พัทยาเดลีนิวส์

02 กันยายน 2553 :: 14:09:55 pm 34954

ศาลสั่งจำคุก 6 เดือน! สนธิ-สโรชา รอลงอาญา 2 ปี

"สนธิลิ้ม" โดนอีกคดี ศาลสั่งจำคุก 6 เดือนปรับ 2 หมื่น พร้อม "สโรชา" ผู้ดำเนินรายการ ทางสถานีโทรทัศน์ ASTV ร่วมกันจัดรายการ ยามเฝ้าแผ่นดิน และนสพ.ผู้จัดการรายวัน ฐานหมิ่นประมาทอดีตนายก "แม้ว" ให้รอลงอาญา 2 ปี
สนใจโฆษณา

กรุงเทพ – วันนี้ (2 ก.ย. 53) นสพ.มติชน รายงานเมื่อเวลา 09.30 น. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลพิพากษาลงโทษจำคุก นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย , นางสโรชา พรอุดมศักดิ์ ผู้ดำเนินรายการ ทางสถานีโทรทัศน์ ASTV จำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานหมิ่นประมาททผู้อื่นโดยการโฆษณา เป็นเวลา 7 วัน ปรับคนละ 20,000 บาท ลงโฆษณาคำพิพากษาในหนังสือพิมพ์รายวันรวม 5 ฉบับเป็นเวลา 7 วัน โทษจำคุกรอลงอาญาไว้ 2 ปี ส่วน บริษัทแมเนเจอร์ มีเดียร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) จำเลยที่ 3 ศาลมีคำสั่งให้ยกฟ้องในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง และให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ

คดีนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นโจทก์ฟ้อง สรุปว่า เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2550 จำเลยที่ 1- 2 ร่วมกันจัดรายการ ยามเฝ้าแผ่นดินทางสถานีโทรทัศน์ ASTV และนสพ.ผู้จัดการรายวันของจำเลยที่ 3 ตีพิมพ์ข้อความที่จำเลยที่ 1 – 2 กล่าวปราศรัยให้กลุ่มพันธมิตรที่สหรัฐฯ มาเผยแพร่

ทำนองว่า นายสุรเกียรติ เสถียรไทย อดีตรองนายกรัฐมนตรี สมัยรัฐบาลของ พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุว่า สาเหตุที่ต้องออกจากรัฐบาล เนื่องจากทนไม่ได้ที่หลังการยึดอำนาจรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ประมาณ 8 ชั่วโมง พ.ต.ท.ทักษิณ ได้พูดจาจาบจ้วงสถาบันเบื้องสูง จำเลยให้การปฎิเสธต่อสู้คดี

โดยศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานและคำเบิกความของทั้งสองฝ่ายนำสืบหักล้างกันแล้วเห็นว่า ฝ่ายโจทก์มีนายสมบูรณ์ คุปติมนัส เบิกความว่า จำเลยจัดทำรายงานโดยนำเทปที่นายสนธิ จำเลยที่ 1 พูดที่สหรัฐมาเผยแพร่ในรายการ มีเนื้อหาจาบจ้วงสถาบัน ทำนองว่านายสุรเกียรติ เล่าให้นายสนธิ จำเลยที่ 1 ฟังว่า หลังจากมีการปฏิวัติปี 2549 นายสุรเกียรติทนไม่ได้ ที่พ.ต.ท.ทักษิณพูดจาจาบจ้วงสถาบัน จนออกมาจากคณะรัฐมนตรี คดีมีประเด็นต้องพิจารณาว่าจำเลยที่ 1-2 ร่วมกันกระทำผิดจริงหรือไม่เห็นว่า ข้อความดังกล่าวอาจทำให้ผู้ฟังเข้าใจว่าโจทก์ทำตัวเสมอสถาบัน ซึ่งนายสนธิ จำเลยที่ 1ได้ซักค้านข้อความดังกล่าวแล้ว แต่ก็ไม่ได้นำสืบแก้ตัวแต่อย่างใด และข้อเท็จจริงยังปรากฎว่าไม่มีการดำเนินคดีกับโจทก์ในข้อหาดูหมิ่นเบื้องสูง

การกระทำของจำเลยจึงเป็นการใส่ความโจทก์ต่อบุคคลที่สามทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง พิพากษาว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้องลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองดังกล่าว

ที่มา มติชน
วิดีโอ Voice Tv

Photo : Internet   Category : ข่าวในประเทศ

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com