พัทยาเดลีนิวส์

27 มิถุนายน 2557 :: 08:06:02 am 137460

สั่งตำรวจภาค 2 จัดหนักพัทยา ตามโครงการ 5 จริง

หลังมีการบังคับใช้ในเขตกรุงเทพมหานครได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ต่อจากนั้นไม่นานได้มีการประกาศเพิ่มอีก 4 พื้นที่บังคับใช้โครงการ 5 จริงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ล่าสุดเมืองพัทยา 1 ในพื้นที่ตามประกาศได้มีการจัดประชุมสั่งตำรวจภาค 2 คุมวินัยให้อยู่หมัด เพื่อคืนพื้นที่จราจรคืนความสุขให้ประชาชน
สนใจโฆษณา

พัทยา-วานนี้ (26 มิ.ย. 57) เมื่อเวลา 09:30 น. พล.ต.อ. วุฒิ ลิปตพัลลภ ที่ปรึกษา สบ.10 เป็นประธานในการประชุมเรื่องการแก้ไขปัญหาการจราจร และอาชญากรรมข้ามชาติในพื้นที่ภาค 2 พร้อมด้วยพล.ต.ต สัญชัย ไชยอำพร รอง ผบช.ภาค 2, พ.ต.อ.ศุภธีร์ บุญครอง รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี ( รักษาการ ผกก.สภ.เมืองพัทยา ) และพ.ต.อ.ชัยยศ วรักษ์จุนเกียรติ ผกก.ตม.จว.ชลบุรี ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ที่ สถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา โดยการลงพื้นที่ของพล.ต.อ. วุฒิ ลิปตพัลลภ ที่ปรึกษา สบ.10 ในคราวนี้เป็นการลงมาตรวจสอบ และรับฟังปัญหาอุปสรรคต่างๆ ทางด้านการจราจรภายในพื้นที่ความรับผิดชอบของตำรวจภาค 2 ประกอบด้วยจังหวัดฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี, ตราด, นครนายก, ปราจีนบุรี และสระแก้ว ซึ่งได้มีการรายงานในที่ประชุมถึงภาพรวมของคดีอุบัติเหตุ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ และสงกรานต์ สรุปตัวเลขในช่วง 7 วันอันตรายของทั้งสองเทศกาลปรากฎว่ามีคดี และการกระทำผิดวินัยจราจรของประชาชนทั้งสิ้น 6,280 ราย และ8,280 ราย ตามลำดับ รวมทั้งได้มีการรายงานสถิติการบังคับใช้กฎหมาย และผลการดำเนินงานตามนโยบาย 5 จริง ตั้งแต่วันที่ 9-24 มิถุนายนที่ผ่านมาพบว่ามีการจับจริงทั้งสิ้น 7,294 ราย

 

โดยพล.ต.อ. วุฒิ ลิปตพัลลภ ที่ปรึกษา สบ.10 เผยว่า “โครงการ 5 จริงเป็นปฏิบัติคืนพื้นผิวจราจรอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน หลังจากที่เราประกาศใช้ไปแล้วในเขตกรุงเทพมหานครผลที่ตามมาพบว่าประชาชนโทรศัพท์เข้ามาชื่นชม และพบว่าพฤติกรรมของประชาชนเปลี่ยนไปยินดีที่จะปฏิบัติตามกฎหมายมาเสียค่าปรับอย่างถูกต้อง ส่งผลให้เราได้มีการร่วมมือกับสถาบันวิจัยทำการสำรวจความพึงพอใจของประชาชนพบว่าพึงพอใจมาตรการล็อคจริงถึง 82% ซึ่งมีสถิติการจับกุมล็อคล้อในกรุงเทพมหานครถึง 7,000 พันคัน และโครงการ 5 จริงยังส่งผลให้การจราจรรื่นไหลถึง 70% โดยมีประชาชนให้การสนับสนุนอยากให้บังคับใช้โครงการนี้ต่อไปอีก 90% นับได้ว่าโครงการนี้ได้ผลเป็นอย่างมาก เราจึงได้มีการขยายพื้นที่ในการบังคับใช้อีก 4 แห่ง ประกอบด้วย เชียงใหม่ ภูเก็ต สมุย และพัทยา ”

 

