พัทยาเดลีนิวส์

28 สิงหาคม 2551 :: 17:08:21 pm 1637

สาวพัทยา ฆาตกรฆ่าสามีอย่างเหี้ยมโหด

ข่าวอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับผู้หญิงพัทยา ดูเหมือนจะมีตราสัญลักษณ์เฉพาะ ที่ทำให้นักท่องเที่ยวเอือมระอา หญิงสาวที่พัฒนาจากสาวสนุก แสนเซ็กซี่ กลายเป็นสาวขี้ยาชิงทรัพย์ โกหกหลอกลวง เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้แฟนต่างชาติฆ่าตัวตาย โดยวิธีหลากหลาย สถิติดังกล่าวไม่มีแนวโน้นจะลดลง และที่สุด สาวพัทยาพัฒนาตัวเองเป็นอาชญากรเลือดเย็น สร้างความหวาดผวา จนเป็นข่าวไปทั่วโลก ดังกรณีนี้เป็นตัวอย่าง
สนใจโฆษณา

บทความชิ้นหนึ่งที่ฮือฮามากในกลุ่มชาวต่างชาติ เขียนโดย andrew drummond และเพื่อน เล่าถึงเรื่องราวของ
โดยใช้ชื่อบทความว่า “ชายผู้หยั่งรู้วันตาย” เขาเริ่มบทความดังนี้

“เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์” จากผู้ชายคนหนึ่งที่ได้ล่วงรู้ว่าตัวเองจะถูกฆาตกรรม โดยภรรยาสาวที่เขารัก

เอียน บีสตัน มองเห็นชีวิตใหม่ของเขาในชนบทของประเทศไทย ที่มีแต่ความงดงามและสงบสุขอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เขามีความสุขและอิ่มเอมกับผืนนาอันเขียวขจีบนเนื้อที่หลายเอเคอร์ ที่เขาได้ซื้อมันด้วยเงินที่เขาเก็บออมไว้เมื่อเกษียณอายุ และเขาก็ภูมิใจอย่างที่สุด ที่ทุกคนจะได้เห็นสาวน้อยชาวไทย ผู้ซึ่งมักอยู่ในวงแขนของเขาและบอกกับเขาอยู่เสมอว่า จะรักเขาอย่างไม่มีวันเสื่อมคลาย

เอียน ปลาบปลื้มกับชื่อ “สุวรรณภูมิ” ซึ่งเป็นที่ที่เขาได้สร้างบ้านบนที่ผืนนี้ เนื่องจากมันหมายถึง “พื้นที่สีทอง” มันทำให้ เขามองเห็นถึงอนาคตอันสดใสเป็นสีทองของเขาด้วย

มัน อาจจะไม่ยากที่จะเข้าใจว่า ทำไมนักออกแบบวิศวกรศีรษะล้านอายุมากที่เกษียณแล้วอย่างเขา จะได้มีโอกาสค้นพบตัวเองอย่างไม่รู้ตัวว่า ตัวเองนั้นต้องมนต์เสน่ห์ของสาวน้อยจากอีกฝั่งซีกโลกหนึ่ง

และ แล้วเอียนก็ได้ย้ายเข้ามาอยู่บนพืนดินที่เขาได้ตั้งใจไว้เมื่อ 15 ปีที่แล้ว หลังจากที่เขาได้หย่ากับภรรยาเก่าและเกษียณอายุตัวเองก่อนกำหนด โดยเลิกทำงานประจำที่จำเจมานาน จากเช้าจรดเย็นในโรงงานเครื่องยนต์ของบริษัทฟอร์ด ในเมืองดาเกนแฮม เอสเส็กซ์

เอียน เลือกที่จะเป็นส่วนหนึ่งของบรรดาชายชาวอังกฤษจำนวนนับร้อยคน ซึ่งหลายคนอาจจะเรียกพวกเขาว่าเป็นคนโง่หลอกตัวเอง และเป็นพวกหลงผิดที่ได้เลือกที่มาอยู่ในประเทศไทย กับภรรยาคนไทย

