พัทยาเดลีนิวส์

28 พฤศจิกายน 2557 :: 12:11:09 pm 147585

สภ.เมืองพัทยา ย้ำคุมเข้มจับเรียบให้บริการดูด บารากุ

หลังมติที่ประชุม สคบ. สั่งห้ามขาย และห้ามให้บริการบารากุ บุหรี่ไฟฟ้า และตัวยาบารากุอย่างเด็ดขาด ร้อนถึงผู้ประกอบการ ลั่นเดือดร้อนหนัก เจ๊งหลายหมื่นบาท แต่ต้องก้มหน้ายอมรับเลิกจำหน่าย ส่วนสภ.เมืองพัทยา ยืนยันหากพบเห็นจับกุมทันที ตามนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งมีคำสั่งลงมาให้กวดขันอย่างหนัก
สนใจโฆษณา

ประเด็นร้อนอีกเรื่องหนึ่งในเดือนก่อนสิ้นปี คงหนีไปไม่พ้น สำนักงานคณะกรรมการคุมครองผู้บริโภคได้มีมติสั่งห้ามขาย และห้ามให้บริการ บารากุ บุหรี่ไฟฟ้า และตัวยาบารากุอย่างเด็ดขาด โดยเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคได้มีมติเห็นชอบอย่างชัดเจน ให้ตราขึ้นเป็นกฎหมายไว้ในพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ภายหลังจากที่ได้มีการประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา คาดว่าน่าจะมีผลบังคับใช้ไม่น่าจะเกินสิ้นเดือนนี้อย่างแน่นอน เรื่องดังกล่าวย่อมส่งผลกระทบต่อผู้จำหน่าย และให้บริการ บารากุ อย่างแน่นอน โดยเฉพาะเมืองพัทยา เป็นภาพชินตาเหลือเกินตามบาร์ ร้านอาหาร หรือสถานบันเทิงที่จะต้องมีควันขาวๆ ลอยไปมาให้คละคลุ้งไปหมด

 

หลายๆ คนคงเคยได้ยินชื่อ บารากุ กันมาแล้วบ้าง แต่คงยังไม่รู้จักถึงเรื่องราวของมันเป็นมาอย่างไร แล้วดูดเข้าไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายบ้าง บารากุ ( Baraku ) หรือในอีกชื่ออาจถูกเรียกว่า ชิชา ( Shisha ) ฮุคคา ( hookah ) หรือแม้แต่ Water pipe เป็นอุปกรณ์ใช้สำหรับสูบ ดูดควันที่ผ่านน้ำ มีลักษณะคล้ายขวดรูปทรงสูง ด้านฐานป่องออกเพื่อบรรจุน้ำ ส่วนคอขวดมีลักษณะทรงสูงยาว และแคบ ด้านบนสุดมีถ้วยบรรจุสาร หรือตัวยาที่ต้องการเสพ โดยใช้กระดาษอะลูมินั่มฟอยล์หุ้มปิดด้านบน และเจาะรูไว้ โดยจะใช้ถ่านที่ติดไฟวางบนฟอยล์ เพื่อชักนำให้เกิดการเผาไหม้สารภายในถ้วยให้ได้ควันที่ต้องการ ผ่านลงไปยังน้ำด้านล่าง จากนั้นผู้เสพจะดูด หรือสูบควัน ด้วยท่อสายยางที่ต่อออกมา ผู้เสพส่วนใหญ่มักจะตั้งวงเสพ จึงมีพฤติกรรมในลักษณะเป็นการผลัดเปลี่ยน เวียนกันสูบหลายๆคน

 

อีกทั้งหน้าตา เเละกลิ่นที่หอม จึงทำให้หลายๆ คนมีความเชื่อที่ว่าคงไม่มีพิษภัยเเต่อย่างใด แต่ผลจากการศึกษาวิจัยหลายสำนัก พบว่าสารที่รับเข้าไปในร่างกายจากการสูบ บารากุ นั้นก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อร่างกาย ดังเช่นผลการวิจัยของ นายแพทย์หทัย ชิตานนท์ ประธานภาคีกฎหมายบุหรี่โลก และประธานสถาบันส่งเสริมสุขภาพไทยได้ชี้แจงให้เห็นว่า ยาเส้นประเภทสูบผ่านน้ำมีอันตรายมากกว่าการสูบบุหรี่ตามปกติ เพราะสารพิษนิโคติน และสารทาร์มีมากกว่าบุหรี่ทั่วไป ผนวกกับวิธีการสูบผ่านน้ำ และการปรุงแต่งรสส่วนผสมของยาเส้น กับผลไม้ หรือสารอื่นๆ ทำให้ความเข้มข้นของควันจางลง ส่งผลให้สามารถสูบได้ลึกมากขึ้น และการสูบเป็นจำนวนมากๆ นั้น ถือว่าเป็นการสูบที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย

 

ด้วยเหตุผลดังกล่าว ประกอบกับกรมควบคุมโรค ได้ออกมาเผยข้อมูลระบุว่า จากการทดสอบ บารากุ ตรวจพบว่ามีสารโลหะหนัก และสารอื่นๆ ที่อาจจะเป็นอันตรายต่อร่างกายปะปนอยู่ จึงเป็นมูลเหตุที่ทำให้สำนักงานคณะกรรมการคุมครองผู้บริโภคมีมติเห็นชอบสั่งห้ามขาย และห้ามให้บริการ บารากุ เนื่องจากห่วงว่าเยาวชนที่มักเป็นกลุ่มผู้เสพจะเกิดอันตรายต่อร่างกาย และพ่วงแถมด้วยโรคติดต่ออื่นๆ ที่มาพร้อมกับการหมุนเวียนเปลี่ยนกันเสพควันสีขาวผ่านสายยาง ซึ่งในแต่ละครั้งผู้ที่ให้บริการไม่ได้มีการทำความสะอาดอุปกรณ์ที่ใช้สูบแต่อย่างใด โดยเฉพาะสายยาง พฤติกรรมที่สูบ และพ่นควันออก อาจจะมีน้ำลายของผู้สูบก่อนหน้านี้เข้าไปภายในสายยาง เมื่อให้บริการลูกค้าเสร็จก็ยกน้ำอุปกรณ์ไปเก็บ เพื่อรอให้บริการแก่ลูกค้ารายใหม่ น้ำลายที่หมักหมมอยู่ภายในสายยางจึงเป็นตัวการอย่างดีของโรคติดต่อ ที่อาจจะแพร่ระบาดไปสู่คนอื่นๆ

 

ทางด้าน สภ.เมืองพัทยา ซึ่งเป็นหน่วยงานในพื้นที่เมืองพัทยาที่รับผิดชอบบังคับใช้กฎหมาย ตามอำนาจหน้าที่ก็ได้ออกมายืนยันถึงมาตรการดังกล่าว ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติเองก็ได้มีคำสั่งมายังเจ้าหน้าที่ให้เข้มงวดกวดขันจับกุมอย่างเด็ดขาดเช่นกัน

 

บารากุ 4

 

โดย พ.ต.ท ชินวัฒน์ ศรีสวัสดิ์ รองผู้กำกับการป้องกัน และปราบปราม สภ.เมืองพัทยา กล่าวว่า “ ตามมติของ สคบ. ได้กำหนดให้ บารากุ หรือ ชิช่า บุหรี่ไฟฟ้า เป็นสินค้าอันตราย ตามพรบ. คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 เนื่องจากในที่ประชุมเห็นว่า บารากุ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่ได้แจ้งส่วนประกอบต่อกระทรวงสาธารณสุข จึงเป็นสินค้าผิดกฎหมายตาม พรบ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2535 จึงทำให้สินค้าดังกล่าวไม่สามารถอนุญาตให้จำหน่ายได้ ซึ่งหากฝ่าฝืนให้มีโทษเช่นเดียวกับการจำหน่ายสินค้าอันตราย ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2556 โทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ขณะที่ผู้เสพจะถูกจับกุมในความผิดสูบในที่ห้ามสูบ มีโทษปรับไม่เกิน 2 พันบาท ตามพรบ. คุ้มครองสุขภาพของผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ พ.ศ. 2539 หรือในกรณีก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้อื่น มีโทษตามพรบ. การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 2 พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เน้นย้ำให้กวดขันจับกุมรอบสถานศึกษาเป็นสำคัญ เพราะ บารากุเป็นสินค้าที่วัยรุ่น หรือผู้ที่อยู่ในวัยเรียนมักนิยมสูบกัน ประกอบกับที่ผ่านมาเราได้มีการประชาสัมพันธ์ตามสถานบันเทิง บาร์เบียร์ หรือแม้แต่ร้านอาหารให้หยุดจำหน่าย หรือให้บริการ บารากุ แก่ลูกค้า ในพื้นที่สำคัญอย่างวอล์กกิ้งสตรีท ถนนพัทยาสาย 3 ซึ่งอัดแน่นไปด้วยสถานบันเทิง จากการลงพื้นที่ทุกวัน สนธิกำลังระหว่างตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ส่งผลให้ช่วงนี้เราจะไม่ค่อยเห็นภาพของการพ่นควันสีขาวให้ฟุ้งตามแหล่งสถานบันเทิง ”

