พัทยาเดลีนิวส์

16 มิถุนายน 2551 :: 14:06:01 pm 29199

สคบ. ความหวังใหม่ของคนพัทยา

“ช่างมันเถอะ” คำติดปากของคนไทยเมื่อถูกเอาเปรียบ และเป็นสิ่งที่ถูกปลูกฝังโดยไม่รู้ตัวจากรุ่นสู่รุ่น ถึงการไม่ต่อสู้ในสิทธิของตนที่พีงได้พีงมี จากปัจจัยในสังคมที่มีการแข่งขันสูง ทุกธุรกิจต่างงัดกลยุทธ์มาเพื่อเพิ่มยอดการขาย จนบางครั้งลืมมองถึงความยุติธรรมที่มีต่อผู้บริโภค และในบางรายถึงขั้นเอาเปรียบด้วยกลโกงหลากหลายรูปแบบ
สนใจโฆษณา

สำนักคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สบค. ได้ถูกจัดตั้งขึ้นโดยมีหน้าที่หลักคือการดูแลไม่ให้ผู้บริโภคถูกเอารัดเอาเปรียบจากผู้ประกอบการ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม สอดส่องเร่งรัดพนักงานเจ้าหน้าที่ ส่วนราชการ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐให้ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายกำหนด เช่นเร่งรัดพนักงานเจ้าหน้าที่ให้ดำเนินคดีในความผิดเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิของผู้บริโภค ตลอดจนเสนอความเห็นต่อคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับนโยบายและมาตรการในการคุ้มครองผู้บริโภค แต่ก็ยังไม่เห็นเป็นรูปธรรมหรือเกิดประโยชน์อย่างแท้จริงต่อประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองพัทยาซึ่งเติบโตอย่างต่อเนื่อง เท่าที่ผ่านมาได้มีการร้องเรียนอย่างมากมายทั้งหน่วยงานเอกชนและภาครัฐ แต่ด้วยหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบอย่างมากมาย จึงทำให้หลายเรื่อง ไม่ได้รับการดูแลอย่างจริงจัง

 

การถือกำเนิด ของ สคบ.พัทยา 

หลังจากมีการประชุมคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคประจำจังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2551 ซึ่งได้มีมติให้มีการดำเนินการคุ้มครองผู้บริโภคในระดับอำเภอ โดยจัดให้มีชมรมสมาคม ฯเกิดขึ้นซึ่ง ถือว่าเป็นจุดกำเนิดของ ชมรมคุ้มครองผู้บริโภคเมืองพัทยา อำเภอบางละมุง โดยมีการจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2551 และมีนายบรรจง บัณฑูรประยุกต์ นั่งตำแหน่งประธาน

“จัดตั้งเพราะต้องการให้กระจายการดูแล เพราะไม่เช่นนั้นผู้ร้องเรียนก็ต้องไปถึงชลบุรี และพัทยาก็เป็นเมืองที่มีความพร้อมในอันดับต้น ๆ จึงได้มีการจัดตั้งก่อนเมืองอื่น ๆ ” นายบรรจง กล่าวถึงสาเหตุของการจัดตั้งชมรม

ชมรมคุ้มครองผู้บริโภคเมืองพัทยา อำเภอบางละมุง หรืออาจจะเรียกได้ว่าเป็น สคบ. พัทยา ถูกจัดตั้งขึ้นเป็นอำเภอแรกในจังหวัดชลบุรี และเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศ มีขอบเขตการดูแล เพียงอำเภอบางละมุง แต่สิทธิหน้าที่มีเทียบเท่า สคบ.ชลบุรี ขณะนี้มีสมาชิกทั้งหมด 29 คน จะประชุมสามัญประจำเดือนทุก ๆ พฤหัสที่ 4 ของเดือน

“พูดตรง ๆ เราต้องการคนที่มีคุณภาพในเมืองพัทยา ใครมาอยู่ตรงนี้เหมือนกับมีผลได้ผลเสีย เขาก็ไม่อยากจะเอาชื่อเสียงเค้ามาเสีย เราคัดจากผู้ที่มีชื่อเสียงทางด้านสังคม ที่น่าจะไว้ใจได้” นายบรรจง อธิบาย

