พัทยาเดลีนิวส์

02 มิถุนายน 2553 :: 17:06:12 pm 21308

สภาทนายแนะพ่อสาวพริตตี้ ฟ้องเว็บขายยาลดอ้วน

เลขาฯสภาทนายความแนะให้พ่อสาวพริตตี้ที่เสียชีวิตหลังจากกินยาลดความอ้วนที่สั่งซื้อทางเว็บไซต์ รีบไปแจ้งความดำเนินคดี จากนั้นให้ไปฟ้องแพ่งฐานละเมิด พร้อมช่วยเหลือเต็มที่ ระบุเรียกค่าเสียหายได้ถึง 50 ล้านบาทขึ้นไป
สนใจโฆษณา

กรุงเทพ – วันนี้ (2 มิ.ย. 53) นสพ.ไทยรัฐ รายงานกรณี น.ส.โชติมา จินตนาผล หรือน้องจูน อายุ 18 ปี นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนวัดราชาธิวาส เสียชีวิตคาห้องนอน แพทย์ระบุสาเหตุมาจากระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว ซึ่งพ่อเชื่อว่าเป็นผลมาจากยาลดความอ้วนที่ลูกสาวสั่งซื้อผ่านทางเว็บไซต์แห่งหนึ่งมากิน เพราะต้องการลดน้ำหนักให้เหลือ 45 กิโลกรัม หลังจากได้เป็นพริตตี้ สมใจ และประเดิมงานแรกที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งไปเมื่อวันที่ 30 พ.ค.ที่ผ่านมา

นายวันชัย สอนศิริ เลขาธิการสภาทนายความ กล่าวถึงกรณีนี้ว่า น่าจะเป็นเพราะความเป็นวัยรุ่นหลงเชื่อโฆษณาขายยาลดความอ้วนผ่านทางเว็บไซต์ ซึ่งเป็นโฆษณาขายยาที่ไม่ได้ผ่านการตรวจสอบจากองค์การอาหารและยา (อย.) และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ทั้งที่เป็นโฆษณาเกินจริง โดยหลักต้องได้รับอนุญาตจาก อย.ก่อน ซึ่งผิดกฎหมาย มีโทษทางอาญา ทั้งจำและปรับ นอกจากนี้ ยังเป็นโฆษณาที่เกินจริง ซึ่งกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค ได้วางบทบัญญัติไว้ชัดเจน มีโทษจำคุกและปรับ

“ประเด็นคืองานนี้ใครต้องรับผิดชอบ ผู้ผลิต ผู้ขาย ผู้โฆษณา มีความผิดแน่นอน โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่เอาโฆษณายามาลง จะต้องตรวจสอบสินค้าก่อน ถ้ายามีผลร้ายแก่ผู้บริโภค เว็บไซต์ก็น่าจะต้องรับผิดด้วยฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำผิดนั้น ต้องระวางโทษทางอาญาด้วย เว็บไซต์จะอ้างไม่รู้เพื่อปฏิเสธความรับผิดไม่ได้” เลขาฯ สภาทนายความ กล่าว

นายวันชัย กล่าวต่อว่า งานนี้ผู้เสียหายคือเด็กที่กินยาเข้าไป แต่เมื่อตายไปแล้ว ผู้เสียหายจัดการแทนคือพ่อ แม่ ก่อนอื่นต้องไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ในท้องที่ซึ่งความผิดเกิดหรือเชื่อว่าเกิดในเขตอำนาจ โดยบอกร้อยเวรว่ามีเจตนาจะเอาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ ไม่ใช่มาแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นให้ไปฟ้องแพ่ง เรียกค่าสินไหมทดแทนฐานละเมิด พร้อมดอกเบี้ย คดีนี้มีความผิดทั้งแพ่งและอาญา เนื่องจากความตายเป็นผลโดยตรงจากการขายยาที่ไม่มีคุณภาพ ดังนั้นค่าเสียหายส่วนนี้จึงฟ้องเรียกเอาค่ารักษาพยายาล ค่าปลงศพ ค่าขาดไร้อุปการะ ได้ทั้งสิ้น ถ้ามาที่สภาทนายความจะฟ้องเรียกให้สัก 50-100 ล้านบาท

นอกจากนี้ หากฟ้องแพ่งตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค ก็มีสิทธิ์เรียกค่าเสียหายเชิงลงโทษ เพื่อลงโทษแก่ผู้ประกอบธุรกรรมให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชนไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง เพราะเดิมไม่มีกฎหมายให้เรียกค่าเสียหายเชิงลงโทษได้ จำเลยก็ได้ใจ

“สำนักงาน อย. และ สคบ. ก็ควรมีหน่วยเฝ้าระวังทางเว็บไซต์ ถ้าพบว่ามีโฆษณาขายยาหรือเครื่องอุปโภคบริโภคในลักษณะเกินจริง หรือไม่ผ่านการตรวจสอบก็เรียกมาสอบสวน หรือแจ้งเตือนประชาชนให้รู้ตัว ไม่ใช่ปล่อยให้วัวหายล้อมคอก จะอ้างคนไม่พอไม่ถูก เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ”

ทั้งนี้ นายวันชัย ระบุว่า หากผู้เสียหายจะเข้ามาร้องทุกข์ที่สภาทนายความก็สามารถทำได้ และจะช่วยดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญาจนกว่าคดีจะถึงที่สุด

ที่มา ไทยรัฐ

Photo : Internet   Category : ข่าวในประเทศ

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com