พัทยาเดลีนิวส์

01 ธันวาคม 2553 :: 13:12:30 pm 45528

ศึกรอบด้าน ปชป.สาหัสกว่าถูกยุบ! ชนะเหมือนแพ้

การเมืองไทย เหมือนจะโล่งไปอีกเปลาะ หลังลงเอย ปชป.อยู่ยั้ง ยืนยงต่อไป รอดพ้นคดีที่ถูกกกต.ฟ้องยุบพรรคกรณีเงิน 29 ล้าน ด้วยท่วงทำนองการต่อสู้ อันดุเดือดเลือดพล่าน เหลืออีกสำนวนคือ 258 ล้านก็ยังอีกนาน เป็นความสงสัยต่อศาลรัฐธรรมนูญว่า เมื่อวินิจฉัยว่า คดีหมดอายุความ ทำไมจึงไม่ชี้ขาดตั้งแต่เบื้องต้น เหตุใดจึงปล่อยให้คดีหมดอายุความต่อหน้าต่อตา นักกฎหมายระดับเอ้ทั้งนั้น ปล่อยให้พลาดได้ยังไง
สนใจโฆษณา

เร้าใจประชาชนคนดูเป็นอันมาก ติดตามการพันตูอย่างงอมแงม ลุ้นรอกันจนถึงวันตัดสิน ก่อนวันตัดสิน เฝ้ารอฟังกันอย่างจดจ่อ ระทึกกันข้ามวันข้ามคืน พอนาทีตัดสินวินิจฉัยจริงๆ หลายคนยังไม่ทันได้ฟังเลย นึกว่าเพิ่งเริ่มเกริ่นคำบรรยายฟ้อง ไหนได้ แป๊บเดียวจบ ยกคำร้องด้วยสาเหตุหมดอายุความ แต่คุยกันตามประสาชาวบ้านสภากาแฟ เขาบอกว่า เดินเรื่องมาอย่างสนุก แต่ตอนจบไม่มันเลย “ยิ่งเหตุแห่งการจบคือ หมดอายุความ” ชาวบ้านบ่นกันพึม เหมือนไปซื้อนมกล่อง นมกระป๋อง ของแห้งทั้งหลาย ก่อนซื้อก่อนจ่ายสตางค์ ต้องส่องดูข้างกล่อง ข้างกระป๋อง ข้างถุงแล้วว่า หมดอายุวันไหน ถ้าหมดหรือใกล้หมด ก็ไม่ต้องซื้อ เป็นเรื่องที่ต้องรู้ก่อนซื้อ ไม่ใช่ซื้อกลับมาถึงบ้านแล้วเพิ่งดู หรือกระทั่งเปิดกินไปจนเกลี้ยงแล้ว ถึงมาดูตรวจเอาทีหลังว่า อ้าวหมดอายุไปแล้ว อันนี้ผิดธรรมชาติผิดวิสัยปกติมนุษย์

 

ได้ยินเสียงบ่นจากหลายคน ทำนองว่ารู้สึกเสียดาย หลังจากรับทราบคำวินิจฉัย ของตุลาการรัฐธรรมนูญ รู้ทั้งรู้ว่าาคดีหมดอายุความ ไม่ว่านายทะเบียนพรรคการเมือง ไม่ว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง ส่งฟ้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญได้อย่างไร เป็นเรื่องน่าแปลก เพราะว่าภายในคณะกรรมการการเลือกตั้ง หากไม่เคยเป็นผู้พิพากษามาก่อน ก็เคยดำรงตำแหน่งสำคัญในสำนักงานอัยการสูงสุด นักกฎหมายระดับเอ้ทั้งนั้น ปล่อยให้พลาดได้ยังไง ไม่ว่าภายในพรรคประชาธิปัตย์จะยินดีกันเพียงใด ไม่ว่ากองเชียร์รัฐบาลจะปราโมทย์เพียงใด แต่คดีความอันเกี่ยวกับการยุบและไม่ยุบพรรคประชาธิปัตย์ได้กลายเป็นประเด็นทางสังคมได้กลายเป็นคำถามในทางสาธารณะเสียแล้ว เรื่องจึงเหมือนจบแต่ไม่จบ เรื่องจึงเหมือนกับชนะแต่อาจจะไม่ชนะ