แต่..พระเจ้าทำไมไม่เห็นใจเอียนเลย…

ในที่สุดดินแดนในฝันที่เขาคิดว่าเขาได้ค้นพบเมื่อหลายปี ได้สิ้นสุดลงในที่สุดด้วยความขมขื่น…

วันเสาร์ ของต้นเดือนสิงหาคม มีผู้พบชายเกษียณอายุถูกทำร้ายจนถึงแก่ชีวิต โดยร่างของเขาได้ถูกพบจมกองเลือดอยู่ในบ้านอันแสนรักที่เขาได้สร้างมันขึ้นมาในจังหวัดร้อยเอ็ด ทางภาคอีสานของประเทศไทย

วัชรี วรรณ ภรรยาวัย 42 ปีของเขา ถูกตั้งข้อหาทำร้ายร่างกายและแทงเขาจนถึงแก่ความตาย โดยมี นายสมจิต ยานง อายุ 48 ปี สามีเก่าของเธอช่วยในการก่อฆาตกรรมอย่างไร้มนุษยธรรม

เอียน ชายชาวอังกฤษ อายุ 69 ปี รู้ระแคะระคายว่าภรรยาของเขาได้วางแผนที่จะฆ่าเขามาหลายเดือน เขารู้สึกไม่ปลอดภัยจึงได้แจ้งไว้กับทนายของเขาว่า มันอาจจะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้

เขาได้เขียนจดหมายฉบับหนึ่งชื่อว่า “เพียงแค่รอเวลาเท่านั้น” ซึ่งเขาได้ให้ทนายของเขาเก็บไว้เมื่อสองสามอาทิตย์ก่อนที่จะเกิดเหตุสะเทือนขวัญ

“ผมเกิดความกลัวในชีวิตของผมจริง ๆ”

ก่อนที่เขาจะถูกฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยม เขาเชื่อว่าภรรยาของเขาได้พยายามจะวางยาพิษเขา และได้ส่งตัวอย่างของเบียร์ที่มีอยู่ในบ้าน เพื่อให้ทางโรงพยาบาลตรวจสอบ

ความกลัวอันน่าสลดใจได้มาถึง

นางวัชรีวรรณ และนายสมจิต ถูกควบคุมตัวกลับไปที่บ้านของเอียน ที่เต็มไปด้วยคราบเลือด มันเป็นภาพอันน่าสยดสยอง เมื่อนายสมจิตถูกถ่ายภาพโดยที่เขาถือไม้เบสบอลอยู่ในมือ แล้วทำท่าฟาดลงไปที่ศีรษะของตำรวจนายหนึ่งที่นอนคว่ำหน้าอยู่บนพื้น เพื่อประกอบการทำแผนฆาตกรรมตามธรรมเนียมในประเทศไทย

ใน ที่สุด สมจิตได้สำนึกผิด และยอมรับกับตำรวจว่าเขาได้ฆ่าเอียน ด้วยความรักในตัวนางวัชรีวรรณ ในขณะที่นางวัชรีวรรณ ซึ่งขณะนี้กลายเป็นแม่หม้ายผู้มีอาการนิ่งเฉย ได้ถูกชาวบ้านนับร้อยคนที่คอยมาดูเหตุการณ์อยู่ที่สนามหญ้านอกบ้านของผู้ตาย รุมด่าว่าและเหยียดหยามในการกระทำของเธอ

มันอาจจะดูเป็นเรื่องโศกนาฎกรรมที่เกิดขึ้นโดยทั่วไป แต่อันที่จริงแล้วมันเป็นเรื่องที่ผิดธรรมดาอย่างเห็นได้ชัด

ทั้ง ๆ ที่ เอียนได้ทราบมาก่อนแล้วตัวเองจะถูกฆาตกรรม แต่ก็ยังดื้อรั้นที่จะอยู่และไม่ยอมออกไปเสียจากบ้านของตนเอง

