พัทยาเดลีนิวส์

09 ธันวาคม 2553 :: 10:12:55 am 46965

ล็อบบี้วุ่น ตะครุบเงา “ทักษิณ”สหรัฐยัน 16 แน่!

โฆษกคณะกรรมาธิการเฮลซิงกิ ซึ่งมีภารกิจตรวจสอบ การละเมิดสิทธิมนุษยชน และเรื่องอื่นๆ ของสหรัฐฯ แถลงยืนยันว่า กำหนดวันนัดหมาย เข้าให้การของ พ.ต.ท.ทักษิณ เกี่ยวกับเหตุการณ์ สลายม็อบคนเสื้อแดงช่วงเดือน เม.ย.และ พ.ค. นั้นคือ 16 ธ.ค.แน่นอน และทาง เฮลซิงกิ สนใจเหตุการณ์ ปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วง ทางการเมืองในไทย น่าสนใจเป็นกรณีพิเศษ
สนใจโฆษณา

กทม-วานนี้(8 ธ.ค. 53)หลังนายวัชระ กรรณิการ์ โฆษกพรรคชาติไทยพัฒนา แสดงความกังวลปฏิกิริยาสุ่มเงียบ ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา เพียงไม่กี่วันคล้อยหลังนายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ เด้งเชือก ออกมาเปิดเผยทันทีนายใหญ่เตรียมบินเข้าประเทศสหรัฐอเมริกากลาง เดือนธันวาคมนี้ ตามคำเชิญของคณะกรรมาธิการด้านความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป(ซีเอสซีอี) เพื่อให้การและพยานหลักฐานรายละเอียดการไต่สวนปัญหาการละเมิด สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย จากเหตุการณ์ปราบปรามและสลายการชุมนุมในช่วงพ.ค.-เม.ย.ที่ผ่านมา

โดยคณะกรรมาธิการชุดดังกล่าวถือเป็นองค์กรอิสระของสหรัฐ ประกอบไปด้วยวุฒิสมาชิก 9 คน และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของรัฐสภาสหรัฐอเมริกา 9 คน จากทุกพรรคการเมือง รวมถึงผช.รมต.ประเทศ และผช.รมต.กลาโหมของสหรัฐอเมริกาด้วย แม้นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการรมว.ต่างประเทศ แสดงความไม่เชื่อเรื่องดังกล่าวเป็นไปได้จริง แต่นายธานี ทองภักดี รองอธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ กลับยอมรับในเวลาถัดมาว่า สถานเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงวอชิงตัน สหรัฐฯ รายงานมายังกระทรวงต่างประเทศของไทยแล้ว ว่าซีเอสซีอี ซึ่งเป็นองค์กรอิสระจะจัดเวทีพูดถึงสถานการณ์ในประเทศไทย โดยเชิญพ.ต.ท.ทักษิณ จริง

และได้เชิญนายกิตติพงษ์ ณ ระนอง เอกอัครราชทูตไทยฯ เข้าร่วมชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยในช่วงเวลา ดังกล่าวด้วย หากแต่ยังไม่แน่ใจพ.ต.ท.ทักษิณจะเดินทางเข้าสหรัฐฯได้หรือไม่ เพราะขึ้นอยู่กับฝ่ายบริหาร ของสหรัฐอเมริกาจะเป็นผู้พิจารณา นาทีนี้จึงไม่ใช่แค่ข่าวโคมลอย หวังปั่นกระแส เรียกเรตติ้งจากแฟนคลับให้ผู้สมัครพรรคเพื่อไทยในศึกเลือกตั้ง ซ่อมส.ส.5 เขต ที่จะเกิดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 12 ธันวาคมนี้เท่านั้น

วัดอาการเต้นแร้งเต้นกาจากฟากประชาธิปัตย์ผ่านน.พ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรค เรียกร้องให้รัฐบาลไทยใช้ช่องทางฝ่ายบริหาร ติดต่อประสานกับสหรัฐอเมริกาในฐานะมิตรประเทศ แจงข้อมูลกอบกู้ภาพลักษณ์ของไทย ทวงสนธิสัญญา การส่งผู้ร้ายข้ามแดนที่ทำไว้ระหว่างสองราชอาณาจักรเฉกเช่นผู้ ที่ถูกออก หมายจับทั่วไปทันที พร้อมยกความขัดแย้งทางการเมือง ของไทยที่ผ่านมาล้วนเกิดจากตัวบุคคลเพียง คนเดียว ว่าจ้างองค์กร และบุคคลชาวต่างชาติ นำเสนอข้อมูลไม่ตรงความเป็นจริง ประกาศวัดใจมหาอำนาจสหรัฐฯ จะเลือกตัวบุคคล หรือรัฐบาลไทยกันแน่

หากย้อนดูเนื้อหากฎหมายว่าด้วย การส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างราชอาณาจักร ไทยกับสหรัฐอเมริกา ฉบับปี 2533 ซึ่งมีข้อตกลงร่วมกัน ผูกพันการส่งผู้ร้ายข้ามแดนให้แก่กันและกัน หลังตัวบุคคลที่พบในดินแดนของภาคีคู่สัญญาฝ่ายหนึ่ง ซึ่งถูกดำเนินคดี ถูกฟ้อง ถูกตัดสินว่ามีความผิด หรือถูกต้องการตัวเพื่อบังคับการ ลงโทษตามคำพิพากษาศาล โดยความผิดที่ส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้ ต้องประกอบไปด้วย

