พัทยาเดลีนิวส์

Hilton
02 กันยายน 2549 :: 10:09:47 am 3086

วิวาห์ศพ! : รักแท้…ความตายมิอาจกั้น

เมื่อเร็วๆ นี้ ได้มีการจัดพิธีแต่งงานขึ้นที่เมืองกุ้ยผิง เขตปกครองตนเองชนชาติจ้วง กว่างซี.......ฝ่ายเจ้าสาว อยู่ในชุดแต่งงานสีขาวบริสุทธิ์ สองมือกุมช่อดอกกุหลาบแดง สัญลักษณ์แห่งความรัก ขณะที่เจ้าบ่าวในชุดสูทสีขาว ดูดีเป็นพิเศษ แต่ที่แตกต่างกับงานสมรสทั่วไปก็ตรงที่ ทั้งคู่นอนมาในโลงแก้ว!! และบรรยากาศที่ตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นอายความโศกเศร้าของบรรดาญาติสนิทมิตรสหาย

เมืองกุ้ยผิงเป็นบ้านเกิดของเจ้าสาววัย 22 เหราเหม่ยผิง พ่อแม่ของเธอพยายามสะกดอาการโศกเศร้า และเล่าเรื่องราวให้ฟังว่า เหราเหม่ยผิง เป็นลูกสาวคนสุดท้อง เพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัย ก่อนเกิดเรื่องเธอเพิ่งตัดสินใจเรียนต่อปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยหนันจิง

เหราเหม่ยผิงมีแฟนหนุ่มชื่อว่า เจ้าซื่อเหลียง อายุ 26 ปี เป็นอาจารย์สอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยกว่างซี นอร์มอล ยูนิเวอร์ซิตี้ เหราลี่ฉง เล่าว่า น้องสาวคบกับฝ่ายชายตอนที่เรียนอยู่มหาวิทยาลัยปี 2 ทั้งคู่รักใคร่กลมเกลียวกันมาก

สามปีก่อน เจ้าและเหราตกลงกันว่า รอให้ฝ่ายหญิงเรียนจบก่อน ก็จะแต่งงานกัน ซึ่งเธอเพิ่งสำเร็จการศึกษาไปเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา และเมื่อต้นเดือนทั้งคู่ได้เดินทางไปยูนนาน หลังจากกลับมาก็เดินทางไปอวยพรวันเกิดคุณย่าเจ้าซื่อเหลียงที่เหอซัน นับเป็นครั้งแรกที่เจ้าพาเหราไปพบกับพ่อแม่ ด้วยความน่ารัก และว่านอนสอนง่าย ทำให้พ่อแม่ของเจ้าต่างรู้สึกถูกชะตากับว่าที่ลูกสะใภ้คนนี้ ในวันที่ 13 สิงหาคมที่ผ่านมา เจ้าได้ไปปรึกษากับพ่อแม่ของเหม่ยผิงเรื่องการแต่งงานของพวกเขา แต่นึกไม่ถึง…….โชคชะตากลับเล่นตลกกับคนมีรัก

วันที่ 15 สิงหาคม เหราเหม่ยผิง เจ้าซื่อเหลียง พร้อมด้วยครอบครัวของฝ่ายหญิงเดินทางไปเล่นน้ำที่หมู่บ้านต้งซัน ซึ่งครั้งนี้มี อันอัน ลูกพี่ลูกน้องชายตัวอ้วนกลมวัย 12 ขวบร่วมขบวนไปด้วย

ช่วง 1 ทุ่มของวันนั้น เจ้าซื่อเหลียง และเหราเหม่ยผิง พาอันอันไปเดินเล่นบนสันเขื่อน นึกไม่ถึงเด็กชายพลาดท่าลื่นตกน้ำ วินาทีนั้นเจ้าซื่อเหลียงกระโจนน้ำลงไปช่วย โดยมีเหราเหม่ยผิงกระโดดตามลงไปด้วยอีกคน

