พัทยาเดลีนิวส์

17 พฤษภาคม 2553 :: 13:05:43 pm 18791

ศอฉ.ขีดเส้นตาย! ก่อนบ่าย3วันนี้ นปช.ต้องกลับ

ศอฉ. ประกาศสั่งผู้ชุมนุมออกจากพื้นที่ภายใน 15.00 น. วันนี้ หากออกภายในกำหนดเจ้าหน้าที่จะส่งกลับบ้านโดยปลอดภัย แต่หากยื้อที่จะอยู่จะมีโทษจำคุก 2 ปี กระหึ่มเน็ต"อ๊อฟ พงษ์พัฒน์"ถวายหัวป้องสถาบัน นปช.ร่วมไว้อาลัย "เสธ.แดง" "จตุพร" ขอสดุดี บอกทำหน้าที่ดีที่สุดแล้ว พร้อมปลุกระดมมวลชนเสื้อแดงต่างจังหวัด รวมตัวเคลื่อนพลเข้าแยกราชประสงค์ วันนี้
สนใจโฆษณา

กรุงเทพฯ – วันนี้ (17 พ.ค. 53) ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ ศอฉ. ประกาศผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ ให้ผู้ชุมนุมออกจากพื้นที่การชุมนุมโดยด่วน ในวันนี้ก่อนเวลา 15.00 น. โดยผู้ที่สมัครใจจะเดินทางออกจากพื้นที่ชุมนุมภายในเวลากำหนด ทางเจ้าหน้าที่จะอำนวยความสะดวกให้เดินทางกลับภูมิลำเนาโดยปลอดภัย หากผู้ใดยังอยู่ในพื้นที่การชุมนุมจะถือว่ามีความผิดมีโทษจำคุกสูงสุด 2 ปี การอยู่ในพื้นที่ชุมนุมจะเกิดอันตราย เนื่องจากกลุ่มก่อการร้ายกำลังทำให้บาดเจ็บและเสียชีวิตได้

ขณะที่ พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เรียกประชุมผู้กำกับการทุกสถานีตำรวจ หลังปฏิบัติการกระชับพื้นที่ของรัฐบาลได้รับการต่อต้านจึงเกิดความรุนแรงในหลายพื้นที่ โดยผู้บัญชาการตำรวจนครบาลกำชับให้ตำรวจทุกคนปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ ดำเนินคดีกับผู้ละเมิด พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และกระทำผิดอื่นๆ เป้าหมายเพื่อนำความสงบเรียบร้อยกลับคืนสู่บ้านเมือง พร้อมสั่งการให้ผู้รับผิดชอบในพื้นที่เข้าไปเจรจากับผู้ชุมนุม ไม่ให้มีการตั้งเวทีคู่ขนานหรือเวทีย่อยขึ้นมาอีก เพราะจะเป็นการสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดความรุนแรงขึ้น พร้อมประสานทหารเร่งอพยพประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้องออกจากแนวปะทะ ทั้งที่บริเวณราชปรารภและบ่อนไก่

อย่างไรก็ตาม จุดที่น่าเป็นห่วงขณะนี้อยู่ที่บริเวณพื้นที่สถานีตำรวจนครบาลลุมพินีที่มีกองกำลังไม่ทราบฝ่ายชัดเจนมุ่งตอบโต้เจ้าหน้าที่ยามค่ำคืน พร้อมปล่อยข่าวให้เกิดความหวาดระแวงในหมู่ตำรวจ ทหาร ฉะนั้นผู้บังคับบัญชาต้องเข้าไปทำความเข้าใจกับผู้ใต้บังคับบัญชาทุกคนว่า ไม่มีความขัดแย้งระหว่างกัน และเหตุยิงใส่สถานีตำรวจนครบาลลุมพินีได้รับการพิสูจน์แล้วว่า วิถีกระสุนไม่ได้มาจากฝ่ายทหาร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการประกาศผลรางวัล รางวัลนาฏราช ครั้งที่ 1 ประจำปี 2552 (วานนี้่ 16 พ.ค. 53) โดยสมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ ที่หอประชุมกองทัพเรือ ได้เกิดกระแสทอล์คออฟเดอะทาวน์ ในสังคมโซเชียลเน็ตเวิร์คขึ้น เมื่อ อ๊อฟ-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง นักแสดงรุ่นใหญ่ ขึ้นรับรางวัลนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมจากละครเรื่อง “พระจันทร์สีรุ้ง”

