พัทยาเดลีนิวส์

09 กันยายน 2553 :: 14:09:58 pm 35877

ศอฉ.ผวา เจอบึ้ม! โผล่กรุง ลั่น ต่อฉุกเฉิน

เจอระเบิดตั้งเวลาโผล่ 3 จุด ซุกถังแก๊สโผล่กลางกรุง หน้า"ร.ร.สันติราษฎร์ ห้างย่านงามวงศ์วาน-ลานจอดรถสนง.ปลัดสธ. ศอฉ.ผวา หวั่นป่วนอีกใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ต่อ ชี้วางดอกไม้หน้าคุกจาบจ้วงศาล ดีเอสไอเล็งสอบทหารกระชับพื้นที่
สนใจโฆษณา

กรุงเทพฯ – วานนี้ (8 ก.ย. 53) มีรายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อเวลาประมาณ 20.45 ร้อยเวร สภ.เมือง จ.นนทบุรี รับแจ้งพบระเบิด ที่ลานจอดรถ ห้างย่านงามวงศ์วาน จ.นนทบุรี เจ้าหน้าที่เดินทางไปตรวจสอบ พบเป็นระเบิดแสวงเครื่อง ตั้งระเบิดด้วยนาฬิกาบรรจุเอาไว้ในถังดับเพลิง น้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัม วงจรถูกพันด้วยสก็อตเทป ทั้งนี้ ระเบิดดังกล่าวถูกใส่เอาไว้ในถุงทะเล เจ้าหน้าที่ใช้ปืนแรงดันน้ำยิงถึง 2 ครั้ง จึงสามารถตัดวงจรไม่ให้เกิดการระเบิดได้

ต่อมา ได้รับแจ้งมีผู้พบระเบิดที่ลานจอดรถ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี บรรจุอยู่ในถังดับเพลิง วางเอาไว้บริเวณด้านข้างของรถตู้ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน สีขาว ลานจอดรถ 46 เจ้าหน้าที่ใช้ปืนแรงดันน้ำยิงตัดวงจรจนสามารถทำการเก็บกู้เอาไว้ได้ พล.ต.ท.กฤษดา พันธุ์คงชื่น ผบช.ภ.1 ได้เดินทางมาตรวจสอบ สั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกชุด หาภาพจากกล้องวงจรปิดที่คาดว่าจะสามารถบันทึกภาพของคนร้ายเอาไว้ได้

และเมื่อเวลา 02.30 น.วันเดียวกัน ร.ต.ท.ชนาวิญ สินธุยะ พนักงานสอบสวน (สบ.1) สน.พญาไท รับแจ้งเหตุพบวัตถุต้องสงสัย บริเวณหน้า ร.ร.สันติราษฎร์วิทยาลัย ถนนศรีอยุธยา เขตพญาไท กรุงเทพฯ รุดไปพร้อมพ.ต.อ.กิตติพันธ์ จุนทการ ผกก.สน.พญาไท เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน(พฐ.) และเจ้าหน้าที่กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด (อีโอดี) ที่เกิดเหตุอยู่ริมทางเท้า หน้าโรงเรียนสันติราษฎร์วิทยาลัย ใกล้เชิงสะพานลอย เจ้าหน้าที่พบกระเป๋าเป้แบบสะพาย สีดำ ตรวจสอบภายในพบถังดับเพลิง สีแดง จำนวน 2 ใบ จึงนำเชือกมากั้นไม่ให้ประชาชนเข้าไปในพื้นที่ ก่อนเก็บกู้ไปตรวจสอบ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าคนร้ายอาจตั้งเวลาไว้ แล้วระเบิดไม่ทำงาน หรืออาจเตรียมนำไปก่อเหตุที่อื่น แต่เจอด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ จึงนำไปวางทิ้งไว้

ที่กองบัญชาการกองทัพบก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ผอ.ศอฉ.) เป็นประธานในการประชุม ศอฉ. วานนี้

พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก ศอฉ. แถลงว่า มีการหารือในประเด็น คือ เรื่องความห่วงใยของ ศอฉ.ต่อข้อมูลข่าวสารที่บิดเบือนไปจากข้อเท็จจริง เช่น การวิพากษ์วิจารณ์การเสียชีวิตของทหาร ตำรวจ ประชาชนที่มาร่วมชุมนุมที่เสียชีวิตไปรวม 89 ศพ โดยกล่าวอ้างว่า มีการสั่งฆ่าประชาชน เจ้าหน้าที่ต้องรับผิดชอบต่อการสั่งฆ่าประชาชน

การประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าเมื่อไรจะยกเลิก ขอชี้แจงว่า สาเหตุที่ประกาศ พ.ร.ก.ตั้งแต่แรก คือ มีการจาบจ้วงสถาบัน ต้องการรักษาความสงบไม่ต้องการให้ประชาชนที่มีความคิดเห็นแตกต่างกันทางการเมืองปะทะกันจนเกิดความสูญเสีย และรักษาไว้ซึ่งกระบวนการทางด้านกฎหมายและความยุติธรรม

