พัทยาเดลินิวส์ ข่าวพัทยา

19 กรกฎาคม 2559 :: 09:07:07 am 193033

สาวเจ้าของคาราโอเกะลั่นเอาผิด สารวัตรสืบภาค 2 ยัดข้อหาให้ถึงที่สุด

กรณี ‘สารวัตร’ สังกัด บก.สส.ภ.2 จะสั่งปลด “ผบ.ตร.” ล่าสุดสาวเจ้าของ’โอเกะที่ถูกจับข้อหาค้าประเวณีออกมาเล่าเหตุการณ์พร้อมกับแจ้งความเอาผิดให้ถึงที่สุด
สนใจโฆษณา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 05.00 น.ของวันที่ 15 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้มี น.ส.ปะระนิสา ไชยนาพาณิชย์กุล อายุ 36 ปี อาชีพนักธุรกิจ กับ น.ส.ปะระนิดา ไชยนาพาณิชย์กุล อายุ 22 ปี แอร์โฮสเตสฝึกงาน ประจำสายการบินไทย สองพี่น้องเจ้าร้าน “นางฟ้าคาราโอเกะ” ถนนพัทยาสาย 3 ย่านพัทยากลาง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เดินทางเข้าแจ้งความกับ พ.ต.ต.พิทักษ์ เนินแสง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพัทยา ให้ดำเนินคดีกับ พ.ต.ท.นราวุธ การามหิโต สว.กก.1.บก.สส.ภ.2 กับ ร.ต.ท.จตุภูมิ ลิ้มศิริวัฒนกุล รอง สว.กก.1.บก.สส.ภ.2 พร้อมพวกอีก 5 คน ในข้อหาหน่วงเหนี่ยวกักขัง ร่วมกันพยายามกรรโชกทรัพย์ ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หลังจากทั้งหมดได้เข้าตรวจค้นที่ร้าน พร้อมกับพยายามแจ้งข้อหาค้าประเวณี และไม่มีใบอนุญาตเปิดสถานบริการ มิหนำซ้ำยังจะสั่งปลด พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. และ พล.ต.ต.อำพล บัวรับพร ผบก.ภ.จว.ชลบุรี ฐานให้การช่วยเหลืออีกด้วย

 

เกี่ยวกับกรณีนี้ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ร้านนางฟ้าคาราโอเกะ พร้อมกับสอบถามข้อเท็จจริงจาก น.ส.ปะระนิสา และได้รับการเปิดเผยว่า เมื่อเวลาประมาณ 19.30 น. วันที่ 14 ก.ค. ลูกน้องที่ร้านโทรศัพท์มาบอกว่ามีตำรวจเข้ามาจับกุม ตนกับน้องสาวจึงรีบเดินทางมาและพบกลุ่มชายฉกรรจ์รวม 5 คนอยู่ภายในร้าน ในจำนวนนี้คือ พ.ต.ท.นราวุธ การามหิโต สว.กก.1 บก.สส.ภ.2 กับ ร.ต.ท.จุตภูมิ ลิ้มศิริวัฒนกุล รอง สว.กก.1 บก.สส.ภ.2

 

เมื่อสอบถาม น.ส.ปราณี พลอยรัมน์ อายุ 25 ปี ตำแหน่งดีเจ ได้ความว่า ก่อนหน้านี้มีชายไทยคนหนึ่งเดินเข้ามาในร้าน พร้อมกับสั่งเครื่องชูกำลัง 1 ขวดและบอกว่ามานั่งรอเพื่อน ก่อนที่จะเดินเข้าไปหา น.ส.ชนิดา โชคเจริญ พนักงานเสิร์ฟ วัย 25 ปี ทำท่าพูดคุยชักชวนไปร่วมหลับนอน และเสนอค่าตัวให้จำนวน 2,000 บาท แต่ น.ส.ชนิดา ปฏิเสธ และบอกว่าร้านนี้ไม่มีการค้าประเวณี ชายคนดังกล่าวจึงนำเงินไปยัดใส่มือ น.ส.ปราณี ดีเจสาวห้าวโดยไม่ได้บอกว่าเป็นค่าอะไร ลูกน้องตนเห็นท่าไม่ดีจึงโทรศัพท์มาแจ้งให้ทราบ แต่ในขณะที่ตนกำลังเดินทางมาก็ถูกกลุ่มของ พ.ต.ท.นราวุธ ได้บุกจู่โจมเข้ามาจับกุม โดยมี ร.ต.ท.จตุภูมิ เป็นคนใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพเงินสดที่ น.ส.ปราณี กำไว้ในมือ พร้อมกับขู่ให้อยู่นิ่งๆ ห้ามขัดขืน และบังคับให้โทรศัพท์หาเดินทางกลับมาที่ร้านดังกล่าว

