พัทยาเดลีนิวส์

01 กันยายน 2553 :: 12:09:16 pm 34822

ศอฉ.ถกเครียด เอ็ม 79 บึ้ม “หอย ม่วง”

คนร้ายยิงเอ็ม 79 ใส่ลานจอดรถช่อง 11 แรงระเบิดทำให้รถยนต์เสียหาย 4 คัน แต่ไม่มีคนบาดเจ็บล้มตาย พยานระบุคนร้ายน่าจะยิงจากริมถนนวิภาวดีฯ ตร.รุดตรวจที่เกิดเหตุชี้เป็นเอ็ม 79 หัวสีทองเชื่อน่าจะยิงข่มขู่ เพราะไม่ได้มุ่งชีวิต ศอฉ.ถกเครียดโต้ไม่เกี่ยวยืดพ.ร.ก. ฉุกเฉิน แว้งใส่สื่อ 2 ฉบับไม่พอใจเสนอข่าวหมิ่นนายทหาร เตรียมสั่งปิด "เรด เพาเวอร์" ตักเตือนไทยรัฐ
สนใจโฆษณา

กรุงเทพฯ – วานนี้ (31 ส.ค. 53) พ.ต.ท. อรุณ อุ่นเมตตาอารี พงส.(สบ 3) สน.สุทธิสาร ได้รับแจ้งมีเหตุระเบิดภายในสำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (เอ็นบีที) ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงดินแดง เขตดินแดง กทม. จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดไปตรวจสอบพร้อม พล.ต.ท. สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น. พล.ต.ต.อำนวย นิ่ม มะโน พล.ต.ต.บุญส่ง พานิชอัตรา รองผบช.น. พล.ต.ต.สาโรจน์ พรหมเจริญ ผบก.น.2 พล.ต.ต. ฉันทวิทย์ รามสูต ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผกก.สน.สุทธิสาร เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.สุทธิสาร เจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.น.2 เจ้าหน้าที่ บก.สส.บช.น. หน่วยเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิดจาก บก.ตปพ.บช.น. และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน

ที่เกิดเหตุบริเวณลานจอดรถด้านหน้า ห่างจากประตูทางเข้าสถานีไปประมาณ 15 เมตรเมตร ที่ต้นไม้บริเวณลานจอดรถ กิ่งไม้ถูกแรงระเบิดหักลงมา นอกจากนี้สะเก็ดระเบิดยังทำให้รถที่จอดอยู่บริเวณดังกล่าวได้รับความเสียหาย รวม 4 คัน นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลกรมประชาสัมพันธ์ ได้เดินทางมายังที่เกิดเหตุเพื่อตรวจสอบเหตุระเบิดครั้งนี้ ก่อนเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมภายในสถานี
จากการสอบสวนนายสมชาย หนุนเกื้อ อายุ 54 ปี หัวหน้าหมวดยานยนต์ของกรมประชา สัมพันธ์ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณ 13.20 น.ตนกำลังยืนคุยโทรศัพท์อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ จากนั้นก็ได้ยินเสียงดังสนั่นคล้ายระเบิด จึงหันไปดูจึงพบว่ากิ่งไม้บนต้นหักลงมา นอกจากนี้ยังมีรถได้รับความเสียหายหลายคัน ด้วยความตกใจตนจึงรีบเดินออกห่างจากที่เกิดเหตุ ซึ่งเบื้องต้นเชื่อว่าระเบิดน่าจะถูกยิงมาจากฝั่งถนนวิภาวดีรังสิต และ หากไม่มีต้นไม้ต้นดังกล่าวบังอยู่ คาดว่าน่าจะมีรถเสียหายมากกว่านี้