โอวจี้คุน นักท่องเที่ยวอีกคนที่อยู่ในเหตุการณ์วันนั้น ย้อนทบทวนเหตุการณ์และค่อยๆ ถ่ายทอดให้ฟังว่า เย็นวันนั้นเขาพาลูกชายวัย 3 ขวบไปว่ายน้ำเล่นแถบนั้น ตอนที่เกิดเรื่องเขาได้ยินเสียงร้องให้ช่วย มองไปก็พบเด็กชายคนหนึ่งพยายามกระเสือกกระสนต่อสู้กับน้ำที่เชี่ยวกราก เขาจึงรีบว่ายไปช่วยเด็กชายขึ้นมาจากน้ำ หลังจากนั้นราวนาทีกว่า กลุ่มวัยรุ่นชาย 3 คน ก็ช่วยนำร่างของเจ้าซื่อเหลียงขึ้นมาจากน้ำ ตาทั้งสองข้างของเขาปิดสนิท หน้าตาดำคล้ำ

หลังจากช่วยอันอันขึ้นมาสำเร็จ เด็กชายปล่อยโฮ ปากพร่ำขอให้โอวจี้คุนรีบลงไปช่วยพี่สาวของเขา โอวจี้เซิน พร้อมคนอื่นๆ ช่วยกันหาอยู่ 3 ชั่วโมงกว่า ก็ไม่พบแม้แต่เงาของหญิงสาว สิบกว่านาทีต่อมา รถพยาบาลเดินทางมารับเจ้าซื่อเหลียง แต่สายเกินไปเสียแล้ว…..และประมาณ 4 ทุ่มของวันนั้นเอง ก็พบศพของเหราเหม่ยผิง

หลังทราบเหตุโศกนาฏกรรมดังกล่าว สองครอบครัวกอดคอกันร้องไห้ “พวกเขาไปด้วยกัน อยู่ในปรโลกคงไม่เดียวดาย”

แม้มิอาจครองคู่กันได้ในภพนี้ แต่บรรดาญาติของทั้งสองฝ่ายก็ยังปรารถนาสานฝันของคนทั้งคู่ ในวันที่ 17 สิงหาคม ได้มีการจัดพิธีแต่งงานขึ้นในงานศพของทั้งสองคน อันอัน เด็กน้อยผู้รอดชีวิตเดินถือกรอบรูปอันใหญ่ ซึ่งเป็นรูปของเจ้าซื่อเหลียง และเหราเหม่ยผิงครั้งไปเที่ยวที่ยูนนาน เหราซบบ่าของเจ้าด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเปี่ยมสุข

พี่รองของเจ้าซื่อเหลียงขึ้นกล่าวในงานว่า “ขณะ มีชีวิต พวกเขาเป็นคู่รักที่รักใคร่กันมาก แต่โชคร้ายเพราะช่วยคนจึงต้องสละชีวิตไป ถึงแม้ความปรารถนาของเขาไม่สามารถบรรลุได้ในชาตินี้ แต่ขอให้พวกเขาได้ครองคู่กันตราบนานเท่านานในภพหน้า” ช่วงเวลาแห่งคำพูดสั้นๆ นี้ เสียงร้องไห้ดังระงมขึ้นมา วันรุ่งขึ้นศพของทั้งคู่ถูกนำไปฌาปณกิจ เถ้ากระดูกถูกบรรจุไว้ด้วยกัน

เจ้าซื่อเหลียงเป็นอาจารย์ที่ได้รับการนับถือจากนักเรียนอย่างมาก มีนักศึกษากว่า 400 คนแสดงความจำนงขอเดินทางมาเคารพศพอาจารย์ แต่ทางมหาวิทยาลัยอนุญาตให้ส่งตัวแทนไปกุ้ยผิงเพียง 20 คนเท่านั้น หม่าฉางอู่ เป็นหนึ่งในลูกศิษย์ของเจ้า เขาเล่าว่า ตนเองเป็นนักศึกษาที่ยากจน แต่เจ้าให้เงินช่วยเหลือ 2,000 – 3,000 หยวนทุกปี เขามีปัญญาคืนแค่ 1,000 กว่าหยวนเท่านั้น ชาตินี้เขาจะไม่มีวันลืมบุญคุณของอาจารย์เจ้าเด็ดขาด

เนื่องจากเจ้าช่วยเหลือเด็กจนตนเองต้องเสียงชีวิต ทางมหาวิทยาลัยกำลังเดินเรื่องเสนอให้ เจ้าซื่อเหลียงเป็น “บุคคลที่กล้าหาญและมีคุณธรรม”

Reporter : PDN staff   Photo : Internet   Category : ผู้หญิง

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com