 

น.ส.ปะระนิสา กับ น.ส.ปะระนิดา สองพี่น้องรายนี้ยังผลัดกันเล่าเหตุการณ์ให้ฟังอีกว่า พอพวกตนมาถึงก็ถูก พ.ต.ท.นราวุธ แจ้งข้อกล่าวหาว่าร้านของตนถูกจับในข้อหาค้ามนุษย์และค้าประเวณี ตนเลยสอบถามถึงหลักฐานว่าเงินล่อซื้ออยู่ที่ไหนกับใคร ทางตำรวจเลยชี้ไปที่โต๊ะซึ่งมีเงินสดจำนวน 2,000 บาทวางอยู่ ตนเลยหันไปสอบถาม น.ส.ชนิดา ว่าขายตัวหรือไม่ ลูกน้องของตนยืนยันว่าไม่ได้ขายตัวแต่อย่างใด เงินจำนวนดังกล่าวตำรวจเป็นของตำรวจและบังคับให้พูดตามสคริปต์ หากตนเดินทางมาถึงก็ให้ชี้ตัวว่าเป็นตัวการใหญ่ในการค้าประเวณี หลังทราบเรื่องตนก็เลยโวยวายและไม่ยอมรับข้อกล่าวหา ทาง พ.ต.ท.นราวุธ จึงบอกว่าจะให้ น.ส.ชนิดา รับเป็นผู้ต้องหาคนเดียว พอเด็กได้ยินก็หน้าเสียเกิดอาการตกใจ จากนั้นตำรวจจึงหันมาถามตนว่าที่ร้านมีใบอนุญาตหรือไม่ ตนเลยบอกว่าไม่มี ปกติร้านอาหารแถบนี้ก็ไม่มีอยู่แล้ว พ.ต.ท.นราวุธ เลยแจ้งข้อหาไม่มีใบอนุญาตอีก 1 ข้อหา พร้อมกับเชิญตัวไปโรงพัก ตนจึงขอร้องให้อะลุ่มอล่วย แต่กลับถูกด่าว่าตนเองกวนตีน หัวหมอ และจะใส่กุญแจมือ ตนเลยไม่ยอมพร้อมกับดิ้นรนขัดขืน พอน้องสาวตนมาขวางทำให้สารวัตรรายนี้โมโหและง้างมือขึ้นทำท่าจะตบหน้า ตนจึงบอกว่าที่ร้านมีกล้องวงจรปิด พ.ต.ท.นราวุธ เลยไม่กล้าทำอะไร ก่อนที่จะเปรยว่า ข้อหาไม่มีใบอนุญาตกับค้าประเวณีแค่นี้มีเงิน 2-3 หมื่นบาทมาเคลียร์ก็จบแล้ว

 

