พัทยาเดลีนิวส์

08 ธันวาคม 2559 :: 05:12:45 am 201131

สองแถวทำดีเก็บกระเป๋าเงินคืน โดนนักท่องเที่ยวกล่าวหายักยอกทรัพย์

ทำดีแต่เกือบติดคุก คนขับรถสองแถวพัทยาตัดพ้อ หลังเก็บกระเป๋าเงินส่งคืนนักแข่งเจ็ทสกีแดนปลาดิบ แต่กลับถูกกล่าวหายักยอก ระบุทำดีมาทั้งชีวิตแต่กลับไม่ได้ดี ยืนยันไม่ท้อถอยพร้อมช่วยเหลือสังคมต่อไป
สนใจโฆษณา

พัทยา – วันที่ 7 ธ.ค.59 เมื่อเวลา 13.00 น. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังสถานีตำรวจท่องเที่ยวพัทยา เขาพระตำหนัก เมืองพัทยา จ.ชลบุรี หลังได้รับแจ้งว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการเรียกตัวผู้ขับขี่รถสหกรณ์สองแถวพัทยา หมายเลข 402 ทะเบียน 10-5221 ชลบุรี เพื่อมาสอบข้อเท็จจริง หลังจากผู้ขับขี่รถรายดังกล่าวสามารถเก็บกระเป๋าทรัพย์สินส่งคืนให้นักท่องเที่ยวต่างชาติได้ แต่กับมีปัญหาเนื่องจากนักท่องเที่ยวแจ้งว่าทรัพย์สินที่ได้รับคืนมานั้นมีบางส่วนที่สูญหายไป

 

พบ นายพรทิพย์ ชวนใจลึก อายุ 46 ปี โชเฟอร์รถสหกรณ์สองแถวพัทยา พร้อมกลุ่มเพื่อร่วมอาชีพจำนวนหนึ่งกำลังแจ้งข้อมูล และรายละเอียดเบื้องต้นให้แก่เจ้าหน้าที่ได้รับทราบ โดยมี พ.ต.ต.ปิยะพงษ์ เอนสาร สารวัตรตำรวจท่องเที่ยวพัทยา ทำหน้าที่เป็นผู้สอบสวน ก่อนที่ นายพรทิพย์ จะออกมาเปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นขณะขับรถตระเวนรับผู้โดยสารอยู่บริเวณหน้าโครงการวอล์คกิ้งสตรีท พัทยาใต้ ในช่วงเวลา 02.00 น.ของวันที่ 5 ธันวาคมที่ผ่านมา

 

ขณะนั้นมีนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น จำนวน 5 คน อายุระหว่าง 25-50 ปี ที่อยู่ในอาการเมาสุรา ซึ่งทราบภายหลังว่า เป็นกลุ่มทีมงานของนักแข่งเจ็ทสกี ที่มาแข่งขันชิงแชมป์โลกที่เมืองพัทยา ในระหว่างวันที่ 2-4 ธันวาคม ที่ชายหาดจอมเทียน โบกรถเพื่อขอเหมาให้ไปส่งที่โรงแรมดิวารี ชายหาดจอมเทียน ในราคา 300 บาท จึงรับไปส่งตามปกติ โดยเมื่อมาถึงจุดหมายก็แยกออกรถไปพบพี่ชายเพื่อสังสรรค์ที่ห้องพัก

 

กระทั่งเวลาประมาณ 04.00 น.ของวันเดียวกัน จึงเดินกลับมาที่รถเพื่อเตรียมกลับที่พัก ช่วงนั้นพบเห็นกระเป๋าสะพายหนังสีดำถูกวางไว้ที่เบาะนั่งด้านหลัง จึงเรียกพี่ชายออกมาร่วมตรวจสอบภายในก็พบเอกสารหลายรายการ ทั้งพาสปอร์ต ใบขับขี่ และเงินสด จำนวน 21,020 บาท ด้วยเห็นว่าเป็นของสำคัญจึงพาพี่ชายขับรถกลับไปที่โรงแรม ก่อนประสานกับทางเจ้าหน้าที่ให้ตามนักท่องเที่ยวมารับทรัพย์สิน

 

แต่เมื่อเวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง ทางโรงแรมก็แจ้งว่าไม่สามารถปลุกนักท่องเที่ยวได้ โดยคาดว่ามีอาการเมาสุราอย่างหนัก แต่ด้วยจำเป็นต้องออกไปทำงานต่อ และไม่อยากฝากทรัพย์สินไว้กับทางโรงแรมเพราะเกรงว่าจะส่งคืนไม่ถึงมือนักท่องเที่ยว จึงได้จดเบอร์โทรศัพท์ และเบอร์รถให้ไว้เพื่อให้ทางโรงแรมติดต่อกลับก่อนเดินทางออกมา

 

นายพรทิพย์ กล่าวต่อว่า หลังผ่านไปหลายชั่วโมงก็ยังไม่มีการประสานจากทางโรงแรม กระทั่งได้รับแจ้งจากทางสหกรณ์สองแถวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจประสานให้เดินทางเข้าพบ เนื่องจากนักท่องเที่ยวไปแจ้งว่า ทรัพย์สินสูญหาย จึงย้อนกลับไปที่โรงแรม และสอบถามเจ้าหน้าที่ที่ฝากเบอร์ไว้ก็ทราบว่า ทำเบอร์หายไปแล้ว จึงได้นัดหมายผู้เสียหาย และเจ้าหน้าที่ตำรวจไปพบกันเพื่อส่งคืนที่สำนักงานสหกรณ์สองแถวพัทยา

 

ปรากฏว่า เมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางมาตามนัดพร้อมทำการตรวจสอบ ก็แจ้งว่า ทรัพย์สินในกระเป๋ามีอยู่ไม่ครบตามเดิม โดยระบุว่าก่อนหน้านี้มีเงินสดอยู่ในกระเป๋า จำนวน 70,000 กว่าบาท และนาฬิกาคาสิโออีก 1 เรือน ซึ่งกรณีดังกล่าวก็ไม่ทราบว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร เพราะส่วนตัวแล้วมีเจตนาดีที่จะนำทรัพย์สินมาคืน และก็ไม่ได้ทำการยักยอกทรัพย์แต่อย่างใด จนสุดท้ายเมื่อเล่าความจริงให้ฟังนักท่องเที่ยวก็แสดงความขอบคุณและแจ้งว่าจริงๆ ก็ต้องการเพียงเอกสารสำคัญจำพวกพาสปอร์ต และใบทะเบียนนายท้ายเรือเท่านั้น ก่อนจะแยกย้ายกันไปจึงได้เดินทางมาให้รายละเอียดเพิ่มเติมแก่เจ้าหน้าที่ในครั้งนี้

 

สำหรับส่วนตัวแล้วคงไม่คิดอะไรมากแม้จะเสียความรู้สึกอยู่บ้าง เพราะมีเจตนาดี และก็ไม่คิดจะเอาทรัพย์สินของผู้ใด โดยเฉพาะชาวต่างชาติเพราะอาจส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวแต่กลับมาเจอปัญหาเช่นนี้ อย่างไรก็ตาม จากนี้ก็จะยังคงทำงานตามปกติ และตั้งใจทำดีต่อไป

Reporter : ญาณวรุฒน์   Photo : ญาณวรุฒน์   Category : ข่าวแวดวงสังคม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com