เพื่อน ของเขาในประเทศไทย ที่ได้มาร่วมการไว้อาลัยให้แก่ร่างอันไร้วิญญาณของเอียน ต่างก็คลางแคลงใจไม่หาย ในการกระทำของเขา

“เราพยายาม ที่จะเกลี้ยกล่อมให้ เขาออกไปเสียจากบ้าน แต่ไม่เป็นผลสำเร็จ เนื่องจากเขาเห็นว่าเป็นการยอมแพ้” แอดรู เฮอริงตันเพื่อนบ้านวัย 51 ปี ผู้ซึ่งเกษียณแล้ว จากการเป็นคนขับรถของ HGV จากเมืองเบอมิงแฮม และเป็นคนแรกที่พบกับภาพอันโหดร้าย เมื่อพบร่างของเอียนที่ถูกตีจนตาย กล่าว

“เอียน เคยพูดว่าเขาอยากที่จะอยู่ที่นี่ ถึงแม้ว่าเขาจะต้องตาย เขาเป็นกังวลมาโดยตลอดอย่างน้อยก็เกือบปี เมื่อเขาทราบว่าภรรยาและสามีเก่าของเธอ วางแผนที่จะฆ่าเขาเพื่อที่จะยึดเอาบ้าน 2 หลัง กับร้านอาหาร ที่สร้างอยู่บนที่ของเขา”

การวางแผนที่จะฆ่าเอียน มันไม่เป็นความลับเลยในสังคมเล็ก ๆ ในต่างจังหวัด เพราะก่อนที่ผมจะกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดที่เบอมิงแฮมเมื่อเร็ว ๆ นี้ ตำรวจได้บอกกับผมว่า “บางทีเพื่อนของคุณอาจจะไม่มีชีวิตอยู่ เมื่อคุณกลับมา” เขาบอกอีกว่าเอียนได้ลงทุนซื้อปืนไว้เพื่อป้องกันตัวเองด้วย

แต่ ในที่สุด การที่นายเอียนเลือกที่จะอยู่ในบ้านของตนเอง เขาปฎิเสธที่จะออกไปเสียจากประเทศไทย เพื่อรักษาชีวิตของตัวเองไว้

แน่นอน…มันเป็นเรื่องของเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง

ตำรวจ สืบสวนเชื่อว่ามันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ที่เอียนได้กำหนดให้วันจันทร์ที่จะมาถึง เป็นวันหย่าร้างกับภรรยาที่ไม่ซื่อสัตย์ของเขา………….

เรื่องราวในการใช้ชีวิตในช่วงอาทิตย์ท้าย ๆ ของเอียน แตกต่างไปจากชีวิตของเขาในประเทศอังกฤษอย่างสิ้นเชิง เมื่อเขาต้องมาเป็นบทสอนใจให้แก่คนแก่อันโง่เขลาที่มาตกหลุมรัก

ย้อนเวลากลับไปนานมากในอดีต….

เอียน เกิดที่ เกรท โบว์เดน ในเมืองแลงคาสเตอร์ เขาเติบโตขึ้นมาในย่าน ตลาด Harborough เอียนเป็นนักเรียนที่ฉลาดและขยัน ในวัยหนุ่มเขายังได้ร่วมเป็นนักเรียนทหาร และรูปของเขาในเครื่องแบบได้ถูกตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ของท้องถิ่นในปี 1955 ด้วย

เขาได้แต่งงานกับ Margaret Gardner ผู้หญิงชาวบ้านคนหนึ่งจากเมือง Oundle ในปี 1962 และเขาก็ได้ย้ายถิ่นที่อยู่มาที่ เมือง Essex เมื่อเขาเริ่มทำงานให้แก่โรงงานของ Ford ในเมือง Dagenham.

