พัทยาเดลีนิวส์

12 กันยายน 2553 :: 12:09:47 pm 36488

ศธ.ตั้งเป้า ดึงเด็ก วืด!เรียนต่อ เข้าระบบ

รมว.ศธ.เล็ง ดึงเด็กลอยล่องกลับเข้าระบบ ร.ร.ปีการศึกษาหน้า จี้หน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งสรุปตัวเลข ขอดูปัญหาเด็กติด "ร", "0" พลาดเรียนต่อ ม.4-มหา′ลัย ชี้เป็นอำนาจครูผู้สอน หากให้เพราะ น.ร.ไม่สนใจเรียน แต่ถ้าถูกกลั่นแกล้งให้ร้องเรียน ศธ.ได้
สนใจโฆษณา

กรุงเทพฯ-วานนี้ (11 ก.ย. 53) นายสมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะกรรมการนโยบายปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง (กนป.) ระบุข้อมูล ปัจจุบันมีเด็กและเยาวชนในวัยเรียนอยู่นอกระบบการศึกษา หรือที่เรียกว่า “เด็กลอยล่อง” กว่า 3 ล้านคนทั่วประเทศ ขณะที่นักเรียนที่จบชั้น ม.3 และ ม.6 นับหมื่นคนในแต่ละปี ต้องถูกผลักออกจากระบบการศึกษา เพราะเรียนจบไม่พร้อมรุ่น เนื่องจากโรงเรียนออกใบระเบียนผลการเรียน (ร.บ.) ไม่ทันวันที่ 31 มีนาคม ของทุกปี เพราะยังติด “ร” และ “0” ทำให้เข้าเรียนต่อ ม.4, ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และมหาวิทยาลัย ไม่ได้นั้น
 

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า เห็นปัญหาของเด็กลอยล่อง และให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ โดย ศธ.พยายามดึงเด็กกลุ่มนี้เข้าสู่ระบบการศึกษา โดยปีหน้าตั้งเป้าว่าจะดึงเด็กที่อยู่นอกระบบ เข้าสู่ระบบการศึกษาให้มากขึ้น ซึ่งปัจจุบันนักเรียนในระบบการศึกษาทั่วประเทศมีอยู่ประมาณ 9 ล้านคน ดังนั้น จึงถือว่าเป็นโจทย์ที่ ศธ.ต้องแก้ไข
 

 

“ผมจะสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจ และจัดทำข้อมูลของเด็กนอกระบบ และสรุปยอดให้ชัดเจนว่าแท้ที่จริงแล้ว มีจำนวนเท่าไหร่ และหนทางใดบ้างจะช่วยเหลือเด็กกลุ่มดังกล่าวได้ อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวมองว่ามาตรการช่วยเหลือในเบื้องต้นคือ ต้องดึงเด็กกลุ่มนี้กลับมาสู่ระบบการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) และต้องส่งเสริมการศึกษาทางเลือกให้มากขึ้น เพื่อรองรับเด็กด้อยโอกาสกลุ่มต่างๆ รวมทั้ง พัฒนาระบบสารสนเทศให้ทันสมัย เชื่อว่าน่าจะช่วยแก้ปัญหาได้ในระดับหนึ่ง”นายชินวรณ์กล่าว
 

รัฐมนตรีว่าการศธ. กล่าวว่า กรณีที่มีข้อมูลว่ามีนักเรียนชั้น ม.3 และ ม.6 ที่เรียนจบไม่พร้อมรุ่นกว่า 1 หมื่นคนในแต่ละปี เพราะโรงเรียนออกใบ ร.บ.ให้ไม่ทันภายในระยะเวลาที่กำหนดนั้น ต้องชี้แจงว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเหตุผลทางวิชาการ และการให้นักเรียนติด “ร” หรือติด “0” เป็นอำนาจของครูผู้สอน และเกี่ยวข้องกับระเบียบการวัดผลของนักเรียน  จึงไม่สามารถแสดงความเห็นได้ว่าเรื่องนี้ถูก หรือผิด ต้องพูดคุยหารือกับทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ซึ่งมีหน้าที่ดูโรงเรียนของรัฐว่า จำนวนตัวเลข และปัญหาที่ถูกเปิดเผยออกมานั้น จริงหรือไม่ หากจริงจะมีแนวทาง หรือวิธีการช่วยเหลือเด็กกลุ่มดังกล่าวได้อย่างไรบ้าง

 
 

นอกจากนี้ ต้องดูอีกว่าสาเหตุที่นักเรียนกลุ่มนี้ติด “ร” หรือ “0” เพราะสาเหตุใด หากติด “ร” เนื่องจากไม่ตั้งใจเรียน และทำข้อสอบไม่ได้ ถือว่าสมเหตุสมผลที่ครูผู้สอนให้ติด “ร” และเป็นเรื่องที่ดีที่โรงเรียนมีมาตรฐานการเรียนการสอน อย่างไรก็ตาม หากติด “ร” เพราะกระบวนการวัดผล หรือว่าการให้คะแนนของครูผู้สอนไม่เป็นธรรมนั้น เป็นเหตุผลที่ต้องออกมาตรการช่วยเหลือ และหากเกิดจากกรณีดังกล่าว นักเรียนสามารถร้องเรียนมายัง ศธ.ได้ ตนจะสั่งการให้ สพฐ.ตรวจสอบ และดูแลกรณีดังกล่าว เพื่อให้ความเป็นธรรมสำหรับนักเรียน และไม่ให้เสียโอกาสในการศึกษาต่อ
 

“ที่หลายฝ่ายเสนอว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่ ศธ.จะออกมาตรการช่วยเหลือเด็กกลุ่มนี้ โดยการอนุโลมให้เด็กติด “ร” หรือ “0” เข้าเรียนก่อน แล้วค่อยแก้ “ร” และ “0” ในภายหลังนั้น ผมบอกไม่ได้ว่าทำได้หรือไม่ ต้องหารือถึงความเป็นไปได้ และผลกระทบของการกระทำดังกล่าวด้วย ไม่ใช่ว่าเกิดปัญหาแล้วจะตัดสินใจทันที คงไม่ได้ เพราะการให้ติด “ร” หรือ “0” เป็นอำนาจครูผู้สอน ศธ.ไม่สามารถแทรกแซงได้ อย่างไรก็ตาม ขอย้ำว่าหากเด็กคนใดไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการประเมินผลการเรียน ร้องเรียนที่ ศธ.ได้ทันที”
 

ที่มา : มติชน

Reporter : โสรยา   Photo : Internet   Category : ข่าวในประเทศ

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com