พัทยาเดลีนิวส์

08 มกราคม 2558 :: 10:01:24 am 151646

สติดีรับ ปีใหม่

ในวาระดิถีขึ้น ปีใหม่ พุทธศักราช 2558 ขอเชิญชวนคนไทยทุกคนเริ่มต้นสิ่งดีดีให้ชีวิตด้วยการฝึกสติของตนเอง เพื่อเป็นปราการป้องกันภัย และเพื่อสร้างฐานของปัญญาให้เติบโตงอกงามจนชีวิตมีแต่ความสุข ความเจริญ ดังเช่นที่หลวงปู่ชา สุภัทโท ได้กล่าวเอาไว้ว่า “ภัยนี้ไม่ใช่อะไรอื่น นอกจากการขาดสติ เพราะขาดสติเมื่อไหร่ ทุกข์เมื่อนั้น"
สนใจโฆษณา

สิ่งที่เกิดขึ้นในแต่ละปีที่ผ่านไปย่อมมีทั้งสิ่งดีและไม่ดี เป็นปกติธรรมดาของการใช้ชีวิตและความเป็นไปของโลก ที่มีทั้งร้ายและดีสลับกันไปเป็นสัจธรรม สิ่งดีที่เกิดขึ้นย่อมสร้างความทรงจำที่ดีและเป็นพลังผลักดันให้เราทำสิ่งที่ดีขึ้นต่อไปได้ สำหรับสิ่งไม่ดีนั้น เราก็สามารถนำมาเป็นบทเรียน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการกระทำที่ผิดพลาดจนมีสิ่งไม่ดีเกิดขึ้นอีก ดังเช่นที่พระพุทธองค์ได้ทรงให้แนวทางในการดำเนินชีวิตกับพวกเราไว้ว่า “สังคมมนุษย์นี้สามารถที่จะไม่เสื่อม และมีแต่เจริญอย่างเดียว ถ้าไม่ประมาท”
 

ทหาร

 

สำหรับเหตุการณ์สำคัญของประเทศไทยในปี พ.ศ.2557 นั้น เหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตคนไทยมากที่สุดก็คือเหตุการณ์ทางการเมือง ซึ่งมีผลต่อเนื่องมาจากปี พ.ศ.2556 คือการประท้วงต่อต้านรัฐบาลตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2556 ต่อมานางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีด้วยการยุบสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2556 และรักษาการในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จนกระทั่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นจากการรักษาการในวันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ.2557 เนื่องจากการย้ายถวิล เปลี่ยนศรี จากตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ แต่ความขัดแย้งทางการเมืองก็ยังไม่สงบลงจนทำให้เกิดรัฐประหาร พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศใช้กฎอัยการศึก ทั่วราชอาณาจักร และให้ผู้ชุมนุมสองฝ่ายยุติการชุมนุม ซึ่งเป็นรัฐประหารครั้งที่ 13 ในประวัติศาสตร์ไทย

 

ส่วนข่าวดีที่เพิ่งสร้างความยินดีให้กับชาวไทยไปเมื่อปลายเดือนธันวาคม 2557 นี้ก็คือ การที่ประเทศไทยได้แชมป์ฟุตบอลอาเซียนปี 2014 จนทำให้บรรยากาศของฟุตบอลไทยกลับมาคึกคักอีกครั้ง และทำให้โค้ชซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง และทีมฟุตบอลทีมชาติไทยได้รับความชื่นชมและความสนใจจากผู้คนจำนวนมาก ไม่เฉพาะแค่แฟนบอลหรือสื่อมวลชนสายกีฬาเท่านั้น

 

21059-news-6271

 

ยังมีเหตุการณ์ที่ดีและไม่ดีอีกมากที่เกิดขึ้นในปี 2557 นี้ แต่เพียงแค่หนึ่งวิกฤติและหนึ่งข่าวดีนี้ เป็นตัวอย่างให้เราได้เรียนรู้อะไรจากเหตุการณ์ที่ดีและร้ายในแต่ละครั้งที่เกิดขึ้นบ้าง ท่านพระพรหม คุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต) ได้กล่าวถึงเหตุปัจจัยของความเสื่อมและความเจริญไว้ในหนังสือ จาริกบุญ- จารึกธรรมว่า

 