สคบ.พัทยา จะช่วยอะไรเรา ได้บ้าง

1. พิจารณาเรื่องราวร้องทุกข์จากผู้บริโภคที่ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายอันเนื่องมาจากการกระทำของผู้ประกอบธุรกิจ

2. ดำเนินการเกี่ยวกับสินค้าที่อาจเป็นอันตรายแก่ผู้บริโภค

3. แจ้งหรือโฆษณาข่าวสารเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายหรือเสื่อมเสียแก่สิทธิ ของผู้บริโภคในกรณีนี้อาจระบุชื่อสินค้าหรือบริการ หรือชื่อของผู้ประกอบธุรกิจด้วยก็ได้

4. สอดส่องเร่งรัดพนักงานเจ้าหน้าที่ ส่วนราชการ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐให้ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายกำหนด ตลอดจนเร่งรัดพนักงานเจ้าหน้าที่ให้ดำเนินคดีในความผิดเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิของผู้บริโภค

ภารกิจแรกของ สคบ.พัทยา

สคบ.พัทยา เปิดตัวร้อนแรง หลังจากมีการประชุมนัดแรกเมื่อ วันที่ 6 มิถุนายน 2551 ที่ผ่านมาต้องพบกับภารกิจหิน โดยกลุ่มผู้พักอาศัย วิวทะเล คอนโดมิเนียม โครงการ 2 กว่า 20 คน ได้เดินทางเข้าร้องเรียน ในที่ประชุม และขอความช่วยเหลือ เกี่ยวกับการถูกฝ่ายบริหารของโครงการ เอาเปรียบด้วยการเก็บค่าส่วนกลางในราคาสูงและไม่โปร่งใส่ อีกทั้งยังตัดไฟฟ้า และน้ำประปา

“กรณีของ วิวทะเล 2 เราได้ประชุมทั้งสองฝ่าย โดยมีท่านปลัดชายชาติเป็นประธาน ผลสรุปคือ ฝ่ายบริหารยอมต่อน้ำต่อไฟให้ผู้อาศัย และจะประชุมชี้แจงโดยละเอียดถึงกรณีขึ้นค่าสวนกลางในครั้งต่อไป” นายบรรจง กล่าว

จากกรณีข้างต้น ถือเป็นบทแรกที่ สคบ.พัทยา ต้องเผชิญเมื่อเทียบกับผลงานที่ผ่านมาของ สคบ.ชลบุรี ที่เป็นต้นแบบ น่าจะเป็นจุดชี้วัดให้ประชาชนมั่นใจ กับที่พึ่งแห่งใหม่นี้ได้

ผลการดำเนินการคุ้มครองผู้บริโภคที่ผ่านมาของ สคบ. ชลบุรี

- รับเรื่องร้องเรียน 124 เรื่อง

- ยุติแล้ว 104 เรื่อง

- อยู่ระหว่างดำเนินการ 20 เรื่อง

- เรียกเงินคืนให้ผู้บริโภคได้ 5,832,021 บาท

ร้องเรียนเท่านั้น เราจะช่วยคุณ

ดาบที่คมกริบอยู่ในฝักที่รอการใช้งานจากผู้เป็นเจ้าของ เปรียบดั่ง สคบ. ที่รอการร้องเรียนจากผู้บริโภค ที่ประสบปัญหาต่าง ๆ ฮอตไลน์ 1567 หรือ 0-3827-8370 ซึ่งเป็นเบอร์ที่ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน เบอร์ดังกล่าวเป็นเบอร์ของ สคบ.ชลบุรี แต่ถ้าเป็นเรื่องร้องเรียนที่เกิดขึ้นในเขตพื้นที่พัทยาบางละมุง ทางสคบ. ชลบุรี เมื่อได้รับแจ้งก็จะทำการส่งเรื่องมายัง สคบ.พัทยา เพื่อดำเนินการต่อไป หรืออีกทางเลือกหนึ่งก็คือใช้บริการ Call Center คือ 1337 ฮอตไลน์ของเมืองพัทยา ทาง สคบ.พัทยาได้เปิดรับเรื่องร้องเรียนผ่านทางช่องทางนี้ไว้ด้วย หรือผู้บริโภคอาจจะเข้าร้องเรียนผ่านหน้าเว็บได้ที่ www.chonburi.go.th ก็ได้เหมือนกัน หรือไม่เช่นนั้นในบางกรณีที่อยากจะเข้าร้องเรียนด้วยตนเอง ก็สามารถทำได้ โดยไปยังเมืองพัทยาติดต่อ สคบ.พัทยา ที่โทร. 0-3842-6957 และนำหลักฐานการร้องเรียน ดังต่อไปนี้

