พัทยาเดลินิวส์ ข่าวพัทยา

14 ตุลาคม 2559 :: 07:10:05 am 198492

สั่งย้ายจุดจอดเรือท่องเที่ยวพัทยาออกจากพื้นที่สาธารณะ

ประกาศิต คสช.ประกาศคำสั่งย้ายจุดจอดเรือท่องเที่ยวพัทยาออกจากพื้นที่สาธารณะภายในเดือนตุลาคม โดยไม่มีข้อแม้ ย้ำต้องคืนพื้นที่แก่ส่วนรวมหลังใช้ประโยชน์มานานนับสิบปี
สนใจโฆษณา

พัทยา – วันที่ 13 ต.ค.59 ที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา จ.ชลบุรี พลตรี ยุทธชัย เทียรทอง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 14 เป็นประธานการประชุมร่วมกับภาคส่วนราชการ ประกอบไปด้วย กอ.รมน.จังหวัดชลบุรี จัง หวัดชลบุรี อำเภอบางละมุง เมืองพัทยา สำนักงานเจ้าท่าพัทยา เจ้าหน้าที่ตำรวจ และผู้ประกอบการชมรมเรือท่องเที่ยวเมืองพัทยา เพื่อร่วมหารือเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาท่าเทียบเรือแหลมบาลีฮาย พัทยาใต้ หลังพบว่ามีการร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาความไม่เป็นระเบียบอย่างต่อเนื่อง

 

พลตรี ยุทธชัย กล่าวว่าสำหรับมณฑลทหารบกที่ 14 ได้รับมอบหมายให้ดูแลพื้นที่ของจังหวัดชลบุรี และระยอง โดยเน้นไปที่เมืองพัทยาซึ่งถือเป็นเมืองท่องเที่ยวหลักของประเทศ โดยได้ดำเนินการจัดระเบียบมาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาได้รับการร้องเรียนเป็นอย่างมาก เกี่ยวกับปัญหาของพื้นที่บริเวณท่าเทียบเรือบาลีฮาย พัทยาใต้ ซึ่งพบว่ายังคงขาดระเบียบ อีกทั้งมีปัญหาเรื่องของการจราจรอย่างหนัก

 

ปัญหาเหล่านี้มีผลพวงมาจากการจอดเรือท่องเที่ยวในพื้นที่สาธารณะเป็นจำนวนมาก จนไม่สามารถใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้ จึงมีนโยบายที่จะเข้ามาจัดระเบียบอย่างจริงจัง อีกทั้งในช่วงปลายปี 2560 เมืองพัทยายังได้รับเกียรติในการเป็นเจ้าภาพรองรับการจัดกิจกรรมสวนสนามทางเรือนานาชาติ ที่จะมีทัพเรือจาก 44 ประเทศเข้าร่วมจึงถือเป็นงานใหญ่ระดับนานาชาติ ด้วยเหตุนี้จึงต้องวางแผนและมาตรการในการรองรับพื้นที่ของเมืองพัทยา โดยเฉพาะบริเวณท่าเทียบเรือซึ่งถือเป็นหน้าเป็นตาและต้องปรับปรุงให้เกิดประสิทธิ ภาพสูงสุด

 

ด้านนายชนัฐพงศ์ ศรีวิเศษ ปลัดเมืองพัทยา ปฏิบัติหน้าที่นายกเมืองพัทยา กล่าวว่าสำหรับท่าเทียบเรือดังกล่าวก่อสร้างโดยกรมโยธาธิการและผังเมือง ตามแผนในโครงการฟื้นฟูและบูรณะเมืองพัทยา ซึ่งมีการส่งมอบให้เมืองพัทยาในช่วงปี 2546 ในพื้นที่รวม 18.79 ไร่ ซึ่งในอดีตมีการทำสัญญาสัมปทานพื้น ที่บางส่วนเพื่อรองรับการจัดระเบียบการจอดเรือท่องเที่ยวในลานสาธารณะประมาณ 300 ลำ แต่ด้วยไม่มีมาตรการควบคุมปริมาณเรือที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ปริมาณเรือเพิ่มสูงขึ้นจนถึง 1,000 กว่าลำในปัจจุบัน ส่งผลให้มีสภาพที่แออัดเป็นอย่างมาก