นายองอาจ กล่าวต่อว่า หลังเกิดเหตุตนได้สั่งการให้เลขานุการของตนประสานไปยังกทม. ให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่อยู่โดยรอบทั้งหมดอย่างเร่งด่วน และได้รายงานให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ทราบแล้ว ทั้งนี้ในรายละเอียดทางคดี และวิถีกระสุนการยิงเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องดูแล เบื้องต้นคาดว่าแนววิถีกระสุนน่าจะมาจาก 2 แนว คือ บนโทลล์เวย์ หรือจากพื้นราบบนถนนวิภาวดีรังสิต ซึ่งที่ผ่านมาเคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้กับช่อง 11 มาแล้ว 2 ครั้ง ตนก็ได้สั่งการให้ติดตั้งกล้องวงจรปิดบริเวณทางเข้าด้านหน้าสถานี แต่กล้องไม่สามารถจับภาพคนร้ายได้ เนื่องจากมีกำแพงกั้นบนโทลล์เวย์ เชื่อว่าน่าจะเป็นการสร้างสถานการณ์สถานที่เชิงสัญลักษณ์ทางการเมือง ซึ่งทางนายกรัฐมนตรี ได้กำชับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง ให้เข้มงวดปราบปรามปัญหาอาชญากรรม โดยเฉพาะกับกลุ่มสร้างความวุ่นวาย

พล.ต.ท. สัณฐาน กล่าวว่า ช่วงก่อนเกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่บนทางด่วนโทลล์เวย์ทั้ง 2 ฝั่ง จึงเชื่อว่าคนร้ายไม่น่ายิงจากโทลล์เวย์ และเป็นเรื่องยากที่จะเกิดขึ้น เพราะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่กันประจำแต่ละจุด แต่คาดว่าน่าจะยิงจากพื้นราบ ซึ่งตนได้ประสานเจ้าหน้าที่จาก 3 หน่วยงาน คือ เจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิดจาก บก.ตปพ.บช.น. เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เข้ามาตรวจสอบจุดเกิดเหตุด้วย เนื่องจากระเบิดนั้นลงมาตกใส่กิ่งไม้จึงอาจจะทำให้ตรวจสอบวิถีการยิงได้ยาก

พล.ต.ท. สัณฐานกล่าวต่อว่า สำหรับกระสุนที่คนร้ายใช้ก่อเหตุเป็นกระสุนชนิดเอ็ม 79 มีเพียง 1 ลูกเท่านั้น เบื้องต้นพบว่าเป็นกระสุนหัวสีทองแบบธรรมดา ไม่ใช่แบบเจาะเกราะ ส่วนเรื่องที่ว่าจะเป็นการสร้างสถานการณ์หรือมุ่งหวังต่อชีวิตและทรัพย์สิน นั้น ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าวิธีของระเบิดนั้นจะตกลงที่ลานจอดรถหรือสนามกีฬา ซึ่งต้องรอผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รรท.ผบ.ตร. ได้สั่งการให้พล.ต.อ. ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา ที่ปรึกษา สบ 10 ซึ่งดูแลพื้นที่นครบาล ร่วมกับพล.ต.ท.สัณฐาณ ชยนนท์ ผบช.น. ไปควบคุมดูแลเพื่อหาข้อมูลเชิงลึก และระดมบก.สส. บช.น. เข้าไปช่วยกันสืบสวนด้วย เพื่อหาหลักฐานว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากสาเหตุใด ยังไม่กล้าฟันธงในตอนนี้ว่าเกิดจากประเด็นทางการเมืองหรือไม่

เมื่อถามว่าเมื่อมีเหตุระเบิดเกิดขึ้นบ่อย ครั้ง เป็นสัญญาณเตือนเหตุวินาศกรรมตามที่พรรคเพื่อไทยระบุหรือไม่ พล.ต.อ.ปทีป กล่าวว่า ยังไม่ถึงขั้นนั้น แต่ทางพื้นที่นครบาลก็มีตำรวจดูแลอยู่ โดยเฉพาะสถานที่ที่เป็นเชิงสัญลักษณ์ทางการเมือง เช่น สำนักงานป.ป.ช. หรือสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที ซึ่งเราให้ความดูแลเป็นพิเศษ ส่วนจะมีความเกี่ยวข้องกับระเบิดที่ซอยรางน้ำ และที่ห้างบิ๊กซี สาขาราชดำริ หรือไม่นั้นคงต้องรอตรวจสอบวัตถุพยานก่อน อย่างไรก็ตาม การดูแลพื้นที่กรุงเทพฯ ตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน เราไม่ได้ระดมกำลังจากตำรวจภูธร เพราะเขาก็ต้องดูแลพื้นที่ของเขา เราใช้ตำรวจนครบาล ซึ่งส่วนหนึ่งก็ดูแลเหตุอาชญากรรมที่เกิดขึ้น อีกส่วนหนึ่งเฝ้าระวังเหตุการณ์ความผิดปกติต่าง ๆ

พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ กล่าวก่อนประชุมด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ว่า คดีที่เกิดขึ้นนี้เป็นคดีที่มีความสำคัญอีกคดีหนึ่งในเบื้องต้นจากการรวบ รวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ เชื่อว่าเป็นกลุ่มคนร้ายชุดเดียวกับที่ยิงเอ็ม 79 ใส่ตึกคิง เพาเวอร์ เมื่อวันที่ 26 ส.ค.ที่ผ่านมา

“คดีนี้ผู้กระทำผิดมีอัตราโทษสูงหากจับกุม และรวบรวมพยานหลักฐานครบ ซึ่งถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง ส่วนคดีที่เกิดขึ้นล่าสุดเชื่อว่าคนร้ายใช้ยานพาหนะเป็นรถยนต์ ฉะนั้น บุคคลหรือประชาชนที่ผ่านไปมาในช่วงเวลาเกิดเหตุ หากพบเห็นรถต้องสงสัยหรือคิดว่ามีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการสืบสวน ไม่ว่าข้อมูลจะผิดหรือถูกไม่เป็นไร เนื่องจากทางตำรวจมีแนวทางในการสืบสวนขอให้เรียบโทร.แจ้งมาที่เบอร์ 191 ทันที เชื่อว่าน่าจะนำไปสู่ตัวคนร้ายโดยเร็วที่สุดหากประชาชนแจ้งเบาะแสเข้ามา ทางตำรวจเชื่อว่าคนร้ายยิงเอ็ม 79 มาจากบนถนนโดยยิงออกมาจากภายในรถยนต์”

ที่ศูนย์แถลงข่าวนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมครม.ถึงเหตุยิงระเบิดเอ็ม 79 ใส่บริเวณทางเข้าสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (ช่อง 11) ถนนวิภาวดีรังสิตว่า ยังไม่ทราบรายละเอียด และยังสรุปอะไรไม่ได้ ต้องรอให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการ เมื่อถามว่าจะไปตรวจสอบที่เกิดเหตุหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขอตรวจสอบและสอบถามนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รมต.ประจำสำนักนายกฯ ในเรื่องนี้ก่อน

ต่อมานายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รมต.ประจำสำนักนายกฯ กำกับดูแลงานกรมประชาสัมพันธ์ ให้ สัมภาษณ์หลังเกิดเหตุระเบิดเอ็ม 79 ที่สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ถ.วิภาวดี ว่า ไม่เชื่อว่าสาเหตุมาจากรายการที่ออกอากาศ เพราะรายการตอนนี้มีทั้งฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายตรงข้ามอยู่ในนั้น จึงคิดว่าไม่น่าเป็นประเด็น ตนกำลังไปดูที่เกิดเหตุตอนนี้ยังประเมินไม่ได้ต้อง สอบถามเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องก่อน แล้วจึงจะพิจารณาว่าต้องขอกำลังเจ้าหน้าที่ดูแลเพิ่มหรือไม่ เพราะตอนนี้ยังไม่ทราบรายละเอียด อย่างไรก็ตาม ต้องให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ของสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ส่วนฝ่ายความมั่นคงต้องประเมินว่าเป็นเพราะอะไรอย่างไร

