พัทยาเดลีนิวส์

08 กันยายน 2553 :: 11:09:39 am 35653

วิเชียรนั่งแท่น ผบ.ตร. เร่งพัฒนาวงการตำรวจไทย

วิเชียรรับมอบตำแหน่งผบ.ตร. ลั่นเร่งปกป้องเทิดทูนสถาบัน พร้อมขันน็อตตำรวจ ห้ามใส่เกียร์ว่างและพัฒนาตำรวจทั่วประเทศให้เป็นที่พึ่งของประชาชนอย่างแท้จริง ผมไม่กลัวอาถรรพ์เก้าอี้ ผบ.ตร.ว่าจะอยู่ไม่ครบเกษียณอายุราชการ เพราะว่ายึดมั่นแนวทางทำหน้าที่ให้กับส่วนรวมมากกว่าเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว
สนใจโฆษณา

กรุงเทพฯ-วานนี้ (7 ก.ย. 53) สำนักงานตำรวจแห่งชาจิ ได้จัดพิธีส่งมอบตำแหน่ง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เข้าพิธีรับความเคารพจากแถวกองเกียรติยศ ก่อนที่ พล.ต.อ.ปทีป จะส่งมอบตราประจำตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้ พล.ต.อ.วิเชียร

พล.ต.อ.ปทีป กล่าวว่า เชื่อมั่นความรู้ความสามารถของ พ.ต.อ.วิเชียร ว่าจะสามารถนำพาองค์กรตำรวจไปในทิศทางที่ดีได้ ส่วนตนได้ยื่นใบลาพักผ่อนจนถึงวันที่ 30 ก.ย. ซึ่งเป็นวันเกษียณอายุราชการ โดยหลังเกษียณจะไปทำธุรกิจส่วนตัว ด้าน พล.ต.อ.วิเชียร กล่าวระหว่างรับมอบหน้าที่ ว่า ตำแหน่ง ผบ.ตร.เป็นตำแหน่งที่มีเกียรติมาก เพราะตำรวจเป็นอาชีพที่ต้องเสียสละ ทำหน้าที่ปกป้องคุ้มครองชีวิตแม้คนที่ไม่รู้จัก หน้าที่รับผิดชอบจึงยิ่งใหญ่ สำคัญ และมีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตอย่างปกติสุขของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ภารกิจของตำรวจทั้งยากและหนัก จึงจำเป็นต้องทุ่มเทพลังกายและใจอย่างเต็มที่ เพื่อให้ภารกิจที่ได้รับผ่านลุล่วงไปได้ การได้มีโอกาสเป็นผู้นำองค์กรที่ผู้ปฏิบัติงานจะต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ จึงเป็นความภาคภูมิใจสูงสุดในชีวิต

พล.ต.อ.วิเชียร กล่าวว่า ผบ.ตร.คนเดียวไม่สามารถนำองค์กรที่มีเกียรติแห่งนี้ให้เดินหน้าทำงานเพื่อประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดได้ จำเป็นที่จะต้องได้รับความร่วมมือร่วมใจในการบริหารงาน รวมทั้งการทุ่มเทปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ จากข้าราชการตำรวจทุกนาย เพื่อเป้าหมายสุดท้ายร่วมกันคือ สังคมที่มีความสุขและปลอดภัย จึงอยากขอให้ข้าราชการตำรวจทุกคนมีความรัก ความสามัคคี ร่วมมือร่วมใจกันทำงาน เพื่อสร้างความรัก ความศรัทธา และความมั่นใจจากประชาชนสู่ สตช.อย่างเต็มที่

ผบ.ตร.คนใหม่ ชาวขอนแก่น กล่าวด้วยว่า สำหรับแนวคิดการทำงานที่ยึดมั่นตลอดมาคือ จะทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวมก่อนประโยชน์ส่วนตน และมีแผนการทำงาน 4 เรื่อง คือ
1.การให้บริการประชาชน ตามรูปแบบธนาคารที่ให้ความสำคัญกับเคาน์เตอร์บริการลูกค้า ตำรวจจึงต้องให้ความสำคัญกับคุณภาพการให้บริการของสถานีตำรวจและหน่วยบริการประชาชนให้รู้สึกสบายใจเมื่อมาใช้บริการ

2.สร้างความพึงพอใจให้กับประชาชน โดยเตรียมให้หน่วยงานวิจัยของ สตช.สำรวจความต้องการของประชาชนเพื่อนำมาปรับปรุงการทำงานของ สตช. ซึ่งจะพยายามจัดสรรงบประมาณลงหน่วยปฏิบัติระดับล่างให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

3.เพิ่มจุดรับแจ้งเหตุ หรือป้อมยามให้มากที่สุด เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงตำรวจได้ง่าย และเรื่องสุดท้าย 4.การประชาสัมพันธ์ ตำรวจต้องเรียนรู้ที่จะทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์การทำงาน เพื่อเพิ่มความเชื่อถือให้กับประชาชน ซึ่งทั้ง

4 หลักการนี้ ได้มอบหมายให้สำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ จัดทำเป็นนโยบายมุ่งเน้นเพิ่มเติมไว้ในยุทธศาสตร์ของ สตช.เพื่อแปลงนโยบายลงไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมต่อไป