“เหตุปัจจัยแห่งความเสื่อมและความเจริญ ส่วนหนึ่งซึ่งสำคัญที่สุด ก็คือ การกระทำของมนุษย์เอง หมายความว่า มนุษย์นี้เป็นเหตุปัจจัยอย่างหนึ่ง ในบรรดาเหตุปัจจัยทั้งหลาย แต่ไม่ใช่ทั้งหมด ขยายความว่า ที่จะเจริญและเสื่อมไปนั้น เหตุปัจจัยอย่างอื่นก็มี แต่เหตุปัจจัยที่สำคัญยิ่ง ก็คือตัว มนุษย์เอง ซึ่งได้แก่การกระทำของมนุษย์นั้น”

 

“ถ้าสมัยใดมนุษย์มีความเข้มแข็ง มีความเอาใจใส่ ใช้สติปัญญา ตั้งใจทำการงาน มีความเพียรพยายาม ตั้งใจเรียนรู้และสร้างสรรค์ สังคมตั้งแต่ครอบครัวขึ้นไปจนถึงประเทศชาติก็เจริญมั่นคง แต่สมัยใดมนุษย์เกียจคร้าน ไร้ความเพียร มีแต่หลงมัวเมา ฝากชีวิตและความสุขไว้กับการเสพบริโภค ไม่ใฝ่รู้ และคิดถึงจุดหมายอะไรที่ดีงามสูงขึ้นไป เมื่อนั้น สังคมก็เสื่อม”

 

สติ1

 

สติ คือ ความระลึกได้ ความตื่นตัว คอยตรวจสอบ ..สติเหมือนเชือกที่จับหรือเชือกที่ใช้ดึง เมื่อมีอะไรที่จะทำให้เกิดในทางเสียหาย ไม่ดีงาม หรือจะทำให้เกิดความเสื่อม สติที่ตื่นตัวคอยดูหรือจ้องอยู่ ก็จับเอามาส่งให้ปัญญาวิเคราะห์พิจารณาเหตุปัจจัยและหาทางป้องกัน ดังนั้น ถ้าเราขาดสติ เราก็จะทำผิดพลาดอยู่เรื่อยๆ ที่สำคัญคือ ถ้าเราไม่มีสติ ปัญญาจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย คนที่ไม่มีสติ จึงไม่มีปัญญา เพราะไม่มีอะไรคอยไปจับไปดึงความรู้ที่สะสมเอาไว้ (ปัญญา) ออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้

 

จากความหมายของสติดังที่ได้กล่าวไป จะเห็นได้ชัดไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การใช้ชีวิตประจำวัน การป้องกันอุบัติภัย การพัฒนาหรือการแก้ปัญหาสังคมหรือประเทศชาติ ล้วนต้องใช้สติทั้งนั้น ถ้าไม่มีสติเสียแล้ว สิ่งอื่นที่ดีดีจะตามมาไม่ได้ ในพุทธโอวาทปัจฉิมวาจาของพระพุทธเจ้าที่ว่า “สังขารทั้งหลายมีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา เธอทั้งหลายจงยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อม” ก็คือการสื่อแสดงถึง การมีชีวิต ความเป็นอยู่ที่ไม่ขาดสติ เพื่อจะได้ใช้ปัญญาอยู่เสมอนั่นเอง และเมื่อคนเรามีสติปัญญาเพียบพร้อมแล้ว ไม่ว่าปัญหาจะหนัก จะยากเพียงไร ก็จะไม่เกินความสามารถของเราที่จะแก้ไขไปได้ หรือเราจะมีปัญญา เพียงพอที่จะป้องกันปัญหาไม่ให้เกิดขึ้นตั้งแต่เริ่มต้น

 

ในวาระดิถีขึ้น ปีใหม่ พุทธศักราช 2558 นี้ จึงขอเชิญชวนคนไทยทุกคนเริ่มต้นสิ่งดีดีให้ชีวิตด้วยการฝึกสติของตนเอง เพื่อเป็นปราการป้องกันภัย และเพื่อสร้างฐานของปัญญาให้เติบโตงอกงามจนชีวิตมีแต่ความสุขความเจริญ ดังเช่นที่หลวงปู่ชา สุภัทโท ได้กล่าวเอาไว้ว่า “ภัยนี้ไม่ใช่อะไรอื่น นอกจากการ ขาดสติ เพราะขาดสติเมื่อไหร่ ทุกข์เมื่อนั้น”

 

ข้อมูลอ้างอิงจากหนังสือ จาริกบุญ-จารึกธรรม โดย พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต)

Photo : Internet   Category : สังคม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com