พัทยาเดลีนิวส์

18 ธันวาคม 2550 :: 17:12:22 pm 37082

ลูกชายมหาเศรษฐี โต้กลับ!! เมียไทยหวังฮุบสมบัติ

ลูกชายเศรษฐีอันดับโลก โต้กลับ เหตุตกเป็นผู้ต้องหาเพราะ ถูกภรรยาสาวไทย หวังฮุบสมบัตินับร้อยล้าน ชี้แจงสื่อฯ ขอความเป็นธรรมเพื่อชื่อเสียงวงศ์ตระกูล
สนใจโฆษณา

จากกรณีที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการตำรวจทองเที่ยว และ เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม นำหมายศาลอาญา ลงพื้นที่เมืองพัทยา จับกุมตัว นายโรเบิร์ต เฮนรี่ โจฮานส์ ( Mr.Robert Henry Johnnes ) อายุ 44 ปี สัญชาติเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นลูกชายเศรษฐี ติดอันดับโลก ที่ร่วมกับ นางพรหม นวนก หรือทนายแคช อายุ 46 ปี ผู้ต้องหา ก่อคดีปลอมแปลงเอกสารและฉ้อโกงทรัพย์ มูลค่าหลายสิบล้านบาท จากภรรยา ของ นายโรเบิร์ตฯ ซึ่งผู้ต้องหามีทั้งหมด 3 คน โดยถูกจับกุมตัวได้ที่ ถนนชายหาดจอมเทียน ม.12 ต.หนองปรือ จ.ชลบุรี ส่วน นายปรีดา กุลปรีดา อายุ 54 ปี ผู้ต้องหาอีกร้ายหลบหนีไปได้ ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวจะคุมตัวผู้ต้องหาส่งไปดำเนินคดีที่กองปราบปราม เหตุเกิดเมื่อ วันที่ 14 ธ.ค. 50 ที่ผ่านมา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น 

ความคืบหน้าของคดีนี้ ล่าสุดเมื่อเวลาประมาณ 09.30 น. วันที่ 17 ธ.ค. 50 นายไพศาล ไชยพรรค ทีมทนายความ ของนายโรเบิร์ต ฯ ผู้ตกเป็นผู้ต้องหา ได้แจ้งกับผู้สื่อข่าวประจำเมืองพัทยาให้เดินทางไปที่ ศาลจังหวัดพัทยา จ.ชลบุรี เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคดีที่เกิดขึ้น จากนั้นผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ ศาลจังหวัดพัทยา ก็พบกับ นายไพศาล ทนายความ พร้อมกับ นายโรเบิร์ต ฯ ลูกชายมหาเศรษฐี ติดอันดับ โลก และ น.ส.แบ๊งค์ (นามสมมุติ) แฟนสาว โดย นายไพศาล ชี้แจงว่า หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวและตำรวจกองปราบปราม ได้จับกุมตัว นายโรเบิร์ตฯ พร้อมกับ นางพรหม นวนก หรือทนายแคช ไปดำเนินคดี ผู้ต้องหาได้แจ้งให้ทีมทนายความทำการประกันตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ด้วยวงเงินประกัน 3 แสนบาท เพื่อสู้คดี ซึ่งคดีดังกล่าว จะทำเบิกความกันที่ศาลอาญาอีกครั้ง ปีหน้า คือ ประมาณ ต้นเดือน กุมพาพันธ์ ปี 2551 ส่วนวันนี้ ตนพร้อมกับ นายโรเบิร์ตฯ ได้เดินทางมาที่ศาลจังหวัดพัทยา เพื่อขึ้นเบิกความต่อหน้าศาล ในคดีที่ นายโรเบิร์ตฯ ได้แจ้งความฟ้องกลับในคดีที่ นางนงค์ลักษณ์ เจริญสุข อายุ 31 ปี ผู้เป็นอดีตภรรยา (คู่กรณีอีกฝ่าย) ในข้อหา แจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน เรื่องนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ นางนงค์ลักษณ์ อดีตภรรยา ได้แจ้งฟ้องหย่า นายโรเบิร์ต ฝ่ายสามี เพื่อต้องการจะครอบครองทรัพย์สินที่ นางนงลักษณ์ อดีตภรรยาที่เป็นฝ่ายครอบทรัพย์สินที่ได้มาจากเงินของ นายโรเบิร์ตฯ ทั้งหมด มีทั้ง โครงการหมู่บ้าน และ บ้านพร้อมที่ดิน ในพื้นที่เมืองพัทยา และ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ที่มีมูลค่ากว่า 130 ล้านบาท ซึ่งฝ่าย นายโรเบิร์ตฯ ก็แจ้งความกลับในข้อหาแจ้งความเป็นเท็จ เรื่องหลักฐานสิทธิ์ครอบครองทรัพย์สินทั้งหมด ทันที ซึ่งศาลเบิกความวันนี้เป็นครั้งแรก พิเคราะห์แล้วระบุว่า ?มีมูลหลักฐานตามคำร้องจริง? จึงรับฟ้อง และ ได้นัดให้ฝ่ายโจทย์ไปรวมหลักฐานมาชี้แจงเพิ่มเติมเพื่อเบกความสู้คดีกันอีกครั้ง ในวันที่ 20 ม.ค. 2551 

