พัทยาเดลีนิวส์

Hilton
24 พฤษภาคม 2554 :: 11:05:47 am 64055

ศรีราชาเดินเครื่องป้องกัน “โรคมือเท้าปาก” ช่วงเปิดเทอม

เทศบาลเมืองศรีราชาได้วางแนวทางการป้องกัน "โรคมือเท้าปาก" ช่วงเปิดเทอม และเปิดเผยว่าเด็กต่ำกว่า 5 ขวบเสี่ยงสูงสุด แนะศูนย์เด็กเล็กเฝ้าระวังเป็นพิเศษ หากพบเด็กป่วยหลายคนต้องรีบแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่อยู่ใกล้ อย่างเร่งด่วน

ศรีราชา-วานนี้ (23 พ.ค.54) นายวีรยตม์ ศรีสวัสดิ์รองนายกเทศมนตรีเมืองศรีราชา อำเภอศรีราชา กล่าวว่า ทางเทศบาลเมืองศรีราชาได้วางแนวทางการป้องกันโรคมือเท้าปากช่วงเปิดเทอมแล้ว โดยการทำ ความสะอาดสถานที่ เครื่องใช้ต่างๆ สั่งการให้ผู้บริหารสถานศึกษาทุกแห่งในสังกัดเทศบาล ควรสอนให้เด็กล้างมือด้วยน้ำและสบู่ก่อนรับประทานอาหาร ตัดเล็บให้สั้นเพื่อไม่ให้เชื้อโรคสะสมในเล็บ หลีกเลี่ยงการใช้สิ่งของร่วมกัน เช่น ขวดนม แก้วน้ำ ผ้าเช็ดหน้า และผ้าเช็ดมือ โดยเฉพาะศูนย์เด็กเล็ก ต้องจัดให้มีอ่างล้างมือและส้วมที่ถูกสุขลักษณะ กำจัดอุจจาระเด็กให้ถูกต้อง หมั่นดูแลความสะอาดสถานที่ อุปกรณ์เครื่องใช้ เครื่องเล่นเด็กต่างๆ หากพบว่ามีเด็กป่วยต้องรีบแยกออกจากกลุ่มเพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อแพร่ไปสู่เด็กคนอื่น รีบพาไปพบแพทย์ และให้หยุดรักษาตัวที่บ้านประมาณ 5-7 วัน หรือจนกว่าจะหาย ถ้าพบว่ามีเด็ก เล็กในโรงเรียนในสังกัด เป็นโรคมือเท้าปากโดยให้ผู้บริการสั่งปิดการเรียนการสอนทันที่เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดต่อไปสู่เด็กคนอื่น

 

โรคมือเท้าปากเกิดจากเชื้อไวรัส ชื่อเอนเทอโรไวรัส เป็นไวรัสเจริญในลำไส้ พบในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี เชื้อนี้ติดต่อได้ 3 ทาง ส่วนใหญ่เกิดจากการได้รับเชื้อเข้าสู่ปากโดยตรง ติดจากการสัมผัสของเล่นที่เปื้อนน้ำลาย น้ำมูก น้ำจากตุ่มพองและแผล หรืออุจจาระของผู้ป่วย และจากการไอจามรดกัน โดยเชื้อจะแพร่ง่ายในช่วงสัปดาห์แรกของการป่วย อาการป่วยจะเริ่มหลังติดเชื้อ 3-6 วัน เริ่มจากมีไข้ต่ำๆ อ่อนเพลีย ต่อมาอีก 1-2 วัน มีอาการเจ็บปาก กลืนน้ำลายไม่ได้ มีตุ่มแดงขึ้นที่ลิ้น เหงือก และกระพุ้งแก้ม ทำให้เด็กไม่ยอมกินอาหาร และพบตุ่มหรือผื่นนูนสีแดงมักไม่คันขึ้นที่ฝ่ามือ นิ้วมือ ฝ่าเท้า และอาจพบที่ก้น หัวเข่าด้วย ตุ่มนี้จะกลายเป็นตุ่มพองใสและแตกเป็นแผลหลุมตื้นๆ โดยทั่วไปโรคมักไม่รุนแรงและไม่มีอาการแทรกซ้อน แต่ควรพาเด็กเล็กที่ป่วยไปพบแพทย์ เพื่อรักษาตามอาการ แต่มีเชื้อเอนเทอโรไวรัสบางชนิด เช่น ชนิด 71 อาจทำให้ มีอาการรุนแรงได้ จึงควรดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด หากพบมีไข้สูง ซึม หรือร้องโยเย ไม่กินอาหาร หรือไม่ดื่มนม ต้องรีบพาไปโรงพยาบาลทันที เพราะอาจเกิดสมองอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ หรือน้ำท่วมปอด ซึ่งจะทำให้เด็กเสียชีวิตได้

Reporter : ญาณวรุฒน์   Photo : ญาณวรุฒน์   Category : ข่าวแวดวงสังคม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com