พัทยาเดลีนิวส์

30 กรกฎาคม 2553 :: 13:07:27 pm 29368

วางบึ้ม”ซอยรางน้ำ”หนุ่มซาเล้งซวยสาหัส

วางบึ้มซอยรางน้ำใกล้คิงส์พาวเวอร์ มัดยางกับกระเดื่องหยอดน้ำมันให้เปื่อยระเบิดเอง หนุ่มซาเล้งซวยสาหัส “สุเทพ”สั่งยกเครื่องหน่วยข่าวกรองใหม่ การข่าวยังไม่ค่อยทันเหตุการณ์
สนใจโฆษณา

กรุงเทพฯ – วันนี้ (30 ก.ค. 53) เมื่อเวลา 01.30 น. ร.ต.ต. นิติ นิรุตติวัฑน์ พนักงานสอบสวน ( สบ.1) สน.พญาไท รับแจ้งเหตุระเบิดที่บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 27/15 ตรงข้ามกับ บริษัท คิงพาวเวอร์ ซ.รางน้ำ แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี จึงเดินทางตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด

ในที่เกิดเหตุพบชายอายุประมาณ 30-40 ปี สวมเสื้อยืดสีกรมท่า สวมเสื้อคลุมอีกชั้นหนึ่ง ใส่กางเกงเล สีชมพูออกแดง นอนหงายครวญครางอยู่ ใกล้กันพบรถซาเล้งจอดอยู่ โดยขณะเกิดเหตุ ในช่วงแรกเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่กล้าเข้าไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ เพราะเกรงว่า จะเกิดเหตุระเบิดซ้ำซ้อน ระหว่างคนเจ็บได้พยายามลุกขึ้นในสภาพศีรษะเต็มไปเลือด ที่ใบหน้าที่เลือดออก แขนขาได้รับบาดเจ็บ หลังจากนั้น ประมาณ 20 นาทีเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย จึงเข้าไปอุ้มและช่วยเหลือชายคนดังกล่าว นำตัวส่งรพ.ราชวิถีอย่างเร่งด่วน

 

โดยในที่เกิดเหตุ นายสำรวย ทบภักดิ์ อายุ 37 ปี โชเฟอร์แท็กซี่ อยู่บ้านเลขที่ 25 หมู่ 7 ต.เขวไร่ อ.นาเชือก จ.มหาสารคาม กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุตนจอดรถห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 200 เมตร จากนั้นได้เห็นประกายไฟที่ต้นไม้ พร้อมกับเสียงดังไปทั่วบริเวณ จากนั้นเห็นรถแท็กซี่ สีเขียว-เหลือง ซึ่งตอนเกิดเหตุจอดอยู่ด้านหลังรถซาเล้ง ได้ขับรถออกจากที่เกิดเหตุโดยเร็ว น่าจะเป็นเพราะความตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

“ตอนเกิดเหตุผมตกใจมาก ในชีวิตไม่เคยเห็นระเบิดที่น่ากลัวขนาดนี้ มองไปเห็นแสงไฟ และเกิดเสียงดังมาก จากนั้นก็เกิดกลุ่มควันคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ น่ากลัวมากที่สุด แต่ก็พอตั้งสติได้รีบโทรศัพท์แจ้งตำรวจ 191 ทันที” นายสำรวยกล่าว

หลังเกิดเหตุ พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมด้วย พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผบช.น. และ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น. 1 ได้รุดมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ทหาร รถฮัมวี่ ประมาณ 2-3 คัน

พล.ต.ต.วิชัย เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ระเบิดที่คนร้ายใช้ เป็นระเบิดชนิดขว้างจากจีนแดงหรือรัสเซีย โดยคนร้ายใช้หนังยางรัดกระเดื่องระเบิดไว้ แล้วหยอดน้ำมันที่หนังยาง เพื่อให้หนังยางค่อยๆเปื่อย เพื่อให้กระเดื่องดีดตัวออกให้ระเบิดทำงานแล้วยัดไว้ในถุงดำ ซึ่งหลังจากนี้จะส่งให้กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งว่าเป็นระเบิดชนิดใด

พล.ต.ต.วิชัย กล่าวต่อว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่า ผู้บาดเจ็บเป็นใคร เนื่องจากแพทย์กำลังเร่งช่วยชีวิตอยู่และยังไม่สามารถให้การได้ แต่อาจเป็นไปได้ว่า ผู้ได้รับบาดเจ็บซึ่งคนเก็บของเก่ามาแกะออกดูโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์จึงทำให้ระเบิดทำงาน ซึ่งสำหรับกล้องวงจรปิดในบริเวณจุดเกิดเหตุนั้น เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบอยู่ ส่วนจะเป็นการสร้างสถานการณ์หรือไม่นั้น ยังไม่สามารถระบุได้ในตอนนี้

 

