พัทยาเดลีนิวส์

11 มิถุนายน 2559 :: 09:06:26 am 190882

“วอเตอร์ฟรอนต์” ร้อน! ยอมหั่น 5 ชั้นดิ้นหาทางออก

ร้อน! "วอเตอร์ฟรอนต์" ดิ้นหาทางออกเสนอยอมหั่น 5 ชั้น ปัญหาพื้นที่ใช้สอยเกินขออนุญาต ทำสูญเสียรายได้หลายร้อยล้าน ขณะที่เมืองพัทยายังอึมครึมออก อ.1 คาดไม่คืบจนพ้นวาระ 16 มิ.ย.นี้
สนใจโฆษณา

จากกรณีปัญหาโครงการคอนโด วอเตอร์ฟรอนต์ สวีท แอนด์ เรสซิเดนท์ ที่มีการร้องเรียนต่อเนื่องไปยังหลายหน่วยงานว่าโครงการดังกล่าวมีปัญหาทั้งในเรื่องของการก่อสร้างต่อเติมอาคารผิดแบบ เรื่องของการบุกรุกที่สาธารณะ ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของสิ่งแวดล้อม และอื่นๆ

 

ซึ่งจนถึงปัจจุบันโครงการดังกล่าวก็ยังถูกระงับการก่อสร้างจนส่งผลให้เกิดผลกระทบต่อการลงทุน และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และยังไม่มีแนวทางที่ชัดเจนว่าจะจัดการอย่างไร กระทั่งทาง สผ.ได้ลงความเห็นให้เมืองพัทยาในฐานะเจ้าพนักงานท้องถิ่นเป็นผู้ดำเนินการพิจารณาความเห็นชอบโครงการในฐานะที่กำกับดูแลกฎหมายด้านการควบคุมอาคารโดยตรง ด้วยระบุว่า การเปลี่ยนแปลงการก่อสร้างโครงการดังกล่าวไม่มีผลต่อสิ่งแวดล้อม และเข้าข่ายการกระทำผิดตามกฎหมาย

 

ซึ่งต่อมาเมืองพัทยาได้ทำการตรวจสอบแบบอย่างละเอียด ก่อนออกหนังสือทักท้วงไปยังโครงการเกี่ยวกับปัญหาการก่อสร้างที่ไม่ตรงกับแบบที่ได้รับอนุญาตในหลายส่วน โดยเฉพาะกรณีของงานทางด้านสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมที่พบว่ายังคงมีปัญหาอยู่ 2 ข้อ ได้แก่

 

ปัญหาเรื่องของพื้นที่จอดรถในโครงการ ซึ่งแต่เดิมตามแบบแปลนที่ได้ขออนุญาตตามมาตรฐาน EIA จาก สผ.นั้น จะสามารถจอดรถได้ จำนวน 60 คัน แต่พบว่ามีการก่อสร้างต่อเติมเสาตอม่อเพิ่มขึ้น จึงทำให้สามารถจอดรถได้เพียง 30 คันเท่านั้น ซึ่งถือว่าผิดจากข้อกำหนด และกรณีของพื้นที่ใช้สอยของโครงการซึ่งเดิมได้ขออนุญาตในพื้นที่โดยรวมไว้ 38,000 ตารางเมตร

 

แต่จากการตรวจสอบพบว่าพื้นที่รวมของอาคารนั้นมีสัดส่วนเกินจากที่ขออนุญาตไว้รวม 5,090 ตารางเมตร ซึ่งกรณีนี้ทางโครงการจะแจ้งว่าพื้นที่ส่วนเกินนั้นจะทำการปิดกั้นไว้เพื่อไม่ให้มีการใช้ประโยชน์ แต่เมืองพัทยาก็คงไม่สามารถอนุญาตให้ได้ กระทั่ง นายอิทธิพล คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา ได้ลงนามคำสั่งเพื่อแจ้งไปยัง บ.บาลีฮาย จำกัด โดยมีการระบุขอที่ให้แก้ไขเปลี่ยนแปลง 2 กรณีหลัก ได้แก่

 

ให้ทำการชี้ แจงรายละเอียดการจอดรถแบบไฮดรอลิก และการบริหารจัดการการจอดรถของโครงการให้ชัดเจน ด้วยการบริหารจัดการรถที่มีขนาดความสูงแตกต่างกัน จะมีการจัดสรรที่จอดรถอย่างไรให้สัมพันธ์ต่อการใช้งานจริง โดยขอให้แสดงมาตรการและแผนการจัดการ ตลอดจนรายละเอียดของแผนบุคลากรที่จะใช้ในการจัดการ และเรื่องของพื้นที่ใช้สอยที่รวมกันมีขนาดมากกว่า 5,000 ตารางเมตร