โดยระหว่างนั้น อ๊อฟ-พงษ์พัฒน์ ซึ่งรับบทพ่อผู้อาภัพในละคร ได้กล่าวว่า เมื่อตนได้รับรางวัลจากบทพ่อจึงขอกล่าวเกี่ยวกับพ่อสักเล็กน้อย “เป็นรางวัลที่ได้รับบทบาทจากผู้ที่เป็นพ่อ ก็ขออนุญาตพูดถึงพ่อนิดหนึ่งก็แล้วกันครับ พ่อเป็นเสาหลักของบ้านนะครับ บ้านของผมหลังใหญ่นะครับ ใหญ่มาก เราอยู่กันหลายคน ผมเกิดมานี่บ้านหลังนี้ก็สวยงามมากแล้ว สวยงามและอบอุ่น แต่กว่าจะเป็นแบบนี้ได้ บรรพบุรุษของพ่อ เสียเหงื่อ เสียเลือด เอาชีวิตเข้าแลก กว่าจะได้บ้านหลังนี้ขึ้นมานะครับ จนมาถึงวันนี้ พ่อคนนี้ก็ยังเหนื่อยที่จะดูแลบ้าน และก็ดูแลความสุขของทุก ๆ คนในบ้าน ถ้ามีใครสักคนโกรธใครมาก็ไม่รู้ ไม่ได้ดั่งใจเรื่องอะไรมาก็ไม่รู้ แล้วก็พาลมาลงที่พ่อ เกลียดพ่อ ด่าพ่อ คิดจะไล่พ่อออกจากบ้าน ผมจะเดินไปบอกไปบอกกับคนๆ ว่า ถ้าเกลียดพ่อไม่รักพ่อแล้ว จงออกไปจากที่นี่ซะ เพราะที่นี่คือบ้านของพ่อ เพราะที่นี่คือแผ่นดินของพ่อ ผมรักในหลวงครับ และผมเชื่อว่าทุกคนที่อยู่ในที่นี้ รักในหลวงเหมือนกัน พวกเราสีเดียวกันครับ ศีรษะนี้มอบให้พระเจ้าแผ่นดิน”อ๊อฟ-พงษ์พัฒน์กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ทำเอาเหล่าดารา นักแสดง และคนในวงการบันเทิงทั้งหมด ยืนปรบมือและโห่ร้องให้การสนับสนุน ขณะที่ นก-ฉัตรชัย เปล่งพานิช เพื่อนนักแสดงถึงกับซาบซึ้งจนหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความตื้นตัน

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว บรรดาชาวเน็ตต่างออกมาวิพากวิจารณ์ในโลกไซเบอร์อย่างมาก มีทั้งคล้อยตามและขัดแย้ง โดยต่างมีเหตุผลส่วนตัวของแต่ละคนแตกต่างกันไป

ที่เวทีปราศรัยแยกราชประสงค์ แกนนำ นปช. ขึ้นนำกลุ่มผู้ชุมนุม ร่วมยืนไว้อาลัยให้กับการเสียชีวิตของ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง โดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. ได้กล่าวบนเวทีปราศรัย หลังเสธ.แดง เสียชีวิต เมื่อเวลา 09.20 น. ที่ผ่านมา โดยตนขอสดุดี เสธ.แดง และประชาชนที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ปะทะ พร้อมกล่าวชมทุกคนว่า ทุกคนได้ทำหน้าที่อย่างดีที่สุดแล้ว นอกจากนี้ ยังระบุด้วยว่า ความหวังของกลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแดง ต้องขอพึ่งพระบารมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ซึ่งถือว่าเป็นเพียงความหวังเดียวในขณะนี้

อย่างไรก็ตาม นายจตุพร ยังได้ปลุกระดม พร้อมสั่งการไปยังพี่น้องมวลชนคนเสื้อแดงในพื้นที่ต่างจังหวัด ให้เตรียมความพร้อม เพื่อรวมตัวเคลื่อนพลเดินทางเข้ามายังพื้นที่่ชุมนุมใหญ่ที่แยกราชประสงค์ กรุงเทพมหานคร ภายในวันนี้

“สมัยเหตุการณ์พฤษภา 35 ก็ด้วยบารมีพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงออกมาหย่าศึกยุติความตายของคนไทยในชาติในขณะนั้น เพราะถ้าในหลวงไม่ออกมาเรียกผู้ขัดแย้งเข้าไปเข้าเฝ้าฯ ก็ไม่ทราบอะไรจะเกิดขึ้นกับพวกผมที่ชุมนุมอยู่ที่รามคำแหง ตอนนี้พวกผมเป็นพสกนิกรก็ขอพึ่งพระบารมีเพราะหาที่พึ่งไม่ได้แล้วจริงๆ เพราะนายอภิสิทธิ์ได้นำสถาบันไปแอบอ้างในการฆ่าพสกนิกรของพระองค์ ไม่ว่านายอภิสิทธิ์จะประกาศเคอร์ฟิว แล้วเดินหน้าฆ่าประชาชน นายอภิสิทธิ์จะไม่สามารถหยุดยั้งประชาชนได้ เพราะยิ่งฆ่ามากประชาชนยิ่งออกมาสู้มาก ประเทศนี้จะถอยหลังไปเหมือนหลายประเทศที่มีสงครามล้างเผ่าพันธุ์ แกนนำนปช.แม้รอความตายอย่างเท่าเทียมกับประชาชนอยู่ที่ราชประสงค์ ตราบใดที่นายอภิสิทธิ์ ยังไม่หยุดฆ่า พวกผมจะอยู่ที่นี่รอรับความตายทุกคน ให้โลกรู้ว่าประเทศนี้ไม่มีใครเหลือแล้ว ที่รักประชาธิปไตย จะไม่ถอยหนี มีเพียงร่างกายที่ไร้วิญญาณเท่านั้นที่จะออกไปจากราชประสงค์ ไม่ว่าใครที่ได้ยินเสียงผมและเห็นภาพเหตุการณ์ที่เกิดหลายวันที่ผ่านมา ใครมีปัญญาที่จะหยุดยั้งช่วยกันแสดงความคิดเห็น อยากฝากไปยังประชา ชนว่าพวกผมขอบคุณและดีใจที่เราได้ร่วมรบต่อสู้ให้กับสิ่งดีงามเพื่อความเป็นธรรม เราจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดจนวาระสุดท้ายของแต่ละชีวิต” นายจตุพร กล่าว

ภาพข่าว ไทยรัฐ , เดลินิวส์

Photo : Internet   Category : ข่าวการเมือง

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com