 

กรณีดังกล่าวเมืองพัทยา จึงได้จัดทำโครงการที่จอดรถ-จอดเรือขึ้นเพื่อใช้ในการรองรับ แต่ก็สามารถนำเรือมาเทียบได้เพียง 350 ลำเท่านั้น ขณะที่ปัจจุบันท่าเรือใหม่ ยังประสบปัญหาภัยพิบัติทางธรรมชาติอีกจึงยังไม่สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งขณะนี้ได้เร่งจัดทำแผนในการซ่อมบำรุงและออกแบบการพัฒนาพื้นที่ของท่าเทียบเรือเก่า เพื่อรองรับการจัดกิจกรรมสวนสนามทางเรือแล้ว เหลือเพียงขั้นตอนการประสานกับกองทัพเรือในการหารือเท่านั้น

 

ขณะที่นายเอกราช คันธโร ผอ.สำนักงานเจ้าท่าส่วนภูมิภาคเมืองพัทยา กล่าวว่าด้วยไม่มีกฎหมายในการควบคุมปริมาณเรือท่องเที่ยวที่สอดคล้องกับพื้นที่ ทำให้ปริมาณเรือท่องเที่ยวของเมืองพัทยาเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และปัจจุบันจากจำนวนผู้ประกอบการกว่า 600 ราย มีเรือที่ขออนุญาตจดทะเบียนแล้วกว่า 1,120 ลำ จึงทำให้เกิดความแออัดเป็นอย่างมาก

 

ในส่วนของเจ้าท่านั้นเป็นหน่วยงานที่กำกับดูแลกิจกรรมทางน้ำเป็นหลัก จึงใช้นโยบายตามแผน “พัทยาโมเดล” ขึ้นมาใช้เพื่อควบคุมและกำกับดูแลเส้นทางการเดินเรือและกิจกรรมทางน้ำบริเวณอ่าวพัทยา ซึ่งจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 27 ตุลาคม 2559 นี้ ส่วนปัญหาของพื้นที่จอดเรือนั้นทางออกในระยะสั้นควรจะต้องเร่งพัฒนาปรับปรุงท่าเทียบเรือใหม่เพื่อย้ายจุดจอดของเรือลงไปอยู่ในทะเล ขณะที่เรือในส่วนที่เสียหายหรือไม่ได้ใช้งานก็ต้องย้ายออกไปในพื้นที่ที่เหมาะสม เพื่อลดปัญหาที่เกิดขึ้น

 

ส่วนนายสนิท บุญมาฉาย ประธานชมรมเรือท่องเที่ยวพัทยา ระบุว่านโยบายการจัดระเบียบเรือท่องเที่ยวนั้นถือเป็นเรื่องดีและทางผู้ประกอบการก็ได้หารือกันมาบ้างแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่ก็พร้อมสนับสนุน อย่างไรก็ตามรัฐเองควรหาคำตอบหรือมาตรการในการจัดหาพื้นที่ใหม่เพื่อรองรับการย้ายจุดจอดให้กับเรือเหล่านี้ด้วย เนื่องจากแต่เดิมเรือเหล่านี้ก็มีการขึ้นลงตามชายหาดหลายจุด แต่เมื่อมีนโนบายการจัดระเบียบในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา จึงมารวมกันเพื่อความเป็นระเบียบ

 

