พัทยาเดลีนิวส์

24 พฤศจิกายน 2553 :: 12:11:32 pm 44533

วันที่สอง พธม.หงอย ตำรวจคุมเข้ม บ่ายมีขบวนเสด็จ

วันที่ 2 หน้ารัฐสภายังมีผู้ชุมนุม พธม. ซึ่งตั้งแต่ช่วงเช้าแกนนำได้มีการเดินทักทาย และพูดคุยสอบถามความเป็นอยู่กลุ่มผู้ชุมนุมทุกส่วน ไร้เหตุการณ์รุนแรง ด้านตำรวจได้ กระจายกำลังปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ ปราศรัยโจมตี นายกรัฐมนตรี ผบ.ทบ.สั่งจับตา พธม.-นปช.ลุกฮือหลังตัดสินยุบปชป. เผยกองทัพมีแผนปฏิบัติการในการดูแลตลอด เพราะไม่ต้องการให้ใช้ความรุนแรง
สนใจโฆษณา

รัฐสภา-วันนี้ (24 พ.ย. 53)วันนี้เป็นวันที่สองของการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งด้านหน้ารัฐสภายังมีการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) เพื่อคัดค้านแก้ไขรัฐธรรมนูญ หลังจากวานนี้ผู้ชุมนุม เดินทางมาปักหลักตั้งแต่ช่วงเช้า โดยไร้เหตุการณ์รุนแรง โดยมีบางส่วนพักค้างคืนที่จุดชุมนุมด้านหน้าสวนสัตว์เขาดิน และบางส่วนที่กระจัดกระจายอยู่บริเวณโดยรอบ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำ พธม.กล่าวก่อนสลายการชุมนุมเมื่อคืนวานว่า การชุมนุมวันนี้เป็นการเรียกบรรยากาศเก่าๆกลับมา เขาหาเรื่องวุ่นวายมาให้ก็ดีอย่าง ทำให้เราได้มาเจอกันอีกครั้ง เราทำกันเต็มที่ เราก็ดีใจแล้ว แม้ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร ก็แล้วแต่ รู้ว่าพี่น้องหลายคนอยากฟังปราศรัยต่อ แต่ตอนนี้ชุมนุมมา 14 ชั่วโมงแล้ว สภาฯจะประชุมถึง ตี 2 ตี 3 ก็ช่าง แต่เราเลิก 4 ทุ่มออมแรงไว้พรุ่งนี้ พรุ่งนี้มาใหม่ ตั้งแต่ 8 โมงเช้า และต้องขอขอบคุณพันธมิตรอีกครั้ง และคนที่อยู่หน้าจอด้วย ส่วนเงินที่บริจาคมาให้จัดการชุมนุม ส่วนที่เหลือจะสมทบเข้ากองทุนทวงคืนเขาพระวิหาร

 

ด้านพล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 (ผบก.น.1 ) กล่าวขณะเดินทางมาตรวจกำลังพลและพื้นที่หน้ารัฐสภาว่า จากที่การข่าวรายงาน การชุมนุมของพธม. ยังไม่มีความน่าเป็นห่วง เพราะเป็นไปตามที่ได้ตกลงกันไว้ และได้กลับค้างคืนกันที่บริเวณหน้าที่ทำการพรรคการเมืองใหม่ แต่ยอมรับว่ามีความเป็นห่วงเรื่องการใช้เครื่องขยายเสียง ที่อาจจะมีการรบกวนประชาชนที่อยู่โดยรอบรัฐสภา

 

ต่อมาเวลา08.30น.นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพธม.เดินทางมาทักทายกลุ่มผู้ชุมนุม และได้มีการพูดคุยกับพล.ต.จำลอง ศรีเมือง เรื่องความพร้อมของอาหารและสุขา หลังจากนั้นได้ขึ้นปราศรัยบนเวทีว่า พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คนเรามีหน้าที่อะไร ให้ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด เป็นนักการเมือง เป็นส.ส.ที่ถูกเลือกเข้ามาก็ต้องทำหน้าที่ในรัฐสภา เป็นนายกรัฐมนตรีก็มีหน้าที่บริหารบ้านเมืองดูแลความเป็นอยู่ให้ประชาชน ปัญหาที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ เพราะคนรู้หน้าที่แต่ไม่ปฏิบัติตามหน้าที่

ด้านตำรวจได้ทยอยมาถึงหน้าสภา และกระจายกำลังปฏิบัติหน้าที่ พล.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 ได้กำชับให้ตำรวจปฏิบัติหน้าที่อย่างเรียบร้อยและขอความร่วมมือผู้ชุมนุมให้ขึ้นไปอยู่บนฟุตบาท ตลอดร้านค้าต่างๆ เนื่องจากทำให้รถติด ซึ่งต้องจัดสถานที่ให้ขายเฉพาะและต้องประสานกับสำนักงานเขตให้เข้ามาดูแล เนื่องจากจะมีขบวนเสด็จ

ผบ.ทบ.สั่งจับตา พธม.-นปช.ลุกฮือหลังตัดสินยุบปชป.