1. ใบเสร็จรับเงิน สัญญาคู่ฉบับ

2. ตัวสินค้า หรือภาพถ่าย (ในกรณีร้องเรียนเรื่องสินค้า)

3. เอกสารแผ่นปลิว แผ่นพับ ใบโฆษณา (ในกรณีร้องเรียนเรื่องโฆษณาเกินจริง)

4. บัตรประจำตัวประชาชน

5. เอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

ไม่จำเป็นต้องล่ารายชื่อ แต่ถ้ามีเยอะก็จะเป็นน้ำหนักที่มีผู้เสียหายมากจะเอาผิดได้ง่าย? นายบรรจงกล่าวเสริม และเมื่อ สคบ.พัทยา ได้รับเรื่องจะติดต่อกลับภายใน 1 อาทิตย์ เพื่อดำเนินการตรวจสอบข้อมูลที่มีการร้องเรียนมา

สคบ. ผู้กำหนดทิศทางสังคม

“ในต่างประเทศที่เจริญแล้ว ชมรมหรือองค์กรของสคบ แทบจะเป็นองค์กรหลักเลย ในการเผยแพร่ให้ความรู้ต่าง ๆ เจรจาประนีประนอม ไปจนถึงกำหนดบทบาทให้เจ้าหน้าที่ภาครัฐ จะต้องประพฤติปฏิบัติตาม” นายคมกฤษณ์ ประสิทธิ์นฤทธิ์ เลขานุการของชมรม บอกถึงความสำคัญของ ชมรมคุ้มครองผู้บริโภคเมืองพัทยา อำเภอบางละมุง ที่จะมีต่อสังคม ถ้าได้รับความร่วมมือร่วมใจ รักษาสิทธิ์ของตัวเอง เข้าร้องเรียนเมื่อถูกเอารัดเอาเปรียบ

คำเตือน!!

- อ่านเกินวันละ 2 รอบ จะทำให้ไม่เสียเปรียบ

- สัญญา ไม่เข้าใจ อย่าลงชื่อ

- โฆษณา คือ คำลวง

- จัดสรรชีวิต ก่อนซื้อบ้านจัดสรร

ด้วยความปรารถดีจาก

สคบ.พัทยา ประสงค์ให้ผู้บริโภคทุกท่านใช้ชีวิต จับจ่ายใช้สอย บริโภค อย่างพอเพียงและยั่งยืน พออยู่พอกิน ไม่ประมาท

ข้อมูลเพิ่มเติม

พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2541 ได้บัญญัติสิทธิของผู้ บริโภคที่จะได้รับความคุ้มครอง ตามกฎหมาย 5 ประการ ดังนี้

1. สิทธิที่จะได้รับข่าวสารรวมทั้งคำพรรณนาคุณภาพที่ถูกต้องและเพียงพอเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ ได้แก่ สิทธิที่ จะได้รับการโฆษณาหรือการ แสดงฉลากตามความเป็นจริงและปราศจากพิษภัยแก่ผู้บริโภค รวมตลอดถึงสิทธิที่จะได้รับทราบ ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการอย่างถูกต้องและเพียงพอที่จะ ไม่หลงผิด ในการซื้อสินค้าหรือรับบริการโดยไม่เป็นธรรม

2. สิทธิที่จะมีอิสระในการเลือกหาสินค้าหรือบริการ ได้แก่ สิทธิที่จะเลือกซื้อสินค้าหรือรับบริการโดยความ สมัครใจของผู้บริโภค และปราศจากการ ชักจูงใจอันไม่เป็นธรรม

3. สิทธิที่จะได้รับความปลอดภัยจากการใช้สินค้าหรือบริการ ได้แก่ สิทธิที่จะได้รับสินค้าหรือบริการที่ปลอดภัย มีสภาพและคุณภาพได้มาตรฐาน เหมาะสมแก่การใช้ ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกายหรือทรัพย์สิน ในกรณีใช้ตามคำแนะนำหรือระมัดระวังตามสภาพของสินค้าหรือบริการนั้นแล้ว

