พัทยาเดลีนิวส์

12 มีนาคม 2556 :: 08:03:32 am 104119

สืบ 4 รวบแก๊งคอลเซนเตอร์จีน พร้อมผู้ต้องหา 24 คน

สืบ 4 บุกรวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกชาวจีนได้คาบ้านเช่า พร้อมผู้ต้องหาชาวจีน 24 คน
สนใจโฆษณา

กรุงเทพ ฯ – วานนี้ ( 11 มี.ค.) เมื่อเวลา 15.00 น. พ.ต.อ.สง่า กรรภิรมย์ ผกก.สส.บก.น.4 พ.ต.ท.ประทวน พวงจำปา รองผกก.สส.บก.น.4 พร้อมเจ้าหน้าที่สส.บก.น.4 นำหมายค้นศาลอาญาเลขที่ 91/2556 ลงวันที่ 11 มี.ค. เข้าค้นบ้านเลขที่ 29 ซอยรามอินทรา 6 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ หลังสืบทราบมาว่าบ้านหลังดังกล่าวมีแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกเงินคนจากประเทศจีน โดยเป้าหมายเข้ามาในซอย 50 เมตร เป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้นอยู่ในเนื้อที่ 250 ตารางวา เจ้าหน้าที่พบชาวจีน 24 คน เป็นชาย 20 คน หญิง 4 คนกำลังโทรศัพท์หลอกผู้เสียหายจากประเทศจีน จึงนำกำลังเข้าจับกุมทั้งหมดได้ทันที พร้อมยึดของกลางโทรศัพท์บ้าน 100 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 10 เครื่อง บัตรเติมเงินของประเทศจีน และมีรายชื่อคนจีนพร้อมเลขบัตรเครดิต นอกจากนี้ยังมีกระดาษเขียนวิธีการหลอกผู้เสียหายเป็นภาษาจีนอีกด้วย ในบ้านมีเตียงนอนยาวเรียงกันไป และอาหารพร้อมสรรพ

พ.ต.ท.ประทวนกล่าวว่า การจับกุมดังกล่าว เจ้าหน้าที่สืบทราบจากสายลับว่ามีคนจีนมาเช่าบ้านเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์คอยหลอกผู้เสียหายจากประเทศจีนให้โอนเงินมา โดยเมื่อประมาณเดือนตุลาคมปีที่แล้ว เจ้าหน้าที่พบว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวจีนนี้เช่าบ้านอยู่ในซอยลาดพร้าว 76 แต่เมื่อเตรียมขอหมายค้น พบว่าได้ย้ายออกไปแล้ว เจ้าหน้าที่จึงสืบสวนและเมื่อสัปดาห์ก่อนสายลับได้แจ้งว่าแก๊งดังกล่าวเช่าบ้านหลังใหม่ โดยเช่าในราคาเดือนละ 60,000 บาท ซึ่งคือบ้านในซอยดังกล่าว ทั้งนี้ชาวจีนที่ถูกจับกุมนั้น ส่วนใหญ่มีพาสปอร์ตและถือวีซ่านักท่องเที่ยว โดยส่วนใหญ่อ้างว่าถูกหลอกมาว่าจะให้มาขายของในประเทศไทย แต่เมื่อพามาถึงก็นำตัวไปที่บ้านเช่าทันที เพื่อทำงานเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ไม่ให้ออกพ้นประตูบ้าน โดยอ้างว่าจะถูกตำรวจจับ มีแม่บ้านคอยทำอาหารและดูแลทั้งหมด

พ.ต.ท.ประทวนกล่าวว่า พฤติกรรมของแก๊งดังกล่าว คล้ายกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ทั่วไปที่โทรศัพท์มาหลอกให้คนไทยหลงเชื่อและโอนเงินไป โดยแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่หลอกคนไทยจะมีศูนย์ปฏิบัติการที่ประเทศจีน แต่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่เจ้าหน้าที่จับกุมในครั้งนี้ เป็นแก๊งที่หลอกคนจีนให้โอนเงินมา จึงมีศูนย์ปฏิบัติการในประเทศไทย โดยส่วนใหญ่จะหลอกคนจีน คนฮ่องกง และคนสิงคโปร์ ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมจะมีหน้าที่โทรศัพท์คอยหลอกโน้มน้าว โดยจะทำงานกันตลอดเวลา แม้จะนอนบนเตียงเพื่อพักผ่อนก็จะมีโทรศัพท์ไว้คอยโทร.หลอกผู้เสียหายคนจีนอีกด้วย