 

ซึ่งโครงการต้องชี้แจงรายละเอียดของพื้นที่ใช้สอย เนื่องจากอาคารนี้เป็นอาคารชุดพักอาศัยจึงจะมีวิธีการจัดการต่อกรรมสิทธิ์ของพื้นที่ส่วนที่ไม่ใช้สอยเหล่านี้อย่างไร เช่น จะใช้เป็นพื้นที่ส่วนกลางหรือไม่ หรือจะมีการนำไปจดทะเบียนขายให้ แก่ผู้ซื้ออาคารชุดหรือไม่อย่างไร ตลอดจนมาตรการหลังจากการโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้ซื้อไปแล้วว่า ผู้ซื้อจะไม่มีการปรับเปลี่ยนไปใช้เป็นพื้นที่ใช้สอยอาคารเพิ่มอีก ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการพิจารณาอนุญาตต่อไป

 

ซึ่งกรณีดังกล่าวที่ผ่านมาทางโครงการได้ทำหนังสือชี้แจงรายละเอียด พร้อมแนวทางการแก้ไขกลับมายังเมืองพัทยาซึ่งครบกำหนดการพิจารณาไปตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา โดยผลปรากฏว่าจากการชี้แจงของโครงการต่อกรณีทั้ง 2 ประเด็นหลักข้างต้น เมืองพัทยามีความเห็นว่าข้อมูลที่ทางโครงการชี้แจงกลับมานั้นยังไม่มีความครบถ้วนทุกประเด็น และขาดความชัดเจนในการพิจารณาความเห็นชอบในการอนุญาตให้ดำเนินการก่อสร้างต่อไปได้

 

โดยเฉพาะกรณีของพื้นที่ใช้สอยที่มีขนาดเกินกว่าที่ได้ทำการขออนุญาตไว้ เนื่องจากมองว่าอาจจะเป็นการดำเนินการเพื่อเลี่ยงต่อข้อกฎหมาย แม้ว่าทางโครงการจะระบุว่า พื้นที่ที่มีการก่อสร้างต่อเติมในแต่ละชั้นในระดับความสูง 53 ชั้นนั้นจะทำการปิดกั้นไว้เพื่อไม่ให้มีการใช้ประโยชน์ก็ตาม ก่อนออกหนังสือ ค.1 เพื่อให้ทางโครงการไปทำการแก้ไข พร้อมชี้แจงรายละเอียดอีกครั้ง

 

มีรายงานเพิ่มเติมว่าสำหรับกรณีปัญหาทั้ง 2 กรณีดังกล่าว ต่อมาคณะผู้บริหารระดับสูงของโครง การรวมทั้งคณะที่ปรึกษาได้เดินทางเข้าพบนายรณกิจ เอกะสิงห์ รองนายกเมืองพัทยา พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมหารือและขอรับฟังรายละเอียดเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้น โดยจัดให้เป็นการประชุมภายในไม่อนุญาตให้สื่อเข้าร่วมรับฟัง ซึ่งพบว่าบรรยากาศเป็นไปอย่างเคร่งเครียด ก่อนมีกระแสว่ามีการตำหนิการทำงานของเมืองพัทยาว่าล่าช้า ดึงเกมส์จนอาจมีการรวบรวมข้อมูลเพื่อฟ้องร้องต่อศาลโลก

 

พร้อมร้องขอให้เมืองพัทยาเร่งพิจารณาก่อนหมดวาระการบริหารในชุดปัจจุบันวันที่ 16 มิถุนายนนี้ ขณะที่เมืองพัทยาแจ้งว่าการพิจารณาเป็นไปตามขั้นตอน โดยอาศัยกรอบของการพิจารณาอนุญาตจาก สผ.เป็นหลัก เมื่อแบบและโครงสร้างไม่ตรงตามการขออนุญาตก็ต้องทำการปรับปรุงแก้ไขจึงจะสามารถออกใบอนุญาตให้ได้ ทั้งในส่วนของที่จอดรถซึ่งต้องสามารถรองรับได้ตามกฎหมาย และต้องมีเอกสารความยินยอมประกอบจากผู้เช่าซื้อเพื่อลดปัญหาการฟ้องร้องในอนาคต ขณะที่กรณีของพื้นที่ส่วนเกินนั้นคงต้องไปแก้ไขเพื่อตัดลดพื้นที่เพื่อให้ตรงกับการขออนุญาตเดิมเป็นหลัก

 