 

ต้องบอกว่าเสียดายแทนพรรคประชาธิปัตย์ ที่ไม่ถูกยุบ และก็ต้องยินดีด้วย เพราะผลพวงที่ตามมาหลังรอดคดีนี้ จะตามมาด้วยเสียงวิจารณ์ต่อประชาธิปัตย์ ในทางไม่ดีนัก ที่สำคัญคือไม่ได้พิสูจน์ตัวเองในข้อกล่าวหาร้ายแรง ว่านำเงินหลวง 29 ล้านบาท ไปใช้อย่างผิดวัตถุประสงค์ แต่พ้นคดีเพราะประเด็นหมดอายุ เหมือนตอนต่อสู้คดี ระดมผู้รอบรู้ นักกฎหมายชั้นเลิศ แต่ก็ไม่ได้ต่อสู้ในเนื้อหาสาระเลย สู้แต่ในประเด็น ผู้ทำคดี ผู้ร้อง และพยาน มีเงื่อนงำ โจมตีที่คน แต่ไม่ได้แก้เรื่องความ ชนะเพราะหมดอายุ เลยเหมือนชนะไม่จริง!

 

พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ต้องเปลี่ยนชื่อพรรคใหม่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยังได้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป แต่ปัญหาอื่นๆ ของพรรคประชาธิปัตย์ก็ยังไม่หมด โดยเฉพาะเก้าอี้นายกฯ ก็ยังง่อนแง่น ไม่มั่นคง อย่างที่รู้กันอยู่แล้วว่านายกฯ คนนี้เปิดศึกไปรอบด้าน ทั้งเสื้อแดง เสื้อเหลือง กองทัพ พรรคเพื่อไทย ไม่เว้นแม้กระทั่งพรรคร่วม มรสุมลูกอื่นๆ ยังคุกรุ่น ไม่มีท่าทีว่าจะสงบลงง่ายๆ แม้ว่านายกฯ มาร์คมองข้ามช็อตไปถึงการเลือกตั้งใหม่แล้ว เพราะต้องยุบสภาหลังการแก้รัฐธรรมนูญเสร็จสิ้นในช่วงต้นปี เลยรีบหาเสียงล่วงหน้า ทุ่ม”ลด-แลก-แจก-แถม”เต็มไปหมด ขึ้นเงินเดือนข้าราชการ ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ลดค่าครองชีพ ลดราคาก๊าซหุงต้ม ลดราคาน้ำมัน สิ่งที่เคยประณามรัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร ไว้ ก็หยิบมาใช้แบบเดียวกันหมด ถึงแม้จะโหมนโยบายประชานิยม แต่โอกาสกลับมาของประชาธิปัตย์ ชักไม่แน่นอนซะแล้ว การเลือกตั้งครั้งหน้าถือเป็นศึกใหญ่ ชี้เป็นชี้ตายพรรคประชาธิปัตย์ ยิ่งกว่าการยุบพรรคเสียอีก

  

ในสภาวะที่นายกฯ มาร์คยังไม่ลงรอยกับกองทัพ ยังหันหลังให้กับพรรคร่วมแบบนี้ โอกาสที่จะกลับมานั่งเก้าอี้ตัวเดิมก็ถือว่าเป็นงานหิน ที่สำคัญจะดูแคลนพรรคเพื่อไทยไม่ได้ การเลือกตั้งใหญ่ 2-3 ครั้งที่ผ่านมา วัดคะแนนกันตัวต่อตัว พรรคประชาธิปัตย์แพ้มาตลอด ยิ่งหนหน้านี้ คนเสื้อแดงฐานเสียงของเพื่อไทย ยังเกาะกันเหนียวแน่น เพราะความ 2 มาตรฐาน ความไม่โปร่งใสคดี 91 ศพ และการที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่โดนยุบพรรคครั้งนี้ ยิ่งเป็นแรงกระตุ้นให้คนต่อต้านรัฐบาลหนักขึ้นอีกหลายเท่า เสริมเรตติ้ง ‘เพื่อไทย’ เข้าไปอีก โอกาสที่พรรคประชาธิปัตย์จะได้อันดับ 2 อีกครั้ง จึงไม่ใช่เรื่องที่เกินความคาดหมาย “สัตว์โลก ย่อมเป็นไปตามกรรม”

