พัทยาเดลีนิวส์

Hilton
02 กุมภาพันธ์ 2556 :: 09:02:39 am 100205

สั่งเตรียมพื้นที่ 400 ไร่ผุดศูนย์รับผู้อพยพโรฮิงญา

วงในหน่วยงานความมั่นคงอ้าง มีความเคลื่อนไหวที่จะผลักดัน ให้มีการสร้างศูนย์อพยพให้กับโรฮิงญา เบื้องต้นคาดจะต้องใช้ที่ดินกว่า 400 ไร่ ขณะที่ผู้นำท้องถิ่นไม่เห็นด้วย ชี้จะเป็นการผลักภาระมาให้กับจังหวัดมากขึ้น

เจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงจังหวัดระนอง เปิดเผยว่า มีคำสั่งให้จังหวัดระนองเร่งดำเนินการหาสถานที่ในการก่อสร้างศูนย์รับผู้อพยพชาวโรฮิงญา โดยให้มีข้อสรุปภายในเดือน ม.ค.นี้ โดยเฉพาะจุดบริเวณที่จะมีการก่อสร้าง ทั้งนี้ หน่วยงานด้านความมั่นคงจังหวัดระนอง ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจจุดบริเวณที่จะดำเนินการก่อสร้างศูนย์รับผู้อพยพชาวโรฮิงญา พบว่ามีความเหมาะสม 2 จุดคือที่ ต.ราชกรูด อ.เมือง มีข้อดีอยู่ใกล้หน่วยทหาร ร. 25 พัน 2 และ ต.ม่วงกลวง อ.กะเปอร์ ที่พบว่าเป็นพื้นที่ที่มีชุมชนชาวมุสลิมล้อมรอบ แต่จากการศึกษาถึงรายละเอียดในด้านต่างๆ พบว่าที่ ต.ม่วงกลวงมีความเหมาะสมที่สุด โดยเฉพาะมีพื้นที่ว่างถึง 400 ไร่ ที่เป็นทุ่งสงวนเลี้ยงสัตว์ที่สามารถก่อสร้างศูนย์รับผู้อพยพได้ ทั้งยังอยู่ใกล้มัสยิดซึ่งชาวโรฮิงญาสามารถใช้วิถีชีวิตของชาวมุสลิมได้อย่างสะดวก

นายปรีชา ปินัง กำนัน ต.ม่วงกลวง อ.กะเปอร์ จ.ระนอง กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบข่าวว่าจะมีการผลักดันให้มีการจัดตั้งศูนย์รับผู้อพยพชาวโรฮิงญาที่บริเวณที่ดินทุ่งเลี้ยงสัตว์บ้านบางเบน ซึ่งตั้งอยู่ ม. 2 ต.ม่วงกลวง อ.กะเปอร์ แต่ก่อนหน้านี้มีความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานที่เดินทางลงมายังพื้นที่อย่างผิดสังเกตุทั้ง ทั้งคนไทยและต่างชาติ แต่ไม่ได้แจ้งวัตถุประสงค์ว่าที่ลงมายังพื้นที่เป็นเรื่องอะไร แต่ที่ตนได้พาไปสำรวจทั้งบนบกและทะเลเห็นว่าเจ้าหน้าที่เหล่านั้นต่างถ่ายภาพและเก็บข้อมูลจุดสำคัญๆภายในหมู่บ้าน รวมถึงในทะเล

“หากมีการจัดตั้งศูนย์รับผู้อพยพชาวโรฮิงญาจริงนั้น ส่วนตัวมองว่าการช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์เป็นสิ่งที่ดี แต่ควรที่จะทำประชาคมหมู่บ้านเพื่อสอบถามความคิดเห็นของชาวบ้านในพื้นที่ก่อน หากชาวบ้านในพื้นที่ซึ่งกว่า 90% ที่นับถือศาสนามุสลิมเห็นด้วยชุมชนคงไม่ขัดข้อง แต่ขอให้ทางรัฐมีการศึกษาผลกระทบและหามาตรการในการรองรับไว้ด้วย รวมถึงการดำเนินการหาช่องทางในการแก้ไขปัญหาในระยะยาวให้กับชาวโรฮิงญาไม่ใช่ให้พื้นที่มีการแบกรับเพียงฝ่ายเดียว หากต้องรับก็ต้องหาทางส่งต่อให้เร็วที่สุด” นายปรีชา กล่าว