ที่กองทัพบก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ผอ.ศอฉ.) เป็นประธานการประชุม ศอฉ. โดย พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศอฉ. แถลงภายหลังการประชุมว่า ในที่ประชุมได้พูดถึงการก่อเหตุยิงลูกเอ็ม 79 ในพื้นที่สถานีโทรทัศน์เอ็นบีที จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้รายงานว่าเป็นลูกระเบิดเอ็ม 79 หัวสีทอง มีลักษณะเคยก่อเหตุหลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา สันนิษฐานว่ามีความพยายามสร้างสถานการณ์ยิงเข้าไปในพื้นที่ลานจอด รถ โดยกระสุนไปถูกกิ่งไม้ทำให้เกิดระเบิดและสะเก็ดไปถูกรถที่จอดอยู่เสียหาย หลังจากรายงาน นายสุเทพ ในฐานะ

ผอ.ศอฉ. ได้สั่งกำชับเจ้าหน้าที่เน้นด้านทำงานการข่าว ให้ผอ.สำนักข่าวกรองเป็นหลักในการประสานเรื่องนี้อย่างเข้มข้น นอกจากนี้ให้มีการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของสถานีเอ็นบีที การทางพิเศษ และกทม. ให้นำภาพมาเชื่อมโยงกันเพื่อหาข้อมูลหลักฐาน นอกจากนั้นให้เพิ่มกำลังตำรวจในพื้นที่ต่างๆ ที่มีข้อมูลการข่าวว่าเป็นพื้นที่ล่อแหลมสามารถสร้างสถานการณ์ได้

เมื่อถามว่าในที่ประชุมศอฉ.ได้ วิเคราะห์หาสาเหตุการยิงระเบิดหรือไม่ นายสรรเสริญ กล่าวว่า ตำรวจรายงานว่าเหตุระเบิดไม่มีเจตนามุ่งทำร้ายชีวิต น่าจะสร้างสถานการณ์โดยพยายามยิงมาที่ลานจอดรถ นอกจากนี้ ผอ.ศอฉ. ได้พูดถึงการดูแลพื้นที่ล่อแหลมต่อการสร้างสถานการณ์และพื้นที่ทั่วไป หมายถึงระบบคมนาคมสำคัญๆ ซึ่งไม่ใช่สนใจด้านการข่าวเพียงอย่างเดียว แต่ขอให้ดำเนินการเพื่อให้ประชาชนที่ใช้บริการเส้นทางคมนาคมเกิดความมั่นใจ ว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้ประมาทมีข้อมูลข่าวสารและทำงานอย่างเต็มที่ในการรักษา ความปลอดภัย นอกจากนี้ในวันนี้จะเพิ่มจุดตรวจบริเวณสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที และสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5

ศอฉ.แว้งใส่สื่อ-ปิดและเตือน รายงาน ข่าวจากศอฉ.เปิดเผยว่า สำหรับหนังสือพิมพ์ที่ถูกระบุว่ามีเนื้อหาที่หมิ่นเหม่นั้น มี 2 ฉบับ ๆแรก หนังสือเรด เพาเวอร์ มีเนื้อหาโจมตีนายทหารระดับสูงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจจะต้องพิจารณาสั่งปิดสื่อฉบับนี้ ส่วนอีกฉบับคือหนังสือพิมพ์ไทยรัฐที่เสนอข่าวยิงการ์ดนปช. ที่เชียงใหม่เมื่อวันที่ 30 ส.ค.ที่ผ่านมา ระบุว่าเป็นทีมไล่ล่าสังหารของกลุ่มคนมีสี ซึ่งศอฉ.จะพิจารณาตักเตือนหนังสือพิมพ์ไทยรัฐด้วย