ที่กองการบิน กรมการขนส่งทหารบก (ขส.ทบ.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.)เพื่อคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ (รธน.) ว่า การชุมนุมถือเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญสามารถชุมนุมได้โดยไม่ใช้ความรุนแรง และไม่กระทำผิดกฎหมาย ปัจจุบันมีกฎหมายปกติที่ห้ามการกีดขวางการจราจร การขายของบนทางเท้าและมีพระ ราชกำหนดฉุกเฉินฯ อีกหนึ่งฉบับ เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย ขณะนี้ยังไม่พบว่ามีการกระทำผิด พรก.ฉุกเฉินฯ ที่ได้กำหนดเพิ่มเติมไว้ ส่วนคำสั่ง ศอฉ.ที่ห้ามกลุ่มคนเสื้อแดงขายสินค้ายั่วยุสร้างความแตกแยกนั้น ถือว่าคำสั่งดังกล่าวไม่ได้เจาะจงเฉพาะกลุ่มสีใด แต่ประกาศตลอดไปจนกว่าสถานการณ์จะเรียบร้อย ไม่ให้มีความรุนแรง ไม่มีการหมิ่นสถาบัน ถ้าไม่มีสิ่งพวกนี้เกิดขึ้น ก็สามารถยกเลิกประกาศหรือคำสั่งได้ แต่ขณะนี้ยังมีการพูดจาในลักษณะยั่วยุ เจ้าหน้าที่มีความจำเป็นต้องดำเนินการ ทั้งนี้ขอให้เห็นใจเจ้าหน้าที่ การใช้คำว่าสิทธิหรือเสรีภาพตาม รัฐธรรมนูญต้องคำนึงถึงสิทธิคนอื่นด้วย และเคารพกฎหมายปกติ

 

“ คำสั่งและข้อกำหนดที่มีการเพิ่มเติมไปเกี่ยวกับเรื่องการขายสินค้าไปละเมิดสิทธิคนอื่น ผมคิดว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ และ เจ้าหน้าที่เทศกิจ ก็พยายามอะลุ่มอล่วยเต็มที่แล้ว สิ่งที่ได้ดำเนินการไปก็เพราะขายสิ่งของบนทางเท้า กีดขวางการจราจร ซึ่งต้องเสียค่าปรับ แต่สิ่งที่เรามุ่งหวัง คือ ต้องการให้สถาบันฯอยู่เหนือความขัดแย้ง ดังนั้นใครก็ตามที่นำสถาบันฯมาอยู่ท่ามกลางความขัดแย้ง และผิดกฎหมายต้องถูกดำเนินคดี ผมอยากใช้คำว่ากฎหมาย ผมไม่ได้หมายความว่า จะเอาสถาบันฯมาเป็นเครื่องมือของเจ้าหน้าที่ ซึ่งมันไม่ใช่ ผมบอกแล้วว่าไม่ว่าใครก็ตาม ต้องไม่นำสถาบันฯเข้ามาเกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมาย แค่ท่านเอาของมาขายและบอกว่าไม่รู้เรื่องว่าอันนี้หมิ่นหรือไม่หมิ่น ท่านก็ต้องใช้วิจารณญาณของท่านเองว่า อะไรหมิ่นหรือไม่หมิ่น” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

เมื่อถามว่า การที่ ศอฉ.ไม่ยกเลิกคำสั่งดังกล่าว เพราะเกิดความขัดแย้งกับรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ได้มีความขัดแย้งหรือแตกแยกกัน เมื่อวันที่ 23 พ.ย.ที่ผ่านมา ตนได้พบ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็คุยว่า ให้หาทางดู เพื่อกำหนดให้เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติให้เกิดความเรียบร้อย ซึ่งที่ประชุม ศอฉ. ได้คุยและหารือในรายละเอียดไปแล้ว ทั้งนี้ การออก พรก.ฉุกเฉินฯ หรือข้อกำหนดทุกข้อจะออกโดยคณะกรรมการของ ศอฉ. ไม่ใช่ออกโดยคนใดคนหนึ่ง เป็นการยกประเด็นปัญหาขึ้นมา และหารือกันว่าจะทำอย่างไรในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้เกิดความเรียบร้อย ซึ่งเมื่อมีข้อสรุปออกมาแล้วจึงได้มีการประกาศออกมาตามมติ ศอฉ. ในฐานะที่เป็นหัวหน้าผู้รับผิดชอบสถานการณ์ ก็ต้องลงนามในหนังสือฉบับนั้นออกไป นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ได้หารือกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ในฐานะ ผอ.ศอฉ. ซึ่งเข้าใจถึงการประกาศใช้ข้อกำหนดฉบับดังกล่าวว่าต้องการอะไร ซึ่งนายกรัฐมนตรี ก็เห็นด้วย