ที่มา โพสต์ทูเดย์

——————————————————————————

ประวัติ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ปัจจุบันอายุ 57 ปี เกิดเมื่อวันที่ 14 มีนาคม พ.ศ.2496 เป็นชาวอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น จบการศึกษาโรงเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 28 พ่วงด้วยปริญญาโทจาก 3 สถาบัน คือ ปริญญาโท คณะพัฒนบริหารศาสตร์ จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า), ปริญญาโท คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และปริญญาโท ด้านกฎหมายเศรษฐกิจ คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นอกจากนี้ยังผ่านหลักสูตร F.B.I. รุ่น 159, หลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 388 และหลักสูตรบริหารงานตำรวจ จากประเทศอังกฤษอีกด้วย

พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ได้รับการติดยศ พล.ต.อ. ตั้งแต่ปี พ.ศ.2545 ในตำแหน่งหัวหน้านายตำรวจราชสำนักประจำ (นรป.) ซึ่งถือว่าครองยศ พล.ต.อ. ก่อนรอง ผบ.ตร. และผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่าคนอื่น ๆ ในขณะนี้ ต่อมา พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ถูกโยกมาดำรงตำแหน่ง รอง ผบ.ตร. ฝ่ายความมั่นคง และรับผิดชอบงานด้านรักษาความสงบเรียบร้อยในการเลือกตั้ง (ศรส.ลต.ตร.) ตลอดจนงานดูแลความสงบในการชุมนุมทางการเมือง ซึ่ง พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี สามารถโชว์ผลงานคุมเกมวันลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ.2550 ได้เด็ดขาดจนได้รับการยกย่อง
เมื่อต้นปี พ.ศ.2552 พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ได้ขยับเข้าสู่ตำแหน่งที่ปรึกษา(สบ10) ดูแลการเลือกตั้ง และการรักษาความปลอดภัยท่าอากาศยาน ทั้งนี้ แม้จะดูงานด้านความมั่นคงและมีหลายครั้งที่ต้องควบคุมการชุมนุมทางการเมือง แต่ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ยังไม่มีประวัติเรื่องการวางตัวไม่เป็นกลาง หรือเข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด เรียกได้ว่าขึ้นชื่อในเรื่องความเป็นกลางคนหนึ่ง จึงเป็นที่จับตามองว่า มีโอกาสที่จะได้ขึ้นเป็น ผบ.ตร คนต่อไป

นอกจากนี้ ในระหว่างดำรงตำแหน่ง รอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ก็ได้รับความไว้วางใจให้นั่งรักษาการ ผบ.ตร. ถึง 2 ครั้ง 2 ครา ระหว่างที่ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร.โดนมรสุมการเมืองเล่นงาน

ด้านชีวิตครอบครัว พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี สมรสกับคุณกิ่งดาว พจน์โพธิ์ศรี มีบุตรชาย 2 คน และ บุตรสาว 2 คน คือ นางสาวชื่นสุข พจน์โพธิ์ศรี, เด็กหญิงพัชรเพ็ญ พจน์โพธิ์ศรี, เด็กชายธนชัย พจน์โพธิ์ศรี และ เด็กชายกมลพัฒน์ พจน์โพธิ์ศรี

ส่วนเส้นทางนายตำรวจใหญ่ ของ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี เจ้าตัวเคยบอกไว้ว่า “ไม่เคยคิดอยากเป็นตำรวจ” เลยแม้แต่น้อย โดยในวัยเยาว์นั้น พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี มีเป้าหมายอยากเป็นนักวิทยาศาสตร์ เนื่องจากเป็นวิชาที่ถนัด อีกทั้งคุณพ่อที่เคยเป็นครูมาก่อน คอยช่วยเสริมให้เก่งวิชาวิทยาศาสตร์และภาษาอังกฤษ ทำให้มีความมุ่งมั่น กระทั่งเข้าสอบชิงทุนนักเรียนแลกเปลี่ยนเอเอฟเอส (AFS) ไปเรียนฟรีที่ประเทศสหรัฐอเมริกาได้อันดับ 1

ทว่า พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ต้องพลาดโอกาสนั้น เพราะคุณพ่อไม่อยากให้ไป จึงปิดเรื่องนี้ไม่ให้เจ้าตัวล่วงรู้ ทำให้ทุนนักเรียนแลกเปลี่ยนเอเอฟเอส (AFS) ตกไปอยู่ในมือของ ชัยยงค์ สัจจิพานนท์ เพื่อนสนิทของ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ที่สอบติดอันดับ 2 ได้ไปเรียนแทน ซึ่งปัจจุบัน ชัยยงค์ สัจจิพานนท์ เป็นเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

แม้จะออกตัวว่าเดิมทีไม่ได้ใฝ่ฝันจะเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ แต่เมื่อตบเท้าเข้ามาอยู่ในวงการนี้ ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี คือนายตำรวจยอดฝีมือคนหนึ่งในทำเนียบตำรวจไทย และปัจจุบันเขาคือ ผบ.ตร. คนที่ 7 ของประเทศ. แต่งานที่รออยู่อาจหนักสักหน่อย เพราะต้องรีบเคลียร์ภาพลักษณ์ตำรวจให้กลับคืนมา ท่ามกลางการถูกมองว่าถูกการเมืองแทรกแซง

Photo : Internet   Category : ข่าวในประเทศ

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com