ด้านพ.ต.อ.ศุภธีร์ บุญครอง รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี ( รักษาการ ผกก.สภ.เมืองพัทยา ) กล่าวว่า “เมืองพัทยามีอุปสรรครถติดหนักในช่วงเทศกาลสำคัญ โดยเฉพาะเส้นทางลงชายหาดพัทยา และบนถนนพัทยาสาย 1 ซึ่งเราได้มีการร่วมมือกับทางจังหวัดชลบุรี และเมืองพัทยาในการจัดระเบียบวินัยจราจรในพื้นที่ของเส้นทางสายดังกล่าว เนื่องจากพบปัญหารถติดจากการที่มีรถสาธารณะจอดไม่เป็นที่เป็นทาง รวมทั้งมีรถแท็กซี่ มอเตอร์ไซค์รับจ้างจอดกระจัดกระจายไปตลอดแนวชายหาดทำให้ผิวการจราจรถูกใช้ไปหนึ่งช่องเต็มๆ เมื่อมีปริมาณรถที่มีมากขึ้นในช่วงวันหยุดยาวก็ดี หรือกิจกรรมเทศกาลต่างๆ ในเมืองพัทยาจึงหลีกเลี่ยงปัญหารถติดได้ยาก เราจึงได้มีการจัดทำโครงการจุดจอดรถสาธารณะขึ้น และได้มีการนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาดูแลอำนวยความสะดวกด้านการจรจาจรทุกครั้งที่มีการจัดงาน เพื่อลดการจราจรที่ติดขัดอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน”

 

ขณะที่พ.ต.ต.จีรวัฒน์ สุคนธทรัพย์ หน่วยหน้าเทศกิจ 2 เมืองพัทยา ชี้แจงว่าเมืองพัทยาได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอย่างดีในการดำเนินการโครงการจุดจอดรถสาธารณะที่มีทั้งสิ้น 17 จุดตลอดแนวชายหาดพัทยา ซึ่งเราได้มีการทาสีตีเส้นให้เห็นอย่างเด่นชัด รวมทั้งได้มีการประสานงานกับกรมขนส่งในการจัดระเบียบรถสาธารณะด้วยเช่นกัน ประกอบกับในช่วงของการจัดงานเราได้มีการประชาสัมพันธ์เส้นทางเลี่ยงให้แก่ประชาชนอีกด้วย คาดว่าการจราจรที่ติดขัดของเมืองพัทยาจะเบาเทาเบาบางลง”

 

ส่วนพล.ต.ต สัญชัย ไชยอำพร รอง ผบช.ภาค 2 กล่าวว่า “ตำรวจภาคสอง พร้อมที่จะรับนโยบาย 5 จริงมาบังคับใช้ และได้มีการใช้บังคับจับกุมประชาชนไปแล้วตามการประกาศจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นอกจากที่เราจะควบคุมวินัยประชาชชนแล้ว เรายังต้องมีการตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่ด้วยเช่นกัน ตนจึงได้นำเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาใช้ในการรายงานผลการปฏิบัติงานแบบเรียลไทม์ ทั้งการรายงานสถานการณ์ด้านจราจรผ่านทางแอพพลิเคชั่นบนมือถือ ใช้ไลน์ในส่งข้อความของสถานการณ์จริงในแต่ละจุดให้ตนเองทราบครอบคลุมภาค 2 ทั้งหมด 200-300 จุดต่อวัน รวมทั้งรายงานสถานการณ์จราจรเป็นภาพวีดิโอตามแยกสำคัญๆ ของแต่ละจังหวัดผ่านทางแฮงเอ้าวิดีโอ สุดท้ายเป็นการใช้ไฮเว ทราฟฟิคของกรมทางหลวงในการตรวจสอบภาพจริงของสถานการณ์จราจรในแต่ละพื้นที่ หลังจากที่ได้ฟังการรายงานจากเจ้าหน้าที่แต่ละจุดแล้ว ซึ่งตนจะนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ให้การแก้ไขปัญหาจราจรในพื้นที่ภาค 2 เป็นไปอย่างราบรื่นไม่มีปัญหา อีกทั้งจะขยายเทคนิคในการตรวจสอบให้มีความครอบคลุม เพื่อคืนพื้นผิวจราจร คืนความสุขแก่ประชาชน”

 

สำหรับการประชุมเรื่องการแก้ไขปัญหาการจราจร และอาชญากรรมข้ามชาติในพื้นที่ภาค 2 ได้สิ้นสุดลงพล.ต.อ. วุฒิ ลิปตพัลลภ ที่ปรึกษา สบ.10ได้ให้นโยบายแก่เจ้าหน้าที่นำไปปฏิบัติอย่างเข้มงวดย้ำให้ดูแลความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว เน้นควบคุมการทะเลาะวิวาทของนักท่องเที่ยวในเวลากลางคืน และตรวจสอบการเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยวจากบริษัททัวร์ หรือไกด์เถื่อน รวมทั้งเฝ้าระวังอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งโครงการ 5 จริงต้องปฏิบัติอย่างเอาจริงเอาจังต่อไป เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในสังคม ส่วนในช่วงเทศกาล หรือหากพบการกระทำผิดเรียกเก็บค่าที่จอดรถอย่างผิดกฎหมายให้กวาดล้างให้สิ้นซาก นอกจากนี้ยังได้ให้ตำรวจในพื้นที่ช่วยกันลดจำนวนอุบัติเหตุลงเดือนละ 10% จากยอดอุบัติเหตุทั้งหมดที่ปัจจุบันยังพบว่ามีจำนวนมาก

Reporter : วรัญญา ทองรอด   Photo : วรัญญา ทองรอด   Category : ข่าวแวดวงสังคม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com