นายไพศาล ทนายความยังกล่าวอีกว่า สำหรับคดีที่เกิดขึ้นนี้ นายโรเบิร์ตฯ ลูกชายมหาเศรษฐีระดับโลก มีความประสงค์ที่จะชี้แจงให้ประชาชนทราบเกี่ยวกับคดี และต้องการบอกความความจริงให้ทุกคนทราบ โดย นายโรเบิร์ตฯ ลูกชายมหาเศรษฐี เล่าว่า ตนอยู่เมืองไทยมา เกือบ 10 ปีแล้ว โดยก่อนหน้านี้ได้พบเจอกับ นางนงลักษณ์ (อดีตภรรยา) จนแต่งงานจดทะเบียนกันจนมีลูกด้วยกัน 2 คน เป็นชายทั้งคู่ ตนโต อายุ 9 ปี ส่วน คนเล็ก อายุ 5 ปี ซึ่งปัจจุบันหลังฟ้องหย่ากับภรรยา ตนได้นำลูกทั้ง 2 คน ไปให้กับพ่อของตน ซึ่งเป็นมหาเศรษฐี อันดับโลกเลี้ยงดูไว้ ที่ ประเทศสเปน โดยพ่อของตนรักหลานชายทั้งสองคนมาก 

นายโรเบิร์ตฯ บอกกับผู้สื่อข่าวอีกว่า ก่อนที่จะฟ้องหย่ากับภรรยา นั้นได้นำเงินที่พ่อให้มาหลายสิบล้านบาท ซื้อโครงการหมู่บ้านและที่ดิน รวมทั้งสร้างบ้านพักมูลค่านับสิบล้านบาท เพื่อหวังจะทำธุรกิจของตนเองกับภรรยา โดยทรัพย์สินทั้งหมดที่ซื้อไว้นั้นเป็นชื่อของ นางนงลักษณ์ ภรรยาในขณะนั้นเป็นผู้ครองครองทั้งหมดเนื่องจากกฎหมายไทยไม่ให้ชาวต่างชาติมีสิทธิ์ครองครองทรัพย์สิน ทำให้ทรัพย์สินทั้งหมดเป็นของภรรยาตนในขณะนั้นโดยปริยาย จนพักหลังรู้ว่า ภรรนยาของตน เปลี่ยนไปโกหกและแอบมีความสัมพันธ์กับชายอื่น จนเริ่มรุนแรงทะเลาะกัน จากนั้น ภรรยา ก็หวังฮุบทรัพย์สมบัติทั้งหมดเป็นของตัวเองจึง ฟ้องหย่าตน อ้างว่าตนติดเหล้าและมีคนรักใหม่เป็นกะเทย ทรัพย์สินทั้งหมดจึงตกเป็นของ นางนงลักษณ์ เพียงคนเดียว ตนเห็นว่าไม่เป็นธรรมจึง จ้าง นางพรหม หรือทนายแคช พร้อมกับ นายปรีดา ให้ช่วยหาหลักฐานที่มีอยู่เพื่อฟ้องศาลเอาทรัพย์สินของตนคืน จนได้ทรัพย์สินคืนมาบางส่วน ที่มีมูลค่าประมาณ 60 ล้านบาท แต่ก็ถูก นางนงลักษณ์ แจ้งความที่กองปราบปรามว่าตนกับ นางพรหม หรือทนายแคช ซึ่งไม่ใช่ทนายความที่แท้จริง ปลอมแปลงเอกสารสิทธิ์และฉ้อโกงทรัพย์ ตนจึงถูกศาลอาญาออกหมายจับและถูกตำรวจจับกุมจนเป็นข่าวใหญ่โต เรื่องนี้สร้างความอับอายและทำให้เสี่ยมเสี่ยวงศ์ตระกูลเป็นอย่างมาก จากนั้นตนจึงประกันตัวเพื่อสู้คดี เพื่ออยากจะเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับตัวเองและให้ประชาชนที่มองตนว่าเป็นผู้ต้องหา ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์ภรรยา เพราะไปหลงเสน่ห์กะเทย ทั้งที่ความจริงนั้น กลับกันโดยสิ้นเชิง ซึ่งปัจจุบันหลังจากหย่ากับขาด นางนงลักษณ์ ตนก็คบหา นางสาวแบ๊งค์ (นามสมมุติ) หญิงสาวนิสัยดีที่ไม่เคยเรียกร้องเงินหรือทรัพย์สินเป็นของตัวเองเหมือน อดีตภรรยาคนเก่าตนเลย นายโรเบิร์ต กล่าว ด้วยท่าทีที่หมองเศร้า 

ทั้งนี้ นายไพศาล ทนายความได้แจ้งกับผู้สื่อข่าวว่า หลังจากนี้ไป ต้องนำหลักฐาน ที่มาของทรัพย์สินทั้งหมด ที่ทั้งสองฝ่าย ฟ้องร้องกันซึ่ง นายโรเบิร์ต นั้นสมควรมีสิทธิ์ที่จะเป็นเจ้าของ เพราะทรัพย์สินทุกอย่าง เป็นเงินที่ พ่อของ นายโรเบิร์ต โอนผ่านทางธนาคารมาให้เพื่อซื้อไว้ให้ทำธุรกิจ แต่ก็ถูก นางนงลักษณ์ ภรรยาฉวยโอกาส ฮุบสมบัติเป็นของตนเองเพียงคนเดียว ซึ่งถือว่าไม่เป็นธรรม ซึ่งเรื่องนี้ต้องต่อสู้กันในชั้นศาลอีกหลายครั้งจึงจะได้ข้อสรุป ?แต่ที่แน่ชัดคือ ประชาชนที่ได้รับทราบข้อเท็จจริงที่มาที่ไปของเรื่องนี้แล้ว น่าจะสันสินใจได้ว่า ใครที่ตกเป็นผู้ต้องหาและผู้ถูกกล่าวหา? นายไพศาลกล่าว

Reporter : คัมภีร์   Photo : คัมภีร์   Category : ข่าวอาชญากรรม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com