ดังนั้น หากจะให้ย้ายออกก็พร้อมดำเนินการแต่จะมีปัญหาเรื่องของพื้นที่รองรับ ซึ่งเบื้องต้นเสนอว่าอยากให้นำเรือออกไปหาจุดจอดใหม่ประมาณ 300-400 ลำ ขณะที่พื้นที่เดิมยังคงสามารถให้เรือจอดได้บางส่วน เนื่องจากหากย้ายทั้งหมดอาจไม่มีพื้นที่รองรับ ที่สำคัญหากสถานที่จอดใหม่ไกลจากพื้นที่รับส่งนักท่องเที่ยว ก็อาจส่งผลกระทบไปถึงค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบการ การจราจรบนท้องถนน และอัตราค่าธรรมเนียมที่จะเรียกเก็บจากนักท่องเที่ยวด้วย ปัญหาค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น อาจส่งผลกระทบไปถึงการท่องเที่ยวได้ในอนาคต

 

ขณะที่ในช่วงเวลาของการจัดงาน ผู้ประกอบการก็พร้อมโยกย้ายเรือออกจากพื้นที่ทั้งหมด เพราะที่ผ่านมาก็ให้ความร่วมมือกับภาค รัฐในการจัดกิจกรรมต่างๆเป็นอย่างดี

 

ด้าน พันเอก ภพอนันต์ เหลืองภานุวัฒน์ รอง ผบ.มทบ.14 ระบุว่าพื้นที่จอดเรือที่ใช้กันอยู่ในปัจจุ บันถือเป็นที่สาธารณะดังนั้นการนำเรือเข้ามาจอดหรือใช้พื้นที่ก็ต้องถือว่าไม่ถูกต้อง ด้วยเหตุนี้จึงต้องมีการเคลื่อนย้ายเรือออกจากพื้นที่แห่งนี้อย่างเป็นรูปธรรม และต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนสิ้นเดือนตุลาคมนี้โดยไม่มีข้อแม้ เนื่องจากมีความจำเป็นจะต้องเร่งส่งมอบพื้นที่ให้กับเมืองพัทยา เพื่อพัฒนาปรับปรุงให้เกิดความสวยงามและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อส่วนรวม

 

อีกทั้งยังเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการจัดกิจกรรมสวนสนามทางเรือนานาชาติ ซึ่งเหลือระยะเวลาอีกไม่นาน โดยกรณีเหล่านี้ถือเป็นเรื่องที่ต้องดำเนิน การด้วยเป็นนโยบายหลักของ คสช.ในการคืนพื้นที่สาธารณะแก่แผ่นดิน ซึ่งมีผลการปฏิบัติมาแล้วทั่วประ เทศที่จะมายกเว้นให้กับใครโดยเฉพาะไม่ได้

 

สำหรับปัญหาของการจัดหาพื้นที่รองรับนั้น คงเป็นเรื่องของผู้ประกอบการจะต้องบริหารจัดการเอง คงไม่ใช่หน้าที่ของรัฐ ด้วยมีงบประมาณในการจัดซื้อหาเรือมาทำกินได้ในราคาแพงก็ต้องดำเนินการจัดหาที่จอดได้ และรูปแบบวิธีการเคลื่อนย้ายก็ต้องไม่ไปส่งผลกระทบต่อสังคมโดยรวมด้วย ซึ่งเรื่องนี้ผู้ประกอบการต้องวางแผนบริหารจัดการ พร้อมมอบหมายเจ้าหน้าที่ตำรวจลงมากำกับดูแลอย่างใกล้ชิด

 

การดำเนินการดังกล่าวต้องมีผลปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม และวอนให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ เนื่องจากต้องการทำเพื่อส่วนรวม ซึ่งหากพบว่ามีการดื้อแพ่งหรือสร้างความขัดแย้ง ก็จะมีการใช้กำลังทหารและกฎหมายเข้ามาบังคับอย่างเด็ดขาด เนื่องจากการบุกรุกที่สาธารณะก็ถือว่าเป็นการกระทำที่เข้าข่ายผู้มีอิทธิพล

Reporter : ญาณวรุฒน์   Photo : ญาณวรุฒน์   Category : ข่าวแวดวงสังคม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com