แม้ ว่าเขาจะได้พบกับประสบการณ์อันเลวร้าย เมื่อแม่และพ่อเลี้ยงของเขา ต้องเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อ ปี 1966 แต่ชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไป ภรรยาของเขาได้ให้กำเนิดบุตรชาย 2 คน ซึ่งเพื่อนของเขาได้เล่าว่าบุตรของเขาคนหนึ่งพิการ แต่อีกคนหนึ่งชื่อ Julian อายุ 40 ปี เป็นนักดนตรีและอาศัยอยู่ที่ Los Angeles

ชีวิต การแต่งงานของเอียนได้สิ้นสุดลงไปเมื่อ 20 ปีที่แล้ว แต่อดีตภรรยาของเขา ซึ่งขณะนี้อยู่ที่เมือง Lincolnshire ไม่พร้อมที่จะกล่าวถึงการตายของสามีเก่าหรือในรายละเอียดใด ๆ ทั้งสิ้น

เพื่อน ๆ ของ เอียนกล่าวว่า เอียนเองก็ดูเหมือนจะไม่เต็มใจที่จะพูดถึงมันเช่นกัน

เพื่อน ของเขาคนหนึ่งอ้างว่า เอียนและลูกชายของเขามีเรื่องบาดหมางใจกัน แม้ว่า Julian เองได้พยายามติดต่อกับพ่อของเขาหลายครั้งในหลายปีที่ผ่านมา แต่ก็ไม่เป็นผล

เอียนย้ายมาอยู่ประเทศไทยเมื่อ 15 ปีที่แล้ว พร้อมกับเงิน 350,000 ปอนด์ ( ประมาณ 21 ล้านบาท) ที่เขาได้เก็บสะสมไว้ตลอดชีวิต และเขาก็ได้ใช้เงินก้อนนั้นไปเกือบหมดบนที่ที่เขาซื้อ “เขามีความสนใจที่จะทำธุรกิจที่นี่” เพื่อนของเขาคนหนึ่งกล่าว

“ผม พบเขาเมื่อประมาณ 24 ปีก่อน เขารักที่นี่และรู้สึกว่ามันเป็นเหมือนบ้านของเขา ผมคิดว่าเมื่อเขาล้มเหลวกับชีวิตของเขาที่ประเทศอังกฤษ เขาจึงไม่ตัดสินใจอย่างไม่ลังเลเลยว่า เขาจะมาอยู่ที่นี่ตลอดไป”

นาย เอียน ซื้อที่ดินหลายเอเคอร์ และเขายังได้ลงทุนสร้างบ้านอันสวยงามเพื่อแต่งงาน บ้านพักรับรอง และร้านอาหารให้ภรรยาประกอบธุรกิจ

เอียนก็เป็นเช่นดียวกันกับชาวต่างชาตินับร้อยคนที่มา จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 300 ไมล์ เขาได้พบกับ วัชรีวรรณ ผู้ซึ่งเต็มใจที่จะเป็นเจ้าสาวและใช้ชีวิตร่วมกับเขา โดย เขาได้พบเธอที่บาร์แห่งหนึ่งที่เธอทำงานอยู่ในเมืองพัทยา ซึ่งเป็นเมืองพักตากอากาศชายทะเลในภาคตะวันออก ที่มีชื่อเสียงทางด้านเพศในหมู่นักท่องเที่ยว

มันอาจจะไม่ใช่เหตุผลอย่างแรกที่เอียนไปเที่ยวพัทยา เอียนไปที่นั่น ด้วยเหตุผลเดียวกับนักท่องเที่ยวคนอื่น ๆ แต่ในที่สุดเขาก็ได้หลงในเสน่ห์ของ วัชรีวรรณ เข้าเสียแล้ว และดูเหมือนว่าเขาจะเชื่อมั่นในตัวเองว่า สาวน้อยต่างชาติได้หลงในรูปร่างหน้าตาและเสน่ห์ของเขาอย่างจริงใจ ไม่ใช่เพื่อทรัพย์สมบัติที่เขาอาจจะหยิบยื่นให้

ในที่สุดทั้งสองก็ได้แต่งงานกันในปี 1999 แต่ไม่มีญาติพี่น้องของเขาสักคนมางานแต่งงานที่ประเทศที่เขาเรียกมันว่าบ้าน ดูเหมือนว่าเมื่อเขาทิ้งประเทศอังกฤษมา เขาได้ทิ้งญาติพี่น้องของเขาด้วย