ต่อมาเมื่อเวลา 09.00 น. พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 เดินทางเข้าเยี่ยมอาการผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุระเบิดในกองขยะหน้าบ้านเลขที่ 27 และ27/15 ภายในซอยรางน้ำ ฝั่งตรงข้ามคิงพาวเวอร์ คอมเพล็กซ์ แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี กทม. ที่ห้องผู้ป่วยหนัก ตึกศัลยกรรมประสาท เตียง 6 โรงพยาบาลราชวิถี

พล.ต.ต.วิชัยกล่าวว่า  จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเบื้องต้นได้ให้ กก.สส.บก.น.1 และฝ่ายสืบสวน สน.พญาไท เร่งตรวจสอบหาญาติของผู้บาดเจ็บ ซึ่งเบื้องต้นพบว่าเป็นชาย อายุประมาณ 30 ปีเท่านั้น เนื่องจากไม่มีหลักฐานตามตัวว่าเป็นผู้ใด  โดยได้ให้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในจุดใกล้เคียงและร้านค้าต่างๆที่มีประมาณ 9 จุดแล้ว โดยขณะนี้ยังไม่เห็นภาพที่คนร้ายนำระเบิดมาวางไว้ สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะนำรายงานไปถึง ศปก.ตร.  และพล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รองเลขาธิการนากยกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ต่อไป

ด้านพญ.วารุณี จินารัตน์ ผอ.โรงพยาบาลราชวิถี เปิดเผยว่า  สำหรับผู้บาดเจ็บขณะนี้มีสะเก็ดระเบิดฝังอยู่ทั้งลำตัวและใบหน้า อาจต้องทำการผ่าตัดตาขางซ้ายอีกครั้ง และเสี่ยงที่จะสูญเสียตาข้างซ้ายไป ซึ่งอาการยังสาหัสมาก กระดูกขาขวาแตก และมีแผลเพราะถูกสะเก็ดระเบิดจำนวนมาก

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) กล่าวถึงเหตุระเบิดใกล้โรงแรมพูลแมน คิงพาวเวอร์ ซอยรางน้ำ ช่วงกลางดึกที่ผ่านมาว่า เป็นเรื่องที่น่าเสียใจ ซึ่งตนเคยบอกแล้วว่าคนที่ตั้งใจจะก่อเหตุวุ่นวาย สร้างสถานการณ์ให้เห็นว่ารัฐบาลมีปัญหาไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ มีวิธีการอื่นที่จะทำได้มากมายแล้วทำไมต้องมาใช้วิธีการรุนแรง ด้วยระเบิดที่ทำให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์ต้องเสียชีวิต บาดเจ็บ ดังนั้นจึงขอให้หยุดการกระทำแบบนี้เพราะไม่ใช่ศัตรูคู่อาฆาตที่ไหนที่จะต้องมาห้ำหั่นทำลายกัน เพราะทุกคนคือประชาชนผู้บริสุทธิ์ทั้งนั้น

เมื่อถามว่า สงสัยการกระทำของกลุ่มใดหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนต้องระมัดระวังที่จะไปพูดจา  แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ต้องดำเนินการไปตามพยานหลักฐานและรูปคดี ซึ่งในที่ประชุม ศอฉ. เมื่อวันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา  ตนได้มอบหมายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เป็นหลักในการจัดกำลังและสนธิกำลังจากฝ่ายต่างๆ ทั้งเจ้าหน้าที่ของ กทม. อาสาสมัคร และหากจำเป็นก็ขอกำลังสารวัตรทหารจาก 3 เหล่าทัพเข้ามาช่วยเสริม พร้อมกันนี้  ศอฉ.มอบหมายให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหมไปดูแลหน่วยข่าวทั้งหมด ซึ่งทั้งสองหน่วยงานจะเริ่มประชุมวันที่ 30 กรกฎาคมคมเพื่อวางแนวทางในการกำกับดูแล

“ที่ผ่านมาการข่าวยังไม่ค่อยทันเหตุการณ์ การแก้ไขปัญหาให้ได้ข่าวที่ทันต่อการแก้ไขสถานการณ์และป้องกันสถานการณ์ได้ก็อยู่ที่ผลการกำกับดูแลของ รมว.กลาโหม ที่จะรายงานให้รับฟังเป็นระยะๆ และทุกฝ่ายต้องประสานกันได้ ต้องไม่มีกรณีต่างคนต่างทำ ซึ่งเรามีหน่วยข่าวหลายหน่วยที่มีหน้าที่ดูแลแล้วแต่กรณี แต่ในสถานการณ์อย่างนี้ต้องรวมกำลังกันป้องกัน ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย” นายสุเทพ กล่าว

ขอขอบคุณ

ที่มา : มติชน

ภาพ : ไทยรัฐ, มติชน, คมชัดลึก

Photo : Internet   Category : ข่าวในประเทศ

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com