หลังจากนี้ พรรคประชาธิปัตย์เบาใจไม่มี มีดอีโต้ด้ามใหญ่ ปักกลางหลัง สำหรับอภิสิทธิ์ แม้จะเดินหน้าบริหารประเทศ ไม่มีเงื่อนไขคดียุบพรรคมารบกวน แต่ใช่ว่าจะราบรื่น เพราะยังต้องเผชิญกับ “แรงต้าน” นอกสภาจากความไม่พอใจ ของมวลชนเสื้อแดงที่ได้แรงขับ จากประเด็นสองมาตรฐานมาช่วย ภาพที่เห็นพรรคประชาธิปัตย์โล่งใจ แต่ลึกๆ แล้วผลแห่งคดีนี้ทำให้การต่อสู้ ของมวลชนเสื้อแดงที่ชูอุดมการณ์สองมาตรฐาน ได้แรงส่งจาก “ผลคดี” ปั่นกระแสสองมาตรฐานง่ายขึ้น ความแตกแยกในสังคมก็ยังคงอยู่ และยังไม่เห็นโอกาสที่สองขั้วการเมือง จะปรองดองกันได้ในระยะนี้ ประเทศไทยยังร้าวลึกไปด้วยความแตกแยก

  

กฎหมายที่ใช้บังคับ กับคนฝ่ายหนึ่ง และละเว้นให้กับคนอีกฝ่ายหนึ่ง แยกคนไทยออกจากกัน เป็นเขา เป็นเรา เป็นมึง เป็นกู สร้างสงคราม เข่นฆ่ากันมา ครั้งแล้วครั้งเล่า ประชาชนกับประชาชน และในที่สุด ก็ถึงประชาชน กับคนของอำนาจที่ถืออาวุธ ประเทศไทยเปลี่ยนไปแล้ว และจะเปลี่ยนต่อไป บนรางเลื่อนแห่งการใช้อำนาจอย่างฉ้อฉล สับปลับ จนกว่าความยุติธรรม กลับคืนมา ข้างหน้าไม่นานจากนี้

มีเรื่องราว เกิดขึ้นมาแล้วมากมาย ในประวัติศาสตร์ แต่ก็ยังมีเรื่องราว ที่กำลังจะเกิดขึ้นใหม่ๆ ที่ไปซํ้ากับเรื่องราวเก่าๆ ประเทศไทย อยู่เย็นเป็นสุขกันมานานวัน เพราะเราอยู่กันมาแบบครอบครัว ประเทศเราเคารพนับถือกันและกัน ตามความแตกต่างของอายุ และความรู้ความสามารถ เราเรียกกันว่า พี่ ป้า น้า อา ลุง หลาน เรามีภาษาที่ไม่เหยียดหยามคนตํ่ากว่าเราเรียกคนค้า ว่าแม่ค้า พ่อค้า เราเรียกผู้รู้เฉพาะทางว่าหมอ ไม่ว่าจะเป็น หมองู หมอยา หมอปลา กระทั่งหมอนวด แล้วใครเล่า เปลี่ยนประเทศไทย

ถ้าก้าวเป็น “บุรุษหมายเลขหนึ่ง” ของประเทศไทย ต้องอาศัย “พาวเวอร์สีเขียว” หยั่งงี้ น่าอับอาย ขายหน้า “ผู้หญิง” เพราะเกาะท๊อปบู๊ต แน่นยิ่งกว่า “ปลิง”

เรียบเรียง สิทธิศักดิ์

Reporter : PDN staff   Photo : Internet   Category : สังคม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com