“เขา เป็นคนดี เป็นเพื่อนที่ดี มีเสน่ห์ เขาออกแบบบันไดบ้านให้ผม โดยไม่คิดเงินแม้แต่สตางค์แดงเดียว” เพื่อนคนหนึ่งกล่าวเสริม

ชาวต่างชาติอีกคนหนึ่งได้กล่าวว่า “ชาวตะวัน ตกส่วนมากที่อยู่ที่นี่ เวลาเห็นนาข้าวที่เขียวขจีแล้วทำให้เกิดความโรแมนติค และตัดสินใจที่จะซื้อมัน แต่ก็ได้เรียนรู้อย่างรวดเร็วภายหลังว่ามันเป็นพื้นที่ที่ห่างไกลจากการดำรง ชีวิตที่เคยเป็นอยู่”

“ไม่มีอะไรทำใน แต่ละวัน นอกจากดูอินเตอร์เน็ท หรือ ทีวี คุณอาจจะอยู่กับผู้หญิงที่วิเศษและแสนสวย แต่ว่าคุณต้องติดอยู่กับที่นั่นกับเธอ 24 ชั่วโมง มันทำให้คุณทั้งสองคนค่อย ๆ เบื่อซึ่งกันและกัน แล้วก็การที่ผู้ชายเหล่านั้นพูดภาษาไทยไม่ได้ ก็เลยทำให้ไม่ทราบว่าเธอได้พูดอะไรกันบ้าง กับครอบครัวและพี่น้องของเธอ”

“มีชาวตะวันตกมากมายที่แต่งงานกับผู้หญิงที่อ่อนกว่า และทำให้ผู้ชายชาวบ้านที่อยู่แถบนั้นถูกสบประมาท ผู้หญิง บางคนอาจจะมีพันธะแล้วกับผู้ชายพวกนั้น เธอแต่งงานกับผู้ชายชาวตะวันตก เพราะเงินหรือความมีหน้ามีตา แต่ก็ยังคงความสัมพันธ์กับผู้ชายไทยคนเดิม โดยไม่ให้สามีชาวต่างชาติทราบ” ชาวต่างชาติอีกคนหนึ่งเสริม

“และผู้ชายไทยส่วนมากยอมรับมันได้ ด้วยเพราะเหตุที่คาดเดาว่ามันคงไม่ยั่งยืน แล้วการแต่งงานก็จะสิ้นสุดลงในที่สุด”

ใน กรณีของ วัชรีวรรณ ดูเหมือนว่าทั้ง ๆ ที่เธอได้แต่งงานแล้ว แต่เธอก็ยังไม่เลิกคบกับ นายสมจิต คนรักเดิมของเธอ ความรักไม่ได้เป็นสาเหตุที่เธอแต่งงานกับเอียน เธอยังได้แอบไปพบคนรักเดิมของเธออยู่เป็นประจำในรอบปีที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าเธอจะกลับมาบ้านก็ตาม

“เอียนได้บอกกับเธอว่า การแต่งงานได้จบลงแล้ว” บิล แลมป์ เพื่อนบ้านชาวออสเตรเลียกล่าวและว่า “เธอได้สร้างบ้านหลังเล็กอีกหลังหนึ่งบนที่ดินผืนนั้น เพื่อที่ว่าเพื่อนชายคนรักของเธอจะได้ย้ายเข้ามาอยู่ด้วย”

“ทุก ครั้งที่เราไปเยี่ยมเอียน ภรรยาของเขาจะตะโกนออกมาจากด้านหลังบ้านว่า เธอได้แจ้งต่อผู้ใหญ่บ้านแล้วว่า ไม่ให้เราเข้าไปที่บ้านอีก หญ้าที่อยู่รอบบ้านก็ยาวมาก เพราะว่าเธอไล่คนสวนออก”

“เธอ พูดถึงเขาในแง่ไม่ดีและทำให้ทุกคนในหมู่บ้านเป็นศัตรูกับเขา เธอจะออกมาตะโกนและบอกว่า “ที่นี่บ้านฉัน ที่นี่ที่ของฉัน”

