พัทยาเดลีนิวส์

10 กุมภาพันธ์ 2551 :: 18:02:03 pm 32296

สวนนงนุช จัดโต๊ะจีนช้าง ในวันช้างไทยปี 2008

สวนนงนุชเตรียมจัด งานพิธีบายศรีสู่ขวัญ และเลี้ยงอาหารช้าง โดยการจัดโต๊ะจีนช้างสำหรับ ช้างในสวนนงนุช จำนวนกว่า 39 เชือก จึงขอเชิญชวนประชาชน ร่วมงานในวันที่ 13 มี.ค 51 นี้
สนใจโฆษณา

ที่มาของวันช้างไทย เกิดจากการริเริ่มของคณะอนุกรรมการประสานงานการอนุรักษ์ช้างไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานประสานงาน องค์การภาครัฐและเอกชนที่ทำงานเกี่ยวกับการอนุรักษ์ช้างไทยคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เนื่องจากเล็งเห็นว่าหากมีการสถาปนาวันช้างไทยขึ้น ก็จะช่วยให้ประชาชนคนไทย หันมาสนใจช้าง รักช้าง หวงแหนช้าง ตลอดจนให้ความสำคัญต่อการให้ความช่วยเหลืออนุรักษ์ช้างมากขึ้น

คณะอนุกรรมการฯ จึงได้พิจารณาหาวันที่เหมาะสม ซึ่งครั้งแรกได้พิจารณาเอาวันที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทำยุทธหัตถี มีชัยชนะเหนือพระมหาอุปราชา แต่วันดังกล่าวถูกใช้เป็นวันกองทัพไทยไปแล้ว จึงได้พิจารณาวันอื่น และเห็นว่าวันที่ 13 มีนาคม ซึ่งเป็นวันที่คณะกรรมการคัดเลือกสัตว์ประจำชาติ มีมติให้ช้างเผือกเป็นสัญลักษณ์ของประเทศไทยนั้นมีความเหมาะสม จึงได้นำเสนอมติตามลำดับขั้นเข้าสู่คณะรัฐมนตรี โดยได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อีกทางหนึ่ง ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อ วันที่ 26 พฤษภาคม 2541 เห็นชอบให้ วันที่ 13 มีนาคม เป็นวันช้างไทย และได้ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีลงในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2541

ผลจากการที่ประเทศไทยมีวันช้างไทยเกิดขึ้น นับเป็นการยกย่องให้เกียรติว่าเป็นสัตว์ที่มีความสำคัญอีกครั้ง นอกเหนือจากเกียรติที่ช้างเคยได้รับในอดีต ไม่ว่าจะเป็นช้างเผือกในธงชาติ หรือช้างเผือกที่เป็นสัญลักษณ์ของประเทศ หรือสัตว์คู่พระบารมีของพระมหากษัตริย์… 

 วันที่ 8 ตุลาคม 2537
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ฯ เสด็จศูนย์ อนุรักษ์ช้างไทย โดยรถพระที่นั่งในเวลา 14.30 น. ได้ทรงมีพระกรุณาธิคุณ เสด็จทอดพระเนตร การแสดงช้าง และเป็นองค์ประธานในพิธีสู่ขวัญ ช้าง อันเป็นประเพณีที่หาดูได้ยากยิ่งในปัจจุบัน หลังจากเสด็จพิธีสู่ขวัญช้างแล้ว สมเด็จพระเจ้า พี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาส ราชนครินทร์ ได้ประทาน กล้วย – อ้อย ให้แก่พังยม และช้างพังพระธิดา ในโอกาสเดียวกัน ได้ประทาน ชื่อ “จุฑา” แปลว่า ที่สูงของศรีษะ และ “นันท์” แปลว่า ความยินดี ความรื่นเริง และแผ่นทองคำสลัก พระนามหนึ่งสลักพร้อมทั้งกระดิ่งผูกคอ ให้แก่ช้าง พังพระธิดา เพื่อเป็นศิริมงคลด้วย และก่อนเสด็จ พระดำเนินกลับ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้า ฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ ได้เสด็จประทับรถยนต์พระที่นั่ง ไปยังสวนรุกขชาติ สวนป่าทุ่งเกวียนเพื่อทรงปลูก ต้นไม้ไว้เป็นสิริมงคลแก่สวนป่าแห่งนี้ ต้นไม้ที่ทรง ปลูกคือ “ต้นมะเกลือ? ซึ่งเป็นไม้ยืนต้นและพันธุ์ไม้ หายากในปัจจุบัน

วันที่ 27 ธันวาคม 2540
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ฯ เสด็จพระราช ดำเนินทรงเยี่ยมศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย เป็นการ ส่วนพระองค์ และในโอกาสเดียวกันได้ประทาน ชื่อลูกช้างชื่อ “วนาลี” แปลว่า ทางป่า แนวไม้วันเสาร์ที่ 13 มีนาคม 2542
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เสด็จศูนย์ อนุรักษ์ช้างไทย เป็นการส่วนพระองค์ โดยรถยนต์ พระที่นั่งถึงศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย เวลา 16.30 น. หลังจากทรงให้อาหารช้าง และทอดพระเนตร ลูกช้างวาดรูปถวาย แล้วทรงพระดำเนินประทับ ณ ศาลาริมน้ำเหนือลานแสดงช้าง ทรงประทาน เงินเพื่อเป็นกองทุนสวัสดิการของควาญช้าง จนถึง เวลาประมาณ 17.30 น. จึงเสด็จพระดำเนินกลับ วันที่ 13 มกราคม 2545