ในเวลาต่อมาตนจึงโทรศัพท์ไปปรึกษาญาติผู้ใหญ่ทางภาคใต้คนหนึ่งเพื่อขอความช่วยเหลือ เนื่องจากรู้จักสนิทสนมกับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พอวางสายได้ไม่นานทาง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ได้โทรศัพท์มาหา ตนจึงเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟัง หลังจากนั้นทางท่าน ผบ.ตร.จึงขอพูดคุยกับ พ.ต.ท.นราวุธ หัวหน้าชุดจับกุม แต่ พ.ต.ท.นราวุธ ไม่ยอมคุยด้วย พร้อมกับบอกว่าตนเป็นบ้าพูดอยู่คนเดียว ถ้าเป็น ผบ.ตร.จริง ให้โทรศัพท์ไปหา พล.ต.ต.อำพล บัวรับพร ผบก.ภ.จว.ชลบุรี พล.ต.อ.จักรทิพย์ จึงบอกให้เปิดโฟนเพื่อให้ได้ยินเสียง แต่สุดท้ายแล้วนายตำรวจสังกัด บก.สส.ภ.2 คนนี้ก็ยังไม่เชื่อว่าเป็น ผบ.ตร. ทั้งๆ ที่ได้ยินเสียงจากปลายสายแล้ว

 

ผ่านไปประมาณ 5 นาที มีสายโทรเข้ามาที่มือถือของตนพร้อมกับแนะนำตัวว่าชื่อ พล.ต.ต.อำพล บัวรับพร ผบก.ภ.จว.ชลบุรี ซึ่งได้รับคำสั่งให้มาดูแลเรื่องนี้ และขอให้เปิดโฟนพูดคุยกับหัวหน้าชุดจับกุม แต่ทางสารวัตรรายนี้กลับบอกว่าไม่ใช่เสียงของนายกู ทาง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี จึงวางสายไป ส่วนตำรวจที่ชื่อดาบหมูได้ตะโกนขึ้นมาว่า เดี๋ยวบอกว่าเป็นผู้การ เดี๋ยวบอกว่าเป็น ผบ.ตร.โทรมา ถ้าเป็น ผบ.ตร.จริงจะเอาชื่อไปลงบันทึกประจำวันด้วยว่า ผบ.ตร. ช่วยเหลือผู้กระทำผิด และปลด ผบ.ตร.ออกจากราชการ จากนั้นไม่นานก็มีคนโทรเข้ามือถือของ พ.ต.ท.นราวุธ พอเจ้าตัวรับสายและเดินออกไปพูดคุยอยู่สักพักหนึ่งก่อนที่จะเดินย้อนกลับมา และบอกลูกน้องให้ปล่อยตัวพวกตน ก่อนรีบไปขึ้นรถปิกอัพ 4 ประตู ยี่ห้อเชฟโรเล็ต ไม่ทราบทะเบียน ขับออกไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งตนคาดว่าเจ้าตัวน่าจะรู้แล้วว่าคนที่โทรมาหาตนนั้น คือ ผบ.ตร. และผู้การชลบุรีตัวจริง ตนเห็นว่าตัวเองไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ดังกล่าว

 

“ตนเรียนจบปริญญานิติศาสตร์จากสถาบันชื่อดังแห่งหนึ่ง จึงพอจะมีความรู้ด้านกฎหมายอยู่บ้าง อีกทั้งน้องสาวตนก็เคยสอบติดโรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน แต่น้องอยากจะเป็นแอร์โฮสต์เตสเหมือนที่ตนเคยเป็นในอดีตเลยสละสิทธิ์ เสียดายที่กล้องวงจรปิดที่ติดอยู่ในร้านไม่ได้บันทึกข้อมูลไว้ ไม่อย่างนั้นคงใช้เป็นหลักฐานมัดตัวจนดิ้นไม่หลุด” น.ส.ปะระนิสา กล่าว

 

อย่างไรก็ตาม เกี่ยวกับกรณีนี้ในต่อมาทาง พล.ต.ท.ธเนตร์ พิณเมืองงาม ผบช.ภ.2 ได้มีคำสั่งที่ 170/2559 สั่งย้าย พ.ต.ท.นราวุธ การามหิโต สว.กก.1 บก.สส.ภ.2 กับลูกน้องในชุดจับกุม ไปปฏิบัติราชการที่ ศปก.ตร.ภ.2 โดยขาดจากต้นสังกัดเดิมโดยไม่มีกำหนด

 