4. สิทธิที่จะได้รับความเป็นธรรมในการทำสัญญา ได้แก่ สิทธิที่จะได้รับข้อสัญญาโดยไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากผู้ประกอบธุรกิจ

5. สิทธิที่จะได้รับการพิจารณาและชดเชยความเสียหาย ได้แก่ สิทธิที่จะได้รับการคุ้มครองและชดใช้ค่าเสียหาย เมื่อมีการละเมิดสิทธิของผู้บริโภค ตามข้อ 1, 2, 3 และ 4 ดังกล่าว

 

ข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้บริโภคในการซื้อสินค้าหรือบริการ

ข้อควรปฏิบัติหลังจากซื้อสินค้าหรือบริการ

ผู้บริโภคมีหน้าที่ในการใช้ความระมัดระวังตามสมควร ในการซื้อสินค้าหรือบริการ ได้แก่ การให้ความสำคัญฉลากของสินค้าและการโฆษณาสินค้าหรือบริการ

1.ผู้บริโภคต้องตรวจดูฉลากของสินค้า เพื่อเป็นข้อมูลในการเปรียบเทียบสินค้าแต่ละยี่ห้อ ก่อนตัดสินใจเลือกสินค้าฉลากของสินค้าที่ควบคุมฉลากจะต้องระบุข้อความดังต่อไปนี้

- ชื่อประเภท หรือชนิดของสินค้าที่แสดงให้เข้าใจ ได้ว่าสินค้านั้นคืออะไร ในกรณีที่เป็นสินค้าสั่งหรือนำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขายให้ระบุชื่อประเทศที่ผลิตด้วย

- ชื่อหรือเครื่องหมายการค้า ที่จดทะเบียนในประเทศไทย ของผู้ผลิตเพื่อขายในประเทศไทย

- ชื่อหรือเครื่องหมายการค้า ที่จดทะเบียนในประเทศไทย ของผู้สั่งหรือนำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย

- สถานที่ตั้งของผู้ผลิตเพื่อขาย หรือของผู้สั่งหรือผู้นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขายแล้วแต่กรณี

- ต้องแสดงขนาดหรือมิติ หรือปริมาณ หรือปริมาตร หรือน้ำหนักของสินค้านั้นแล้วแต่กรณี สำหรับหน่วยที่ใช้จะใช้ชื่อเต็มหรือชื่อย่อหรือสัญลักษณ์แทนก็ได้

- ต้องแสดงวิธีใช้ เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าใจว่าสินค้านั้นใช้เพื่อสิ่งใด

- ข้อแนะนำในการใช้หรือห้ามใช้ เพื่อความถูกต้องในการที่ให้ประโยชน์แก่ผู้บริโภค

- วันเดือนปีที่ผลิต หรือวันเดือนปีที่หมดอายุการใช้ หรือวันเดือนปีที่ควรใช้ก่อน วันเดือนปีที่ระบุนั้น เพื่อให้เข้าใจในประโยชน์ของคุณภาพหรือคุณสมบัติของสินค้านั้น (ถ้ามี)

- ราคาโดยระบุหน่วยเป็นบาท และจะระบุเป็นเงินสกุลอื่นก็ได้

2. สอบถามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ คุณภาพของสินค้าจากผู้ขาย หรือผู้ที่เคยใช้สินค้านั้นแล้ว

3. ศึกษาเงื่อนไข หรือข้อจำกัดของสินค้า เช่น วัน เดือน ปี ที่ผลิตหรือหมดอายุ วิธีการใช้ การเก็บรักษา คำเตือนหรือข้อควรระวังของสินค้าให้เข้าใจอย่างท่องแท้ เพื่อผู้บริโภค สมารถใช้สินค้าได้อย่างเต็ม ประสิทธิภาพ และ ประหยัด

4. ร้องขอให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องตรวจสอบคุณภาพ และปริมาณของสินค้าว่าเป็นจริง ตามที่ระบุไว้ที่ฉลากของสินค้าหรือไม่ เพื่อให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพและเป็นธรรม แก่ผู้บริโภค