รวมถึงป้องกันเหตุรุนแรงที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ แม้ไม่มีการชุมนุมที่เห็นอย่างชัดเจน แต่ทางข้อมูลข่าวสาร พบว่ามีความเคลื่อนไหวของกลุ่มทางการเมืองทั้งเหตุยิงเอ็ม 79 เหตุลอบวางระเบิดอยู่ตลอด ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่เจ้าหน้าที่มีความจำเป็นที่จะต้องคง พ.ร.ก.ฉุกเฉินไว้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทำงาน ป้องกัน ระงับ ยับยั้งให้เกิดผลสำเร็จ พ.อ.สรรเสริญกล่าวว่า พร้อมจะยกเลิก แต่หากพื้นที่ใดมีความจำเป็นก็ต้องประกาศ พ.ร.ก. และหากสมมุติว่ายกเลิกประกาศ พ.ร.ก.ทั้งหมด แล้วเกิดเหตุรุนแรงขึ้นมา เราประกาศซ้ำอีกครั้ง ความรู้สึก จะไม่ยิ่งไปกว่าเดิมอีกหรือ

พ.อ.สรรเสริญกล่าวว่า การเคลื่อนไหวของกลุ่มการเมืองในวันที่ 19 กันยายนนี้ โดยมีกิจกรรม การวางดอกไม้แดงที่เรือนจำ สถานการณ์บ้านเมืองมีความนิ่งในระดับหนึ่ง เศรษฐกิจน่าจะดีขึ้นในอนาคต แต่ใครจะเคลื่อนไหว ควรคิดถึงผลกระทบโดยรวมของประเทศให้มาก

“การวางดอกไม้แดงหน้าที่คุมขังดูหมิ่นเหม่ต่อการจาบจ้าง และหมิ่นเหม่ต่อการก้าวล่วงในอำนาจของศาล บางคนพยายามเสนอข้อมูลว่า หากต้องการความปรองดองอย่างที่พรรคหนึ่งพยายามนำเสนอ ทำไม ศอฉ.และรัฐบาลไม่ปล่อยตัวนักโทษที่ถูกควบคุมตัวอยู่ ต้องเรียนว่าทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ศอฉ.หรือรัฐบาลไม่มีอำนาจไปสั่งให้จับใครหรือสั่งให้ปล่อยใคร ดังนั้นการที่ท่านจะวางดอกไม้แดง ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของท่าน แต่อยากให้คิดให้รอบคอบว่าหมิ่นเหม่ต่อการไปก้าวล่วงอำนาจของศาลหรือไม่

ด้าน นายชาติชาย สุทธิกลม อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ประกาศนัดกลุ่มเสื้อแดง ให้รวมตัวกันไปวางดอกกุหลาบหน้าเรือนจำต่างๆ ทั่วประเทศในวันที่ 17 กันยายน เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้กับนักโทษการเมืองที่เป็นกลุ่ม นปช.ว่า คงเป็นเพียงการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ที่สามารถทำได้ ซึ่งกรมราชทัณฑ์คงไม่จำเป็น ต้องขอกำลังเสริมจากหน่วยงานด้านความมั่นคง เพื่อเพิ่มการรักษาปลอดภัยเป็นพิเศษเนื่องจากเรือนจำต่างๆ มีมาตรการดูแลความปลอดภัยเป็นอย่างดีแล้ว

นายชาติชาย กล่าวถึงกระแสข่าวจากฝ่ายความมั่นคงระบุว่าจะมีการสร้างความปั่นป่วนจากในเรือนจำ โดยเฉพาะเรือนจำกลางพิเศษกรุงเทพมหานคร และเรือนจำบางขวาง ซึ่งมีแกนนำคนสำคัญถูกควบคุมตัวอยู่ ว่ายังไม่ได้รับรายงานหรือมีฝ่ายใดส่งสัญญาณเตือนในเรื่องดังกล่าว แต่ตามหลักการแล้วเรือนจำต่างๆ มีหน้าที่ต้องควบคุมดูแลผู้ต้องขังให้อยู่ในกฎ ระเบียบข้อบังคับ เชื่อว่าคงไม่มีโอกาสสร้างสถานการณ์วุ่นวายใดๆ ได้ทั้งนี้ที่ผ่านมายังไม่เคยได้รับรายงานความผิดปกติเกี่ยวกับการควบคุมดูแลผู้ต้องขังซึ่งเป็นกลุ่มคนเสื้อแดงด้วย

ที่มา มติชน
วิดีโอ Voice Tv

Photo : Internet   Category : ข่าวการเมือง

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com