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อวันที่ 9 ส.ค.58 เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี และทหาร มทบ.14 เคยเข้าไปจับกุมนายพิทยา ไชยนา อายุ 29 ปี ชาว จ.ขอนแก่น ลูกพี่ลูกน้องของ น.ส.ปะระนิสา ที่บ้านพักเลขที่ 310/11 ภายในซอยอรุโณทัย พัทยากลาง ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี พร้อมของกลางโพยพนันฟุตบอล นอกจากนี้ได้ทำการตรวจปัสสาวะพบว่ามีสารเสพติดในร่างกาย พอ น.ส.ปะระนิสา ทราบข่าวจึงนำกลุ่มวัยรุ่นชาย-หญิงประมาณ 5-6 คน เดินทางมาที่บ้านหลังดังกล่าวพร้อมกับพยายามให้บุคคลในบ้านถ่ายคลิปการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ไว้ทั้งหมด

 

นอกจากนี้ น.ส.ปะระนิสา ยังพูดย้อนกลับไปเมื่อครั้งตนเองถูกกล่าวหาว่าพาพรรคพวกไปกดดันพูดจาไม่ดีและทะเลาะกับตำรวจ สภ.เมืองพัทยา เพื่อช่วยเหลือผู้ต้องหาที่ก่อเหตุใช้อาวุธปืนปลอมข่มขู่เอาล็อตเตอรี่ฟรีๆ จากคนพิการที่เดินมาเสนอขายให้ เหตุเกิดเมื่อ 25 ก.ค.58 ซึ่งต่อมาเจ้าตัวได้อัดคลิปวีดีโอลงในยูทูปชี้แจงว่า สาเหตุที่ทะเลาะกับตำรวจไม่ใช่เพราะเรื่องอยากให้ปล่อยผู้ต้องหาคดีนี้ แต่สาเหตุมาจากการที่ตำรวจพูดจาไม่เพราะ และมีพฤติกรรมรับส่วยจากผู้ต้องหา และผู้สื่อข่าวไม่มีจรรยาบรรณในการนำเสนอข่าว พร้อมกับบอกว่าจะฟ้องร้องดำเนินคดี จนมีการแชร์ไปในโลกสังคมโซเซียลอย่างแพร่หลายมาแล้ว

 

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์ไปหา พ.ต.ท.นราวุธ การามหิโต สว.กก.1.บก.สส.ภ.2 และได้รับการเปิดเผยว่า เบื้องต้นตนไม่อยากจะพูดอะไรมาก เพราะไม่อยากให้เกิดผลกระทบองค์กรตำรวจโดยรวม พอเป็นข่าวน้องๆที่บ้านโทรศัพท์มาบอกว่า มารดาตนเห็นภาพข่าวลูกชายของตัวเองทางหน้าหนังสือพิมพ์ถึงกับเป็นลมล้มพับไปด้วยความตกใจ พอทราบว่าแม่เป็นลมคนเป็นลูกย่อมต้องรู้สึกเสียใจและไม่สบายใจอยู่แล้ว ส่วนกรณี ผบ.ตร.โทรมานั้น เรื่องนี้ตนเองก็ไม่เคยได้มีโอกาสพบปะพูดคุยกับท่านสักที เลยไม่แน่ใจว่าเป็น ผบ.ตร.ตัวจริงหรือไม่ เพราะอาจจะมีคนอื่นโทรมาแอบอ้างก็ได้ ตนขอยืนยันว่าไม่ได้ตั้งใจลบหลู่ดูหมิ่นผู้บังคับบัญชาของตัวเอง และต้องกราบขออภัยมา ณ ที่นี้ หลังได้รับคำสั่งให้ไปช่วยราชการที่ ศปก.บช.ภ.2 ตนก็พร้อมจะปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเคร่งครัดและพร้อมที่จะพิสูจน์ตัวเอง

Reporter : ธีระรักษ์ สุทธาธิวงษ์   Photo : ธีระรักษ์ สุทธาธิวงษ์   Category : ข่าวอาชญากรรม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com