พ.ต.ท.ประทวน กล่าวต่ออีกว่า การสอบสวนเบื้องต้นทางคนจีนที่ถูกจับกุมทั้งหมดไม่มีใครรู้จักหัวหน้าใหญ่ เนื่องจากหัวหน้าใหญ่ของแก๊งดังกล่าวจะไม่มาปรากฏตัวที่บ้าน แต่จะมีหน้าที่คอยกดเอทีเอ็มหลังจากที่ผู้เสียหายหลงเชื่อและถูกหลอกให้โอนเงินไป ขณะนี้ยังไม่สามารถสอบปากคำผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม เนื่องจากกลุ่มผู้ต้องหาเหล่านี้พูดได้เพียงภาษาจีน ไม่สามารถพูดภาษาอื่นได้ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่กำลังประสานกับทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองให้ประสานกับประเทศจีน เพื่อให้ผู้เสียหายที่ถูกหลอกได้แจ้งความและแลกเปลี่ยนข้อมูลกันกับประเทศไทย ทั้งนี้ผู้ต้องหาทั้งหมดจะถูกแจ้งความข้อหาบุคคลต่างด้าวทำงานในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนจะนำตัวไปส่งสน.บางเขน สน.ท้องที่เกิดเหตุหรือส่งสำนักงานตรวจค้นเข้าเมืองนั้น อยู่ที่การประสานงาน

พล.ต.ต. ปริญญา จันทร์สุริยา รองผบช.น. พร้อมด้วยพล.ต.ต.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต ผบก.น.4 พ.ต.อ.สง่า กรรย์ภิรมย์ ผกก.กก.สส.บก.น.4 พร้อมกำลังตำรวจฝ่ายสืบสวนนครบาล 4 เข้าทลายแก้งค์คอลเซนเตอร์ชาวจีน พร้อมกัน 2 จุด โดยจุดแรกเป็นบ้านเช่าเลขที่ 103/37 ภายใน ซอยงามวงศ์วาน30 จับกุมผู้ต้องหาชาวจีน 9 คน ไต้หวัน 10 คน และ คนพื้นที่สูงตามบัตรอนุญาติ 3 คน รวมทั้งหมด 22 คน ขณะกำลังโทรศัพท์ลวงเหยื่อ พร้อมยึดโทรศัพท์บ้าน โทรศัพท์เคลื่อนที่จำนวนหลาย10 เครื่อง ทั้งนี้บ้านหลังดังกล่าวเป็นของอดีตนักร้องชื่อดัง เชน เมืองครุฑ ซึ่งปล่อยบ้านให้เช่ามาประมาณ 3 เดือน จากการสอบถามผู้อาศัยใกล้เคียงเล่าว่าบ้านดังกล่าวไม่ค่อยมีคนเข้าออกแต่จะได้ยินเสียงทำครัวอยู่เสมอแต่ไม่ทราบว่าภายในบ้านจะมีผู้เช่าอยู่มากเช่นนี้

พล.ต.ต.ปริญญา กล่าวว่า เบื้องต้นคาดว่าอดีตนักร้องดังคงไม่ทราบว่าบ้านถูกเช่าจากแก๊งดังกล่าว โดยผู้เช่าคาดว่าเป็นผู้รับจ้างเช่าบ้านทั้ง 2 หลังและแก๊งจะโทรศัพท์จากไทยหลอกเหยื่อในเมืองจีนเท่านั้น จากการตรวจสอบบทเจรจาภาษาจีนพบว่าจะลวงเหยื่อว่าเป็นตำรวจจีนและเหยื่อมีปัญหาเกี่ยวกับบัตรเครดิตให้โอนเงินตามที่กำหนด ทั้งนี้ชุดจับกุมจะส่งผู้ต้องหาให้กับ สน.ประชาชื่น เจ้าของพื้นที่ เพื่อดำเนินคดีในข้อหา เป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาติ และคนพื้นที่สูงออกจากพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนส่งให้ ตม. ผลักดันออกนอกประเทศและทำประวัติห้ามเข้าประเทศต่อไป

ที่มา : เดลินิวส์

Photo : Internet   Category : ข่าวในประเทศ

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com