 

ขณะที่ผลกระทบของการสั่งห้ามขาย และห้ามให้บริการ บารากุ คงหนีไปไม่พ้นใครนอกจากผู้ประกอบการจำหน่าย อุปกรณ์ ตัวยา หรือแม้แต่ ร้านอาหาร หรือสถานบันเทิงที่มี บารากุ ไว้ให้จำหน่ายแก่ลูกค้า ย่อมส่งผลกระทบอย่างรุนแรง ดังเช่นผู้ประกอบการจำหน่ายอุปกรณ์ สำหรับเสพ บารากุ บนถนนพัทยาสาย 3 เจ้าของร้านให้ข้อมูลแก่ผู้สื่อข่าวถึงความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก เนื่องจากเจ้าของร้านรายนี้เพิ่งจะหันมาจับธุรกิจจำหน่ายอุปกรณ์ได้เพียง 7-8 เดือน โดยคิดว่า บารากุ เป็นที่นิยม และชื่นชอบของประชาชน รวมทั้งนักท่องเที่ยว จึงลงทุนหลานหมื่นบาท เพื่อซื้ออุปกรณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเสพ บารากุ มาขาย หวังจะได้ผลกำไร แต่กลับต้องมาฝันสลาย เพราะจะมีการสั่งห้ามให้จำหน่าย ตามพรบ. คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ซึ่งเจ้าของร้านได้แสดงความคิดเห็นว่ารัฐบาลน่าจะพิจารณายกเว้นให้เมืองพัทยาเป็นพื้นที่ที่สามารถจำหน่ายได้ เนื่องจากเป็นแหล่งท่องเที่ยว ประกอบกับ บารากุ เองก็มีแพร่หลายในพื้นที่นี้มานานแล้ว ทำให้ตอนนี้เจ้าของร้านต้องเร่งระบายของออกไปให้หมด เพื่อที่จะคืนทุนมาบ้างไม่มากก็น้อย ซึ่งผู้ประกอบการรายนี้เองก็ยอมรับว่ายินดี และพร้อมที่จะทำตาม ตามกฎหมายที่ตราขึ้น แม้ว่าตัวเองจะต้องขาดทุนย่อยยับก็ตามที โดยหลังจากนี้มีแผนที่จะเปลี่ยนอาชีพจากจำหน่ายอุปกรณ์เสพ บารากุ มาเป็นจำหน่ายของที่ระลึกแทน แต่ยังคงหวังลึกๆ ว่า รัฐบาลน่าจะอนุญาตให้มีการเสียภาษี บารากุ อย่างถูกต้อง ตามแบบกรณีของบุหรี่ที่มีการอนุญาตให้จำหน่ายได้

 

อย่างไรก็ตามในเรื่องดังกล่าว การที่ สคบ. ออกมาตรากฎหมายสั่งห้ามขาย และห้ามให้บริการ บารากุ บุหรี่ไฟฟ้า ย่อมจะมีผู้ที่ได้รับผลประโยชน์ และเสียผลประโยชน์ ซึ่งผู้ที่ได้ผลประโยชน์คงหนีไปไม่พ้นประชาชนส่วนมากที่จะมีสุขภาพดีขึ้นอย่างแน่นอน เพราะไม่ต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยว หรือเสพ บารากุ โดยเฉพาะวัยรุ่น ซึ่งอันตรายจาก บารากุ จะไปลดคุณภาพของกำลังของชาติในอนาคต ส่วนผู้ประกอบการก็คงต้องทำใจเสียสละให้แก่คนหมู่มาก เพราะ บารากุ เป็นสินค้าที่นอกจากจะหาประโยชน์ไม่ได้ ยังส่งผลร้ายต่อร่างกายของผู้เสพ และยังเป็นช่องทางหนึ่งของการแพร่เชื้อโรคที่สามารถติดต่อไปยังบุคคลอื่นๆ ได้ รวมทั้งผู้ที่ไม่ได้เสพโดยรอบ ควันพิษจะไปทำร้ายสุขภาพของกลุ่มคนเหล่านี้ เหมือนกับโฆษณารณรงค์การหยุดสูบบุหรี่ของ สสส. ที่มีประโยคยอดฮิตว่า “ แล้วคุณมาทำร้ายฉันทำไม ”

ข่าวที่ผ่านมา

Reporter : PDN staff   Photo : PDN staff   Category : สังคม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com