พัทยาเดลีนิวส์

20 กันยายน 2553 :: 10:09:23 am 37703

ศาลฯนัด27ก.ย. ซักค้าน พยานยุบพรรค ปชป.

ฝ่ายกฎหมาย คดียุบพรรคประชาธิปัตย์ แถลงตอบโต้ อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย พร้อมระบุพยานต่าง ๆ เป็นเพียงพยานบอกเล่า ไม่มีความน่าเชื่อถือ และสาระสำคัญที่จะนำมาเพื่อพิสูจน์ความผิดได้ การที่จะวินิจฉัยว่าผิดหรือไม่ ย่อมต้องเป็นไปตามกระบวนการ การพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ
สนใจโฆษณา

กรุงเทพฯ-วานนี้ (19 ก.ย. 53) ความคืบหน้าในการประชุมทีมกฎหมาย ต่อสู้คดียุบพรรค นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้มีการนัดประชุมทีมกฎหมายตามปกติ เนื่องจากติดภารกิจลงพื้นที่ นอกจากนี้ ในวันที่ 20 กันยายน ศาลรัฐธรรมนูญยังไม่ได้นัดไต่สวนพยานฝ่ายผู้ถูกร้อง เพียงแต่นัดหมายให้ส่งเอกสารคำให้การของพยานฝ่ายผู้ถูกร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ศาลพิจารณาก่อนส่งให้ผู้ร้องคือคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พิจารณาซักค้าน โดยนัดแรกในวันที่ 27 กันยายน ซึ่งในวันดังกล่าวฝ่ายผู้ถูกร้องส่งรายชื่อพยานได้แก่ นายอิศระ หลิมศิริวงศ์ ม.ล.ประทีป จรูญโรจน์ และนายคมสัน โพธิ์คง

นายสกลธี ภัททิยกุล ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการที่นายสุทิน คลังแสง อดีตกรรมการบริหารพรรคพลังประชาชน ระบุการพิจารณาคดียุบพรรคประชาธิปัตย์เป็นสองมาตรฐาน และมีความพยายามช่วยเหลือพรรคประชาธิปัตย์ในการต่อสู้คดีว่า ไม่เป็นความจริง ที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยพยายามชี้นำว่า ความยุติธรรมจะเกิดได้ก็ต้องยุบพรรคประชาธิปัตย์ด้วย ถือว่าไม่ถูกต้อง เพราะทุกอย่างขึ้นกับพยานหลักฐาน พรรคประชาธิปัตย์พร้อมรับคำพิพากษาของศาลอยู่แล้ว

 

นายสกลธี กล่าวว่า ส่วนที่ระบุว่าตนเป็นเป็นผู้เปิดเผยเอกสารลับ ก็ไม่เป็นความจริงเช่นกัน โดยในเรื่องนี้ ตนบอกว่ามีข้อมูลจากแหล่งข่าวว่าผู้ที่อัดเทปนายประจวบ หรือคณาปติ สังข์ขาว ผู้บริหารบริษัทเมซไซอะฯ คือส.ต.ท.วรวุฒิ มุ่งสันติ ผู้ต้องหาหลบหนีคดียิงนายสนธิ ลิ้มทองกุล ส่วนสื่อมวลชนจะได้ข้อมูลจากแหล่งใดตนไม่ทราบ และ ตนไม่ต้องการทำลายความน่าเชื่อถือของพ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย หัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีไซฟ่อนเงินของบมจ.ทีพีไอ. เพราะในสายตาของประชาชนพ.ต.อ.สุชาติ ไม่มีความน่าเชื่อถืออยู่แล้ว เนื่องจากที่มาของการทำคดีนี้ไม่ชอบมาพากล มีการตั้งข้อสังเกตว่ามีการใช้อำนาจรัฐกลั่นแกล้งเพื่อมุ่งพรรคประชาธิปัตย์ มาตั้งแต่ต้น แต่หากนายสุทิน สงสัยว่าหลักฐานทางราชการหลุดออกมาได้อย่างไร ควรกลับไปตรวจสอบข้อมูลที่พรรคเพื่อไทยใช้อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเกี่ยวกับเรื่องยุบพรรคจะดีกว่า ว่าได้มาอย่างไร เหตุใดจึงเหมือนสำนวนการสอบสวนทุกอย่าง

ตนไม่เคยปฏิเสธว่าเคยเป็นเลขานุการส่วนตัวของนายจรัญ ภักดีธนากุล สมัยที่เป็นปลัดกระทรวงยุติธรรม แต่กลับภูมิใจที่ได้ทำงานเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของบุคคลที่ดีและน่าเป็นแบบ อย่างกับสังคม ที่ต่อสู้กับความชั่วร้ายมาตลอด การที่นายสุทิน จะกล่าวหานายจรัญ ควรย้อนดูตัวเองด้วยว่ามีอะไรที่เทียบได้กับนายจรัญได้หรือไม่ ตนรู้กาลเทศะ และความผิดชอบชั่วดี ภายหลังที่นายจรัญ เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตนไม่เคยติดต่อกับนายจรัญเลย และส่วนตัวก็รู้ดีกว่าหากติดต่อไป แม้จะมีความสนิทสนมกับนายจรัญ นายจรัญ ก็คงไม่คุยด้วย เพราะต่างคนต่างทำหน้าที่ ไม่เหมือนบางพรรคการเมืองที่นิยมการวิ่งเต้นกระบวนการยุติธรรม ดังจะเห็นได้จากคดีถุงขนม 2 ล้านบาทที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามเชื่อว่าพรรคเพื่อไทยคงไม่นำเหตุนี้มายื่นคัดค้านนายจรัญ ในการเป็นองค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ เพราะการเป็นเลขานุการของนายจรัญ ไม่เป็นเหตุที่จะคัดค้านได้ เนื่องจากไม่ได้เป็นญาติ หรือคู่กรณี