 

เมื่อถามว่า กลุ่มคนเสื้อเหลืองพยายามคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญมีแนวโน้มยืดเยื้อถึง 11 ธ.ค.จะเกิดความวุ่นวายหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนไม่อยากมองว่าจะไปตรงไหน หน้าที่ของเจ้าหน้าที่คือจะทำอย่างไรให้เกิดความสงบเรียบร้อยมากที่สุด การเรียกร้องหรือการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรืออะไรก็ตาม ถ้าเรียกร้องประชาธิปไตย ก็ต้องปล่อยให้กระบวนการประชาธิปไตยทำไป ถือเป็นกระบวนการประชาธิปไตย ดังนั้นเมื่อเรียกร้อง ประชาธิปไตยก็ต้องให้กระบวนการประชาธิปไตยดำเนินการไป หากได้หรือไม่ได้ก็ว่ากันไป อย่ามาถามทหารว่าจะเป็นอย่างไร จะทำอย่างไร เพราะตนไม่ได้เป็นคนลงไปแก้ เมื่อถามว่า กองทัพถูกมองว่าปฏิบัติสองมาตรฐานในแก้ไขปัญหาการชุมนุมของเสื้อเหลืองและเสื้อแดง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีสองมาตรฐานอยู่แล้ว เราแยกระหว่างคนทำความผิด กับคนไม่ทำความผิด และ ตนไม่ได้บอกว่าสีไหน ไม่มีสีไหนทั้งนั้น ทุกสีต้องได้รับการปฏิบัติด้วยกันทั้งหมด เพราะเรามุ่งหมายที่ประเทศชาติเป็นหลัก และความสงบของประชาชนโดยรวม คนที่ไม่ได้มาชุมนุมทำไมไม่คิดถึงเขาบ้าง เขามีสิทธิเสรีภาพ และ ประชาธิปไตยเหมือนกัน เขาต้องการความสงบเรียบร้อย และต้องการให้บ้านเมืองมีขื่อมีแป และ มีกฎหมาย ดังนั้นต้องถามประชาชนเหล่านี้ว่าเขาเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย

เมื่อถามว่า ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ถูกยุบ ม็อบเสื้อแดง และเสื้อเหลืองจะลุกฮือ ในช่วงเวลาเดียวกัน กองทัพได้เตรียมมาตรการรองรับหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นกระบวนการยุติธรรม ถามตนก็คงตอบไม่ได้ ส่วนจะยุบ หรือไม่ยุบอย่างไร เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรมและเป็นการพิสูจน์ตามกฎหมาย บอกไปแล้วว่ากระบวนการประชาธิปไตยมีของมันอยู่ ดังนั้นอะไรจะเกิดขึ้นก็ตามต้องใช้วิธีการ กระบวนการประชาธิปไตย เข้ามาแก้ไข ทหารก็มีหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อย เพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวายเท่านั้น ทั้งนี้กองทัพมีแผนปฏิบัติการในการดูแลตลอด เพราะไม่ต้องการให้ใช้ความรุนแรงเกิดขึ้น การชุมนุมต้องไม่ใช้ความรุนแรง และไม่กระทำผิดกฎหมาย หากมีสองฝ่ายจะต้องไม่ทำให้สองฝ่ายทำร้ายซึ่งกันและกัน ถือเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทุกคน และอยากให้นึกถึงบทเรียนที่ผ่านมาครั้งที่แล้ว ที่มีการใช้ความรุนแรงเกิดขึ้น และมีการจับกุมผู้กระทำความผิดได้แล้ว ดังนั้น ขอให้สังคมได้รับทราบทั่วกันว่ามีหรือไม่มี ที่พูดว่าไม่มี แล้วเดี๋ยวคอยดูต่อไปว่ามันจะอีกหรือไม่ ก็เป็นการดำเนินการของเจ้าหน้าที่

เรียบเรียง สิทธิศักดิ์

Reporter : PDN staff   Photo : Internet   Category : ข่าวการเมือง

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com