ล่าสุดแหล่งข่าวรายงานว่าปัจจุบันทางโครงการวอร์เตอร์ฟรอนด์ได้ทำหนังสือถึงเมืองพัทยา กรณีปัญหาทั้งในเรื่องของที่จอดรถยนต์ภายในโครงการ โดยชี้แจงถึงรายละเอียดและโครงสร้างของระบบที่สามารถรองรับได้จริงจำนวน 150 คัน รวมทั้งการจัดเช่าที่จอดรถเพิ่มเติมในพื้นที่ใกล้โครงการที่สามารถสำรองเพิ่มได้อีกจำนวน 60 คัน พร้อมแนบตัวอย่างโครงการที่ใช้ระบบจอดรถแบบไฮโดรลิกใน กทม.มาประกอบ ขณะที่ในส่วนของพื้นที่ใช้สอยที่เกินจากการอนุญาตไว้จำนวน 5,099 ตร.เมตรนั้น ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ที่ไม่สามารถเข้าไปใช้ประโยชน์ได้ ได้แก่ ห้องเครื่องลิฟต์ ห้องรวบท่อ ถังเก็บน้ำ

 

รวมถึงห้องจัดภูมิสถาปัตย์ ซึ่งมีลักษณะเป็นสวนหิน และกันสาดที่อยู่ทางทิศเหนือของห้องพัก ได้ทำการยกเลิกราวกันตกและมีการติดตั้งกระจกติดตายสูงจากพื้นเพื่อกันไม่ให้มีการใช้งาน อย่างไรก็ตามจากกรณีของพื้นที่ใช้สอยนี้มีรายงานว่าสุดท้ายทางโครงการได้ตัดสินที่จะยอมตัดพื้นที่จำนวน 5 ชั้นบนสุดของโครงการออก ซึ่งจะทำให้โครงการสูญเสียรายได้จำนวนหลายร้อยล้านบาท เนื่องจากพื้นที่ในโครงการนั้นสนนราคาตารางเมตรละนับแสนบาท แต่ก็เพื่อเป็นการลดปัญหาและผลกระทบจากเรื่องของการบดบังภูมิทัศน์รวมทั้งเรื่องของพื้นที่ที่เกินจากการขออนุญาตเพื่อประกอบการพิจารณา ซึ่งมีจะหมดลงในวันที่ 17 มิถุนายนนี้หลังผ่านพ้นช่วงกำหนดเวลาการบริหารของสภาเมืองพัทยาชุดปัจจุบันที่จะหมดวาระลงเพียง 1 วัน

 

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าสำหรับกรณีดังกล่าวทางเมืองพัทยาได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทำการตรวจสอบพื้นที่ในส่วนที่ทางโครงการจะแก้ไข โดยตัดโครงสร้างของพื้นที่โครงการจำนวน 5 ชั้นบนสุดออกเป็นการเร่งด่วน โดยแหล่งข่าวระดับสูงแจ้งว่าเบื้องต้นพบว่าพื้นที่โดยรวมที่ตัดออกนั้นอาจยังมีขนาดพื้นที่ไม่ครบจำนวนตามที่แจ้งไว้ที่ขนาด 5,099 ตร.เมตร ทั้งนี้จะได้มีการจัดประชุมเร่งด่วนเพื่อนำมาหารือและพิจารณาว่าตรงตามกรอบตามกฎหมายและสมควรจะออกใบอนุญาตก่อสร้างเพิ่มเติมหรือ อ.1 ต่อไปหรือไม่ โดยหลายฝ่ายคาดว่าคงจะมีการชะลอและอาจให้ทางโครงการไปทำการแก้ไขใหม่อีกรอบ ซึ่งคงจะไม่ทันการพิจารณาของผู้บริหารในชุดปัจจุบันที่จะหมดวาระลงในเร็ววันนี้

 

สำหรับกรณีของโครงการวอร์เตอร์ฟรอนต์ สวีท แอนด์ เรสซิเดนซ์ ปัจจุบันยังคงติดปัญหาในหลายกรณีจนทำให้ยังไม่สามารถดำเนินการก่อสร้างต่อไปได้ หลังจากถูกระงับตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2557 หรือเป็นเวลากว่า 2 ปี ขณะที่การบริหารภายใต้การนำของนายอิทธิพล คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา จะหมดวาระอย่างเป็นทางการลงในวันที่ 16 มิถุนายน 2559 นี้ จึงทำให้สังคมยังคงไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจนว่า สุดท้ายจะมีการพิจารณาความเห็นชอบในมีการก่อสร้างต่อในยุคสมัยการปกครองนี้ทันหรือไม่

Reporter : ญาณวรุฒน์   Photo : ญาณวรุฒน์   Category : ข่าวแวดวงสังคม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com