วันศุกร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2548
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เสด็จเยี่ยม โรงพยาบาลช้าง เมื่อวันศุกร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2548 สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ได้เสด็จพร้อม ด้วยนายวูฟกัง คริสต์ลิงค์ กงสุลกิตติมศักดิ์ของไทยประจำหมู่เกาะคานารี่ส์ ประเทศสเปน และคณะกองทุนนานาชาติเพื่อคุ้มครองถิ่นที่อยู่ และสวัสดิภาพสัตว์ โดยเครื่องบินพระที่นั่ง ของกองบินตำรวจ ถึงสนามบินลำปาง เวลาประมาณ 13.50 น. และเสด็จพระราชดำเนินโดย รถยนต์พระที่นั่งไปยังโรงพยาบาลช้าง ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย ถึงเวลาประมาณ 14.30 น.

เมื่อเสด็จถึงโรงพยาบาลช้างแล้วสมเด็จพระเจ้าพี่นาง เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ ทรงป้อนนมลูกช้างด้วย พระองค์เอง โดยลูกช้างเชือกนี้ เกิดเมื่อวันที่ 6 พ.ค. 2547 ตรงกับวันประสูติของพระองค์ท่าน จากแม่ช้าง ที่ชื่อพังพุ่มพวง อายุประมาณ 23 ปี ซึ่งเป็นช้างสาว ท้องแรกและลูกช้างกินนมแม่ ค่อยข้างเก่ง

แม่ช้างไม่มีน้ำนมเพียงพอที่จะเลี้ยงลูก เนื่องจากท้องแรก ทำให้ข้างค่อนข้างจะผอม ทางสัตวแพทย์จึงได้ให้นม ที่ใช้เลี้ยงสัตว์แก่ลูกช้างเป็นประจำทุกวัน ในเวลาเย็นก่อนที่ควาญช้างจะนำช้างแม่ลูกเข้าไปเลี้ยงในป่า ความได้ทราบถึงพระองค์ท่าน และพระองค์ท่าน จึงมีพระราชประสงค์ที่จะป้อนนมลูกช้างด้วยพระองค์เอง และพระองค์ ยังประทานอาหารช้าง ให้กับแม่ช้างด้วย ทรงรับลูกช้างไว้ในพระอุปถัมภ์ และประทานชื่อว่า “อลีนา” แปลว่า “ว่องไว”
ศูนย์อนุรักษ์ช้างจัด”วันช้างไทย” เป็นการอนุรักษ์ป้องกันสูญพันธ์มีกิจกรรมเพียบ

ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยจัดงาน “วันช้างไทย” เพื่อสร้างความสัมพันธ์ก่อนสูญพันธุ์ เผยในขณะนี้ปริมาณช้างไทยมีสัดส่วนที่ลดลง ประมาณปีละ 3%

นายสิทธิเดช สาวังกุล สัตวแพทย์ประจำโรงพยาบาลช้าง ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) เปิดเผยว่า ในขณะนี้ปริมาณช้างไทยมีสัดส่วนที่ลดลง ประมาณปีละ 3% โดยปัจจุบันช้างป่าไทยมีประมาณ 2,000 เชือก และช้างบ้านมีประมาณ 2,500 เชือก ทั้งนี้เนื่องจากพื้นที่ป่าของไทยลดลง โดยปัจจุบันป่าเมืองไทย เหลืออยู่เพียง 18% เนื่องจากนโยบายปิดป่าของภาครัฐที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2532 และมีการนำเข้าไม้จากประเทศเพื่อนบ้านแทน ทำให้ช้างไทยไม่มีงานทำเป็น สาเหตุหนึ่งของการลดลงของปริมาณช้าง

นอกจากนี้ ยังพบว่ามีการนำช้างไทยออกมาเร่ร่อนจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่มาจากจังหวัดสุรินทร์ ประมาณ 400 เชือก เนื่องจากการไม่มีงานทำและภาวะยากจน ดังนั้น จำเป็นต้องมีการแก้ปัญหาโดยต้องมีการควบคุมดูแลการจัดการช้างที่อยู่ในความควบคุมของเอกชนให้มีการลงทะเบียนอย่างถูกต้อง และเพิ่มบทลงโทษ จับ ปรับ ให้มี ความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างองค์กรภาครัฐ และเอกชนในการอนุรักษ์ช้างไทยให้มีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม เป็นการอนุรักษ์ช้างไทยไม่ให้สูญพันธุ์องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้จึงได้จัดให้มีงาน วันช้างไทย ขึ้นเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2550 ณ บริเวณ ศูนย์อนุรักษ์ ช้างไทย (อ.อ.ป.) อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ-เอกชนและประชาชนทุกคน ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการอนุรักษ์ช้างไทยให้อยู่คู่คนไทย โดยภายในงานจะมีการจัดกิจกรรมนิทรรศการหลากหลายรูปแบบ เพื่อสอดแทรกเนื้อหาสาระการเล่าขานเรื่องราวของช้าง

Reporter : PDN staff   Photo : Internet   Category : ข่าวท่องเที่ยว

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com