นายสุชีพ พัฒน์ทอง แกนนำคัดค้านการจัดตั้งศูนย์อพยพชาวโรฮิงญาที่จังหวัดระนอง กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยที่จัดตั้งศูนย์ผู้อพยพชาวโรฮิงญาขึ้นในประเทศไทย โดยเฉพาะจังหวัดชายแดนแนวฝั่งทะเลอันดามัน เพื่อให้ความช่วยเหลือชาวโรฮิงญาก่อนที่จะถูกส่งตัวต่อไปยังประเทศที่สาม “ขณะนี้มีแนวร่วมต่อต้านชาวโรฮิงญาในเขตพื้นที่จังหวัดระนองเพิ่มมากขึ้น และพร้อมที่จะเคลื่อนไหว หากมีข่าวสารใดๆ ถึงการแสดงให้เห็นว่าระนองต้องรับผิดชอบคนกลุ่มนี้ ซึ่งขณะนี้พวกเราไม่ต้องการ ยิ่งโดยเฉพาะศูนย์อพยพยิ่งไม่ต้องการเลย หากองค์กรต่างๆยังคงเคลื่อนไหวในเรื่องนี้ คนระนองก็พร้อมที่จะเคลื่อนไหวต่อต้าน”

นายสุชีพ กล่าวว่า แม้ว่าส่วนหนึ่งจะเห็นใจชาวโรฮิงญา แต่เมื่อคิดถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นหากให้คนกลุ่มนี้เข้ามายังพื้นที่จังหวัดระนอง ไม่ว่าจะเป็นการให้เข้ามาอาศัยอยู่ในพื้นที่ หรือแม้กระทั่งให้มีการจัดตั้งศูนย์อพยพขึ้น คงจะเกิดผลกระทบอย่างมากและปัญหาต่างๆ ตามมาอีกมากมาย ทั้งที่ในปัจจุบันจังหวัดระนองมีปัญหาจากแรงงานต่างด้าวที่อาศัยอยู่นับแสนคน ส่งผลให้เกิดปัญหาทั้งทางด้านสังคม ความมั่นคง สาธารณสุข ดังนั้นหากเพิ่มชาวโรฮิงญาเข้ามาอีกกลุ่ม ปัญหาในจังหวัดระนองคงจะตามมาอีกมากอีกทั้งประเทศไทยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับคนกลุ่มนี้ ประเทศที่เกี่ยวข้องทั้งพม่า บังกลาเทศ อังกฤษ น่าจะเข้ามาดูแลมากกว่าที่จะให้ประเทศไทยที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องต้องมาแบกรับภาระหรือปัญหาที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเราเลย

พ.อ.นรินทร์ พรรณรายน์ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดระนอง เปิดเผยว่าทางจังหวัดระนองไม่พร้อมที่จะจัดตั้งศูนย์อพยพชั่วคราวให้กับชาวโรฮิงญา เนื่องจากปัจจุบันนี้จังหวัดระนองต้องแบกรับภาระปัญหาที่เกิดจากแรงงานต่างด้าวชาวพม่า รวมถึงลาวและกัมพูชา ที่เข้ามาทำงานและอาศัยอยู่ในจังหวัดระนองเป็นจำนวนมาก โดยปัญหาชาวโรฮิงญาควรจะให้ประเทศต้นทางเข้ามาดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดในการเสนอให้จัดตั้งศูนย์อพยพชาวโรฮิงญาเนื่องจากชาวโรฮิงญาที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยไม่ได้มีจำนวนมาก จนถึงกับต้องจัดตั้งศูนย์อพยพ

ที่มา : ระวังภัย

Photo : Internet   Category : สังคม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com