วันเดียวกัน พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น. กล่าวว่า พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา ที่ปรึกษา (สบ10) กล่าวไว้แล้วว่า ชุดสืบสวนสอบสวนคดีระเบิดได้รูปภาพของกลุ่มผู้ต้องสงสัยแล้ว แต่ต้องพิสูจน์ว่าใช่คนร้ายหรือไม่ ประเด็นสำคัญที่พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ มอบให้ในที่ประชุม คือพิสูจน์หรือนำองค์ความรู้เกี่ยวกับเรื่องระเบิดเอ็ม 79 ว่า เมื่อตกกระทบพื้นแล้วเศษหรือวัตถุระเบิดจะสาดไปทางทิศทางใด โดยการประชุมคดีในวันที่ 30 ส.ค.ที่ผ่านมา ก็มีการพูดคุยกันนานพอสมควร ซึ่งผลการพูดคุยในที่สุด พล.ต.ต.ปรีชา ธิมามนตรี ผบก.ส.2 ก็จะติดต่อกับผู้เชี่ยวชาญจากประเทศสหรัฐมาดูเรื่องระเบิดเอ็ม 79 เพราะถ้าไม่รู้ทิศทางที่แท้จริงแล้วการสืบสวนสอบสวนก็จะผิดทิศทางไป ซึ่งตนก็ ได้เซ็นหนังสือฉบับหนึ่งแล้ว นอกจากนี้พล.ต.อ. ภาณุพงศ์ยังมอบภารกิจให้ชุดสืบสวนสอบใช้ความละเอียดในการเข้าไปดูสถานที่ 2-3 แห่ง ทั้งตัวบุคคลและสถานที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องนำทุกคนที่เกี่ยวข้องในวันเกิดเหตุมาสอบปาก คำอีกครั้งให้ละเอียด

ผู้สื่อข่าวถามว่า บุคคลต้องสงสัยได้จากพยานหรือกล้องวงจรปิด พล.ต.ท. สัณฐาน ตอบว่า ได้จากวงจรปิดแต่ยังไม่ยืนยันว่า เป็นคนร้ายหรือไม่ ส่วนผู้ต้องสงสัยมีกี่คนนั้นต้องขอปิดข้อมูลไว้ก่อน

แฉ มีโทร.ขู่ก่อนยิงเอ็ม79 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบพนักงานของเอ็นบีทีทราบว่าในช่วงเช้าวันเดียวกัน มีโทรศัพท์ลึกลับโทร.เข้ามาข่มขู่ ระบุว่าไม่พอใจรายการหนึ่ง ซึ่งออกอากาศตอนช่วง 4 ทุ่มของคืนวันที่ 30 ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งการข่มขู่ครั้งนี้เกิดขึ้นก่อนจะมีการยิงเอ็ม 79 ถล่ม อย่างไรก็ตาม ตำรวจกำลังตรวจสอบว่าโทรศัพท์ลึกลับนั้นเกี่ยวข้องกับระเบิดหรือไม่

สรุปบึ้ม 5 คดีในรอบ 3 เดือน ตำรวจได้สรุปเหตุระเบิด 5 ครั้ง หลังเลิกชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง มี

1. วันที่ 22 มิ.ย. เกิดเหตุระเบิด ซอยพหลโยธิน 43 ที่อยู่ด้านข้างของที่ทำการพรรคภูมิใจไทย มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 ราย คือ นายเอนก สิงห์ขุนทด อายุ 27 ปี เจ้าของรถเข็นขายของ
2. วันที่ 25 ก.ค. เกิดเหตุระเบิดบริเวณป้ายรถเมล์หน้าห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขาราชดำริ เป็นเหตุทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 9 คน มีผู้เสียชีวิต 1 ราย คือ นายธวัชชัย ทองมาก อายุ 51 ปี
3. วันที่ 30 ก.ค. เกิดเหตุระเบิดบริเวณหน้าบ้านเลขที่ 27/15 ตรงข้ามกับคิงเพาเวอร์ ซอยรางน้ำ แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี กทม. มีผู้บาดเจ็บเป็นคนเก็บขยะ 1 ราย
4. วันที่ 26 ส.ค. ยิงเอ็ม 79 ใส่ป้อมยาม ทางเข้าที่จอดรถคิงเพาเวอร์ ด้านถนนพญาไท เยื้องราชวิถี เป็นเหตุให้นายเจษฎา จันทร์กระจ่าง อายุ 27 ปี รปภ.ของห้าง ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส
และ ครั้งสุดท้ายวันเดียวกันนี้ ยิงเอ็ม 79 ถล่มสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที

วิดีโอ Voice Tv

Photo : Internet   Category : ข่าวการเมือง

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com