ความ เครียดได้สะสมมากขึ้นในรอบหลายปีที่ผ่านมา จนกระทั่งเมื่อ 4 เดือนที่แล้ว เอียนพบว่า นางวัชรีวรรณ ได้นำทรัพย์สินของเขาไปจำนอง เพื่อเอาเงินสดจากธนาคาร เธอทำอย่างนั้นได้เพราะว่าทรัพย์สินทุกอย่างอยู่ในชื่อของเธอ หรือไม่ก็มีชื่อร่วมกัน

เขา จึงได้ตัดสินใจที่จะสู้เพื่อความยุติธรรมในศาล ในจดหมายฉบับหนึ่งที่เขาส่งถึงทนายทางไปรษณีย์ เขาได้กล่าวถึงสภาพทางจิตใจอันย่ำแย่ของเขา ที่เขาได้ให้คำมั่นสัญญาเกี่ยวกับการหย่าร้างอันขมขื่น

“นี่ คือความต้องการของผม เพื่อที่จะให้เกิดความพอใจในข้อตกลงในการหย่าร้างระหว่างผมและภรรยา ในเรื่องที่เธอแอบฉ้อฉลเกี่ยวกับเงินก้อนใหญ่ ที่เธอเอาไปโดยที่ผมไม่ทราบและไม่ยินยอม”

“ผม คิดว่าความต้องการของผมมีเหตุผลที่เหมาะสมที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับความเป็นจริงที่ว่าเงินและทรัพย์สินทั้งหลาย มาจากผมแต่เดิมทั้งหมด”

“ผมอยากจะให้ คุณดำเนินการเรียกร้องในนามของผม ด้วยผมเกิดความเครียดทางจิตใจเป็นอย่างมากในเรื่องที่เกิดขึ้น ผมทราบดีว่า เธอคงจะไม่มีเงินอยู่กับเธอแล้ว แต่เราควรจะหาทางที่จะให้ได้รับการชดใช้คืนมา”

หลัง จาก 2 สัปดาห์ผ่านไป เอียนได้ยอมรับกับเพื่อนของเขาว่า เขาไม่มีเงินแล้ว และเขาต้องขายของที่เขามีอยู่เพื่อความอยู่รอด จนกว่าเขาจะชนะความและได้เงินกลับมา

“ใน 3 เดือนที่ผ่านมา เขาเหมือนถูกขังคุกอยู่ในบ้านของเขาเอง” แลมป์ กล่าวและว่า “เราต้องเอาอาหารไปให้เขา เนื่องจากเขาต้องกินเพียงมันบดเพื่อประทังชีวิต”

เพื่อนทางธุรกิจคนหนึ่งซึ่งไม่ประสงค์จะออกนาม ได้พบเอียน 10 วันก่อนที่เขาจะถูกฆาตกรรม เล่าว่า “เขาดูเหนื่อยและอ่อนแรง เขาพูดออกมาอย่างซื่อ ๆ เกี่ยวกับชะตากรรมที่เขาจะได้รับว่า เขาได้วางกระป๋องเบียร์และเหล้าที่ยังไม่ได้เปิดไว้ในตู้เย็นในบ้าน แต่เขารู้ว่ามันได้ถูกเปิด เขาจึงคิดว่ามันถูกใส่ยาพิษลงไปในนั้น

ผม บอกเขาว่า “เอียนผมมีห้องชุดอยู่ 18 ห้องในพัทยา แล้วก็มีชาวต่างชาติพักอาศัยอยู่เต็ม ทำไมคุณไม่ย้ายมาอยู่เพื่อคุณจะได้ปลอดภัย คุณจะไม่รู้สึกเหงาหรือเกิดความกลัวเหมือนอยู่ที่นี่” แต่เขาไม่ฟัง.