 

นายวิรัช ร่มเย็น ส.ส.ระนอง ในฐานะคณะทำงานฝ่ายกฎหมายคดียุบพรรคของพรรคประชาธิปัตย์ แถลงตอบโต้นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทยที่ระบุว่าดูจากพยานหลักฐานพรรคประชาธิปัตย์ไม่น่าจะรอด ว่า นายจาตุรนต์ พูดแบบมีอคติ ไม่เข้าใจในระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง ประชาธิปไตยของนายจาตุรนต์ คือการไม่ยอมรับอำนาจตุลาการ ไม่ยอมรับการตัดสินของศาล คือการก้าวล่วงอำนาจของตุลาการใช่หรือไม่ การพูดครั้งนี้แสดงให้เห็นธาตุแท้ของนายจาตุรนต์ ฯ ว่า เกิดความชิงชังในระบบตุลาการเป็นอย่างมาก ความเชื่อถือในระบบตุลาการของนายจาตุรนต์ฯ คือการที่ตุลาการไม่ยุบพรรคไทยรักไทยใช่หรือไม่ คือการที่ต้องตัดสินว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ไม่มีความผิดใช่หรือไม่ ซึ่งข้อเท็จจริงต่างๆ ที่กล่าวมาย่อมสะท้อนให้เห็นตัวตนที่แท้จริงของนายจาตุรนต์ ฯ

พยานที่นายจาตุรนต์ กล่าวอ้าง คือ พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย ที่บอกว่ามาให้การมีความแน่นหนามาก แสดงว่านายจาตุรนต์ ฯ มิได้ติดตามกระบวนพิจารณาอย่างแท้จริง พ.ต.อ.สุชาติ ฯ เป็นเพียงพยานบอกเล่า ไม่มีความน่าเชื่อถือ ทั้งในแง่ของคำเบิกความและประวัติในการรับราชการ ที่เลวร้ายกว่าคือมีการแอบซุกซ่อน ปกปิด พยานหลักฐานต่าง ๆ เช่น แผ่นซีดีและเอกสารต่าง ๆ ถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดต่อกฎหมาย และแผ่นซีดีที่เป็นข่าวนั้น พรรคประชาธิปัตย์เพิ่งได้รับมาหลังจากที่สืบพยานปาก พ.ต.อ.สุชาติ เสร็จแล้ว 3-4 วัน ไม่มีโอกาสที่จะคัดค้าน และเมื่อดูเนื้อหาแผ่นซีดีก็จะพบความผิดปกติหลายประการ ไม่มีสาระสำคัญที่จะนำมาเพื่อพิสูจน์ความผิดของพรรคประชาธิปัตย์ได้ เป็นการสมคบกันระหว่างข้าราชการบางกลุ่มกับนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามพรรคประชาธิปัตย์ ทำขึ้นเพื่อทำลายล้างพรรคประชาธิปัตย์เท่านั้น

  

นายจาตุรนต์ ฯ ควรใช้สติและปัญญามากกว่านี้ ที่บอกว่าใช้เงินผิด 4 บาทยังโดนยุบพรรค ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นคำพูดที่กลั่นออกมาจากสมองของอดีตเสนาบดีหลายกระทรวง เพราะการที่จะวินิจฉัยว่าพรรคการเมืองใดกระทำความผิดต้องวินิจฉัยจากข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเป็นหลัก ใช้เงินผิด 4 บาท ผิดจริงก็ต้องถูกยุบพรรค ถ้าข้อเท็จจริงการใช้เงิน 4 บาทไม่ผิด ก็จะต้องไม่มีความผิดตามหลักความถูกต้อง หาใช่ว่าพรรคเล็กใช้เงิน 4 บาทผิด ยังโดนยุบพรรค แล้วกรณีของพรรคประชาธิปัตย์ที่ถูกกล่าวหาเรื่องเงินจำนวน 258 ล้านบาท การที่จะวินิจฉัยว่าผิดหรือไม่ ย่อมต้องเป็นไปตามกระบวนการการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ถ้าศาลเห็นว่าผิด ก็ต้องว่าไปตามกระบวนการ แต่ถ้าศาลพิเคราะห์จากพยานหลักฐานแล้ว เห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีความผิดก็ต้องว่ากันไปตามกระบวนการ” นายวิรัช กล่าว

ที่มา : นสพ.แนวหน้า

Reporter : โสรยา   Photo : Internet   Category : ข่าวการเมือง

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com