5. ผู้บริโภคอย่าด่วนหลงเชื่อคำโฆษณาของสินค้า หรือบริการ ต้องศึกษาเงื่อนไขรายละเอียดอื่น ๆ ของตัวสินค้า หรือ บริการที่อาจไม่ได้ระบุไว้ในการโฆษณา เนื่องจากการโฆษณาสินค้าหรือบริการ ของผู้ประกอบธุรกิจ ส่วนใหญ่จะเสนอแต่ข้อดีและเงื่อนไขที่เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคส่วนข้อเสีย มักจะไม่กล่าวถึงในการโฆษณา จึงจำเป็นที่ผู้บริโภคต้องศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม จากการสอบถามผู้ขาย หรือบริษัทผู้ผลิต

ข้อความโฆษณาต่อไปนี้ ถือว่าเป็นข้อความเป็นการไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค หรือเป็นข้อความที่อาจก่อให้เกิดผลเสียหายต่อสังคมเป็นส่วนรวม

- ข้อความที่เป็นเท็จหรือเกินความจริง

- ข้อความที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ ไม่ว่าจะเป็นการกระทำ โดยใช้ หรืออ้างอิงรายงานทางวิชาการ สถิติหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งอันเป็นความจริง หรือเกินความจริงหรือไม่ก็ตาม

- ข้อความที่เป็นการสนับสนุน โดยตรงหรือโดยอ้อมให้มีการกระทำผิดกฎหมาย หรือศีลธรรม หรือนำไปสู่ความเสื่อมเสีย ในวัฒนธรรมของชาติ

- ข้อความที่จะทำให้เกิดความแตกแยก หรือเสื่อมเสียความสามัคคีในหมู่ประชาชน

- ข้อความอย่างอื่นตามที่กำหนด ในกระทรวงที่ ผู้ประกอบธุรกิจต้องระบุข้อความให้ครบถ้วน หากฝ่าฝืนมีโทษตามกฎหมาย

ข้อควรปฏิบัติหลังจากซื้อสินค้าหรือบริการ

ผู้บริโภคมีหน้าที่ในการเก็บรักษาพยานหลักฐานต่าง ๆ ที่แสดงถึง การละเมิดสิทธิของผู้บริโภคไว้ เพื่อการเรียกร้องตามสิทธิของตน พยานหลักฐาน ดังกล่าว อาจเป็นสินค้าที่แสดงให้เห็นว่ามีปริมาณ หรือคุณภาพไม่เป็นไปตามมาตรฐาน ที่ระบุไว้ในฉลาก มีความสกปรก หรือมีพิษที่ก่อให้เกิดอันตราย ควรจำสถานที่ซื้อสินค้าหรือบริการนั้นไว้ เพื่อประกอบการ้องเรียน และต้องเก็บเอกสารโฆษณา และใบเสร็จรับเงินเอาไว้ด้วย

เมื่อมีการละเมิดสิทธิของผู้บริโภคขึ้น ผู้บริโภคมีหน้าที่ในการดำเนินการร้องเรียน ตามสิทธิของตน โดยร้องเรียนไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับ การกำกับดูแลสินค้าหรือบริการนั้นหรือร้องเรียนมาที่สำนักงาน คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคต่างจังหวัดร้องเรียนที่คณะอนุกรรมการการคุ้มครองผู้บริโภค ประจำจังหวัด

 

การเตรียมตัวเพื่อร้องทุกข์สำหรับผู้บริโภค

พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภคพ.ศ.2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2541 มาตรา 4 ได้บัญญัติสิทธิ ของผู้บริโภคที่จะได้รับการคุ้มครอง 5 ประการ ได้แก่

- สิทธิที่จะได้รับข่าวสารรวมทั้งคำพรรณาคุณภาพที่ถูกต้องและเพียงพอเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ

- สิทธิที่จะมีอิสระในการเลือกหาสินค้าหรือบริการ

- สิทธิที่จะได้รับความปลอดภัยจากการใช้สินค้าหรือบริการ

- สิทธิที่จะได้รับความเป็นธรรมในการทำสัญญา

- สิทธิที่จะได้รับการพิจารณาและชดเชยความเสียหาย

ดังนั้นการร้องทุกข์ เมื่อไม่ได้รับความเป็นธรรม จากการซื้อสินค้าหรือบริการ ถือเป็นเรื่องที่ชอบธรรม ที่ผู้บริโภคควรกระทำ เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจ ชดใช้ความเสียหาย และเพื่อเป็นการลงโทษหรือปรามมิให้ ผู้ประกอบธุรกิจเอารัดเอาเปรียบผู้ บริโภค

