีวิตที่ถูกระบุลงในเพจดังกล่าว โดยพบ นางวาสนา จิรสกุลโชติ อายุ 58 ปี ซึ่งพักอยู่ในบ้านพร้อมครอบครัวรวม 6 ชีวิต โดย นางวาสนา แจ้งว่าเป็นมาราดาของ นายคมกริช จิรสกุลโชติ ผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นคนที่เคยปลูกต้นกล้วยกลางถนนภายในซอยดังกล่าว เพื่อประชดการทำงานของท้องถิ่นใน ช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา พร้อมระบุว่าสาเหตุที่บุตรชายเสียชีวิตนั้นเพราะผู้ตายเครียดและป่วยเป็นโรค หัวใจ โดยผู้ตายนั้นถือเป็นเสาหลักของครอบครัวที่หาเงินเลี้ยงดู แต่ภายหลังจากมีการทำถนนแล้วพบว่ามีความล่าช้า ส่งผลให้การเดินทางสัญจรยากลำบาก เหตุนี้ทำให้ลูกค้าหดหายไปเป็นจำนวนมาก ธุรกิจก็ได้ รับผลกระทบเหมือนถูกปิดตาย จะมีเพียงญาติๆที่ประกอบกิจการเช่นเดียวกันส่งงานมาให้ทำบ้าง เพื่อให้มีรายได้เลี้ยงดูคนในครอบครัว ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 6 ชีวิตที่ต้องเลี้ยงดู กระทั่งผู้ตายเกิดความเครียดสะสม จากธุรกิจที่มีปัญหากระทั่งหลังที่ผู้ตายนำต้นกล้วยไปปลูกกลางถนน ในช่วงกลางคืนก็นอนเสียชีวิตไปตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยการเสียชีวิตของผู้ตายทำให้ครอบครัวเดือดร้อนมากแต่ก็ไม่อยากโทษใคร

 

อย่างไรก็ตามตอนนี้ภรรยาผู้ตายพร้อมลูกอีก 2 คน และคนในบ้านก็ต้องทนรับสภาพปัญหาไปก่อน โดยมีญาติคอยช่วยเหลือส่งงานให้บ้าง แต่จากภาระค่าเช่าที่ดิน ค่าผ่อนรถ และค่ากินอยู่ก็อาจสร้างปัญหาอยู่บ้าง จึงอยากร้องขอให้ท้องถิ่นเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็วสถานการณ์จะได้กลับเข้าสู่ภาวะปกติ

Reporter : ธนทรัพย์   Photo : ธนทรัพย์   Category : ข่าวแวดวงสังคม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com