พัทยาเดลีนิวส์

03 มีนาคม 2558 :: 08:03:42 am 156457

สมาคมนักข่าว จี้จัดการอาสาแสบยัดยานักข่าวพัทยา

สมาคมนักข่าว พัทยาร้องตำรวจจัดการอาสาแสบยัดยานักข่าวท้องถิ่น เบื้องต้นส่งยาตรวจพิสูจน์พร้อมดำเนินคดีแม้เจ้าตัวยังให้การปฏิเสธ เผยเตรียมมาตรการคุมเข้มอาสาแก้ปัญหาภาพลักษณ์
สนใจโฆษณา

จากกรณีเหตุการณ์ที่นายทิวากร กฤษมณี อายุ 25 ปี ผู้สื่อข่าว น.ส.พ.พัทยาพีเพิล ประจำเมืองพัทยา จ.ชลบุรี ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรพร้อมด้วยอาสาสมัครทำการเรียกตรวจค้นเพื่อกวดขันวินัยจราจร ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่นายหนึ่งทราบชื่อภายหลังว่า นายพงษ์สวัสดิ์ วิเศษศรี อายุ 42 ปี สวมหมวกแก๊ปสีดำ เสื้อคลุมสีดำ พกวิทยุสื่อสาร ซึ่งอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจอาสา พยายามจะยัดยาเสพติดโดยกล่าวหาว่า นายทิวากร เป็นเจ้าของห่อยาเสพติดซึ่งได้ทิ้งลงพื้นก่อนถูกเรียกเข้าตรวจสอบ แต่ต่อมาภายหลัง นายทิวากร ได้ยืนยันความบริสุทธิ์ใจโดยร้องขอให้เจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบประวัติและผลปัสสาวะ รวมทั้งให้ นายพงษ์สวัสดิ์ ยืนยันถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กระทั่งมีกลุ่มนักข่าวท้องถิ่นอีกจำนวนหนึ่งเดินทางตามมาสมทบ นายพงษ์สวัสดิ์ จึงปรับ เปลี่ยนพฤติกรรมและพยายามบ่ายเบี่ยงพร้อมขอโทษถึงกรณีที่เกิดขึ้นโดยแจ้งว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน ซึ่งต่อมา นายทิวากร ผู้เสียหายได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เพื่อให้ดำเนินคดีกับ นายพงษ์สวัสดิ์ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

 

ล่าสุดเวลา 15.30 น.วันนี้ (2 มี.ค.58) นายทิวากร พร้อมกลุ่มผู้สื่อข่าวสังกัด สมาคมนักข่าว เมืองพัทยา เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.ปวัชร์ชัย สุดสาคร รอง ผกก.ป.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เพื่อให้เร่งรัดในการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยได้เชิญตัว นายพงษ์สวัสดิ์ คู่กรณีเข้าร่วมสอบถาม ซึ่งเบื้องต้นเจ้าตัวให้การปฏิเสธว่าไม่ได้กล่าวหา นายทิวากร แต่อย่างใดเพียงแต่พบห่อยาบางอย่างถูกทิ้งไว้ใกล้เคียงกัน จึงนำไปให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรทำการตรวจสอบเท่านั้น อย่างไรก็ตามจากการสอบถามพยานที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า นายพงษ์สวัสดิ์ กล่าวหา นายทิวากร จริง ทางเจ้าหน้าที่จึงลงบันทึกไว้เป็นหลักฐานพร้อมดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

 

34

 

พ.ต.ท.ปวัชร์ชัย เปิดเผยว่าจากการสอบสวนคู่กรณีทั้งสองฝ่ายยังคงให้การขัดแย้งกัน เมื่อเป็นเช่นนี้ทางเจ้าหน้าที่ก็คงต้องลงบันทึกไว้ พร้อมส่งเรื่องดำเนินคดีตามขั้นตอนเพื่อให้ไปพิสูจน์ทราบกันในชั้นศาล ส่วนยาที่ตรวจพบขณะนี้ยังคงตอบไม่ได้ว่าเป็นยาเสพติดชนิดใด แต่ก็ได้นำส่งพิสูจน์ยังหน่วยงานวิทยาศาสตร์การแพทย์ และขอยืนยันว่าจะดำเนินการไปตามขั้นตอนและให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย
ทั้งนี้เบื้องต้นจากการตรวจสอบนั้นพบว่า นายพงษ์สวัสดิ์ ไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจอาสาแต่อย่างใด เป็นเพียงเจ้าพนักงานที่ทางตำรวจเรียกมาใช้งานในการยกและเก็บรักษารถจักรยานยนต์ที่ถูกตรวจยึดเท่านั้น อย่างไรก็ตามจากความเป็นห่วงของผู้คนเกี่ยวกับพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ตำรวจอาสาบางนายที่อาจมีพฤติกรรมนอกรีดนั้น จากนี้ทาง สภ.เมืองพัทยา จะมีมาตรการคุมเข้มในการตรวจสอบ และกลั่นกรองบุคลากรที่จะเข้ามาช่วยงานราชการอย่างจริงจัง พร้อมให้เจ้าหน้าที่ทุกนายที่ออกปฏิบัติหน้าที่ต้องแต่งเครื่องแบบ พร้อมแสดงบัตรประจำตัวที่ชัดเจน อีกทั้งการทำงานทุกครั้งต้องมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยเป็นผู้กำกับดูแล ซึ่งหากพบเจ้าหน้าที่อาสาสมัครรายใดมีพฤติกรรมและสร้างปัญหาก็จะดำเนินการอย่างเด็ดขาดเพื่อป้องกันภาพลักษณ์ที่จะเสียหายต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติต่อไป

 

ข่าวที่ผ่านมา

Reporter : ธนทรัพย์   Photo : ธนทรัพย์   Category : ข่าวแวดวงสังคม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com