การเตรียมตัวของผู้บริโภค เพื่อจะมาร้องทุกข์เป็นขั้นตอน ที่มีความสำคัญ หากเอกสารหลักฐานที่ผู้บริโภค นำมาไม่ครบถ้วน จะทำให้ผู้บริโภคเสียเวลา ในการยื่นเรื่อง

การเตรียมเอกสาร หลักฐานของผู้ร้องเรียน

ผู้ร้องเรียนจะต้องเตรียม เอกสารหลักฐานให้พร้อม เพื่อจะนำมาใช้ประกอบกับการบันทึกร้องเรียน ดังนี้

***กรณีร้องเรียนเรื่องบ้าน ที่ดินจัดสรรและอาคารชุด (เอกสารทั้งหมดให้ถ่ายสำเนา 5 ชุด)

1. บัตรประจำตัวประชาชน/บัตรประจำตัวข้าราชการ

2. ทะเบียนบ้านผู้ร้องเรียน

3. ที่อยู่ที่สามารถติดต่อกับผู้ประกอบธุรกิจ

4. หนังสือจอง,สัญญาจอง,สัญญาจะซื้อขาย

5. เอกสารโฆษณา,ภาพถ่าย (ถ้ามี)

6. ใบเสร็จรับเงิน,เอกสารรับเงินเรียงรับดับการชำระค่างวด

7. หนังสือ, จดหมายโต้ตอบระหว่างผู้ร้องเรียน กับผู้ประกอบธุรกิจ (ถ้ามี)

8. เอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเช่นสำเนาโฉนดที่ดิน สำเนาหนังสือรับรอง ทะเบียนนิติบุคคล เป็นต้น

9. เตรียมไปรษณียบัตร จำนวน 1 แผ่นพร้อมกรอก ชื่อ -ที่อยู่ของ ผู้ร้องเรียน

10. เตรียมอากรแสตมป์จำนวน 30 บาท

การยื่นเรื่องร้องเรียน

ผู้บริโภคยื่นเรื่องร้องเรียน ที่สำนักงานคณะกรรมการ คุ้มครองผู้บริโภค (กรุงเทพฯ) หรือคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้ บริโภคประจำจังหวัด ในจังหวัดที่ท่านอาศัยอยู่ โดยมีขั้นตอนดังนี้

1. ผู้ร้องเรียนกรอกรายละเอียด ในแบบบันทึกคำร้องเรียนพร้อมแนบเอกสาร (เอกสารลงชื่อรับรองสำเนาทุกฉบับ) มอบให้เจ้าหน้าที่

2. ผู้ร้องเรียนกรอกรายละเอียด ในแบบหนังสือมอบอำนาจ (มอบอำนาจให้ สคบ. ดำเนินการแทนผู้ร้อง) พร้อมติดอากรแสตมป์จำนวน 30 บาท

3. กรณีผู้บริโภคไม่สามารถร้องเรียนด้วยตนเองได้ ผู้มาร้องเรียนแทน จะต้องมีหนังสือรับรองมอบ อำนาจจากผู้บริโภค (พร้อมติดอากรแสตมป์จำนวน 30 บาท) นำมายื่นต่อเจ้าหน้าที่ด้วย

หากมีข้อสงสัยประการใดโปรดสอบถามเจ้าหน้าที่เพิ่มเติม หมายเลขโทรศัพท์ ติดต่อหน่วยงานที่ให้การคุ้มครองผู้บริโภค

กองคุ้มครองผู้บริโภคด้านโฆษณา       โทร.0-2629-7037-9   ,  0-2629-7041-3
กองคุ้มครองผู้บริโภคด้านฉลาก           โทร.0-2629-7048-50  ,  0-2629-7052-5
กองคุ้มครองผู้บริโภคด้านสัญญา          โทร.0-2629-7061-3  ,  0-2629-7065-8
กองเผยแพร่และประชาสัมพันธ์            โทร.0-2629-8250-2  ,  0-2629-8254-6
กองนิติการ                                                 โทร.0-2629-8259-60  ,  0-2629-8262-4
สำนักงานเลขานุการกรม                        โทร.0-2629-8243   ,  0-2629-8245-8
Reporter : PDN staff   Photo : PDN staff   Category : กฏหมาย

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com

เปิ้ล วงษ์เหลา