1. ความผิดนั้นลงโทษได้ตามกฎหมายของภาคีคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย โดยการจำคุก หรือการกักขังในรูปแบบอื่นเป็นระยะเวลามากกว่าหนึ่งปี หรือโดยการลงโทษ ที่หนักกว่า
2. ความผิดนั้นประกอบด้วยการตระเตรียม หรือพยายามกระทำความผิด ช่วยเหลือหรือส่งเสริม การสนับสนุน การให้คำปรึกษาหรือการเป็นผู้จัด หรือการเป็นผู้สมคบไม่ว่าก่อน หรือหลังการกระทำสำหรับความผิดที่ระบุไว้
3. เป็นอั้งยี่หรือซ่องโจร ตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายของประเทศไทย เพื่อกระทำ ความผิด และสำหรับการวางแผนตามกฎหมาย ของสหรัฐอเมริกาเพื่อกระทำความผิดดังกล่าว หรือ
4. เพื่อความมุ่งประสงค์ของข้อนี้ ให้ถือว่าเป็นความผิดที่ส่งผู้ร้าย ข้ามแดนได้ในกรณีที่เห็นตรงกัน

หากแต่สาระสำคัญในข้อ3ของกฎหมายฉบับดังกล่าว ระบุชัดถึงความผิดทางการเมืองและทางทหาร ย่อมได้รับการยกเว้น ไม่ส่งตัวส่งผู้ร้ายข้ามแดน หรือเป็นที่ประจักษ์ชัดว่าการร้องขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนมีความ มุ่งประสงค์ทางการเมือง

น่าสนใจตรงที่พ.ต.ท.ทักษิณ กล้าเสี่ยงจับไพ่วัดใจรัฐบาลสหรัฐอเมริกามากน้อยแค่ไหน ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าสหรัฐ ผู้ซึ่งยึดถือผลประโยชน์ของประเทศตนเป็นสำคัญ สุดท้ายจะรับฟังฝ่ายใดมากกว่ากัน หรือหวังเกาะกระแสเอ็นจีโอสหรัฐ ประโคมข่าวเขย่าขวัญฝ่ายตรงข้ามซึ่งถือ ไพ่เหนือกว่าทุกประตู อยู่ที่ประเทศไทย เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมาเท่านั้น

อย่างไรก็ตามนายนพดล กล่าวว่า ขณะนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังไม่มีวีซ่า แต่ได้ยื่นขอต่อสถานทูตสหรัฐ อเมริกาประจำประเทศที่พำนักอยู่แล้วโดยนำจดหมาย เชิญของซีเอสซีอีประกอบการขอวีซ่าด้วย แต่จะได้รับวีซ่าหรือไม่นั้น ต้องรอดูแน่นอนว่าถ้าไม่ได้รับก็เข้าไม่ได้แน่ นอน

ส่วนเงื่อนไขที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นนักโทษหนีคดีในประเทศไทย จะมีผลต่อการขอวีซ่าหรือไม่ นายนพดล กล่าวว่า เป็นดุลพินิจของสหรัฐอเมริกา ไม่อยากก้าวล่วงแต่ทั่วโลก เข้าใจดีว่าคดีที่ดินรัชดาเป็นคดีทางการเมือง ส่วนที่มีการระบุว่า กรณีนี้มีการล็อบบี้จากสำนักงานกฎหมายอัมสเตอร์ดัมแอนด์ เปรอฟนั้น คิดว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้มีองค์ประกอบของ ส.ส.และส.ว.ที่มีความอาวุโส จึงไม่เชื่อว่าจะมีสำนักงานกฎหมายไหนไปล็อบบี้ได้

ส่วนจะมีคณะกรรมาธิการคนใดให้ความมั่นใจได้ว่าจะไม่มีการควบคุมตัวพ.ต.ท. ทักษิณ ขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยัน 100% ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินทางไปในขั้นตอนแรกต้องรอให้ได้วีซ่าก่อน จากนั้นจึงจะดูเรื่องความปลอดภัยทั้งทางร่างกาย และกฎหมาย ต้องประเมินความปลอดภัยเป็นระยะ จนวินาทีสุดท้าย และถ้าหากไม่สามารถเข้าสหรัฐอเมริกาจริงๆ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเดินทางไปประเทศอื่นไม่ได้

หากไม่ได้วีซ่า พ.ต.ท.ทักษิณจะส่งตัวแทนไปชี้แจงหรือไม่ นายนพดล กล่าวว่า คงต้องหาวิธีที่ดีที่สุด ส่วนจะใช้การวีดีโอลิงก์เข้าไปชี้แจงแทนหรือไม่หากวีซ่าไม่ผ่าน นายนพดล กล่าวว่า เราไม่ปิดทุกช่องทาง โดยเท่าที่คุย กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ล่าสุดเมื่อเช้านี้ ยังยืนยันและตั้งใจว่าจะเดินทางไปตามคำเชิญของซีเอสซีอี ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

เมื่อถามว่า เกรงว่าจะเป็นการแลกเปลี่ยน ตัวผู้ต้องหาหรือไม่หลังจากที่ไทยได้ส่งตัวนายวิ คเตอร์ บูทผู้ต้องหาค้าอาวุธสงครามไปให้ทางการสหรัฐก่อนหน้านี้ นายนพดล กล่าวว่า ไม่อยากคาดการณ์ไกลขนาดนั้น อยากมองในแง่ดีว่าเขาอยากทราบข้อมูลเราจริงๆ เมื่อถามว่า ผลการไต่สวนของซีเอสซีอี จะมีน้ำหนักต่อคดีความที่ยื่นต่อศาลอาญาระหว่าง ประเทศหรือไม่ นายนพดล ตอบว่า ความจริงมันแยกส่วนกัน แต่อาจจะมีน้ำหนักถึงกันก็ได้

เรียบเรียง สิทธิศักดิ์

Reporter : PDN staff   Photo : Internet   Category : ข่าวการเมือง

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com