เขาพูดว่าเขารักบ้านของเขามากและเขาก็จะไม่จากหรือทิ้งมันไปเป็นเด็ดขาด

หลัง จากนั้นประมาณ 2 สัปดาห์ ทุกอย่างมันเลวร้ายมากขึ้นเมื่อเพื่อน ๆ ของเอียน พบเขาเดินโต๋เต๋อยู่บนถนนใกล้กับหมู่บ้านที่เขาอยู่ เพื่อน ๆ ถาม เอียนก็สารภาพว่า เขากลัวว่าจะต้องเจอกับภรรยาตัวร้ายของเขา เขาไม่รู้สึกปลอดภัยเลย

แฮริงตันเล่าว่า เขามีนัดกับเอียนเมื่อวันอาทิตย์ที่แล้ว

“เขาไม่มาพบตามนัด” เขากล่าว

“ผม เกิดความสงสัยขึ้นมา ผมจึงไปที่บ้านของเขา และพบว่ารถของเขาจอดอยู่ที่นั่นและบ้านได้ถูกปิดล็อคอยู่ โดยสัญชาติญาณผมรู้ว่าต้องเกิดอะไรขึ้น ภรรยาของเขาออกมาตะโกนใส่ผม และไล่ผมกับภรรยาให้กลับไป ผมจึงตัดสินใจแจ้งตำรวจ เมื่อตำรวจมาจึงได้พบว่า เอียนได้ถูกตีอย่างทารุณจนเสียชีวิตไปแล้ว

จากการพิสูจน์ศพ พบว่าเอียนต้องทนทรมานกับความเจ็บปวดถึงเจ็ดชั่วโมง กว่าเขาจะหมดลมหายใจ..

จู เลี่ยน ลูกชายของเอียน มีกำหนดเดินทางมาถึงกรุงเทพ ฯ ในสุดสัปดาห์นี้ เพื่อช่วยจัดการเรื่องงานศพพ่อของเขา เพราะไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม เอียนก็ได้แจ้งไว้กับเพื่อนและทนายของเขาว่า เขาต้องการที่จะให้จัดทำพิธีศพที่เมืองไทย

ถึงแม้ว่า “ประเทศไทยจะไม่ได้เป็นแผ่นดินทองอย่างที่คิด”

“การนำศพกลับไปประเทศอังกฤษจึงไม่ใช่เป็นทางเลือก เขาได้บอกผมว่าอากาศอันหนาวเย็นไม่เหมาะสำหรับเขา” แลมป์กล่าว

ด้วย การตัดสินใจที่แน่วแน่ของเอียน ที่ได้เดินจากภรรยาของเขามา เขาจึงมีความรู้สึกว่าเป็นการเสียศักดิ์ศรี หากต้องกลับไปอังกฤษ เพราะท้ายที่สุดมันดูเหมือนว่ามันไม่มีอะไรเหลือที่เขาจะกลับไปอังกฤษ การที่เขาได้ทิ้งทุกอย่างมาแม้กระทั่งครอบครัวของเขา เพื่อมาตั้งต้นชีวิตใหม่กับภรรยาคนไทย ทุกสิ่งทุกอย่างไม่สามารถหวนกลับไปได้อีกแล้ว

สุดท้ายเอียน ต้องชดใช้บทเรียนราคาแพงด้วยชีวิตของเขา เขาได้เขียนข้อความนี้ในจดหมายถึงทนายของเขาเมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว

ก่อน ที่เราจะเจอกัน เธอพักอยู่ในห้องเล็ก ๆ กับผู้หญิงอื่นอีก 4 คน พ่อและแม่ของเธออาศัยอยู่ในกระท่อมไม้เก่า ๆ ผมได้ทำให้พวกเขาทุกคนได้มีบ้านอยู่ที่สุขสบายพร้อมด้วยเครื่องอำนวยความ สะดวก

“และนี่คือคำขอบคุณที่ผมได้รับจากพวกเขา”


http://www.andrew-drummond.com/tag/ian-beeston

http://www.wikio.co.uk/news/Ian+Beeston

Reporter : ศิริทานนท์   Photo : Internet   Category : จดหมายถึง บก.

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com