พัทยาเดลีนิวส์

01 พฤษภาคม 2553 :: 11:05:19 am 16645

สื่อไทยแถลงแดงข่มขู่ บุกรพ.จุฬาฯ บีบีซีซักมาร์คเดือด

องค์กรวิชาชีพสื่อออกแถลงประณาม "เสื้อแดง" ข่มขู่นักข่าว ผอ.รพ.จุฬาฯยันไม่ไปเจรจาเสื้อแดงที่ราชประสงค์ เพราะไม่เหมาะ คลิปบีบีซียิงคำถามเดือด-ซัก"มาร์ค"
สนใจโฆษณา

กรุงเทพฯ วานนี้ (30 เม.ย. 53) องค์กรวิชาชีพสื่อ ได้แก่ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ร่วมกันออกแถลงการณ์ ร่วมองค์กรวิชาชีพสื่อ ประณามการข่มขู่นักข่าว ในกรณีการบุกโรงพยาบาลจุฬาฯ

สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ขอประณามการกระทำของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ในการใช้พฤติกรรมข่มขู่คุกคามผู้สื่อข่าว จากกรณีการแถลงข่าวของนายจตุพร พรหมพันธ์ แกนนำ นปช. ซึ่งได้กล่าวอ้างว่า โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ มีการซ่องสุมกำลังเพื่อเตรียมสลายการชุมนุมของคนเสื้อแดง ในการแถลงข่าวดังกล่าว ผู้สื่อข่าวได้ถามกลับไปว่า มีภาพถ่ายเป็นหลักฐานหรือไม่ ว่าในโรงพยาบาลมีทหารอยู่จริง แต่สิ่งที่นักข่าวได้รับจากแกนนำ โดยเฉพาะนายจตุพร นอกจากไม่ตอบคำถามอย่างตรงไปตรงมาแล้ว ยังแสดงอารมณ์ความฉุนเฉียว คุกคาม พร้อมกับท้าว่า “ถ้าไม่เชื่อให้ไปดูพร้อมกัน” และย้ำว่านักข่าวคนนี้ต้องไปด้วยให้ได้“ ซึ่งถือได้ว่าเป็นพฤติกรรมคุกคามการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน และจับนักข่าวเป็นตัวประกันในการบุกเข้าไปในโรงพยาบาลจุฬาฯ

นอกจากนี้ ในการแถลงข่าว ได้มีการต่อสายไปยังเครื่องขยายเสียงที่เวทีปราศรัย ทำให้คำกล่าวของนายจตุพร ถูกกระจายเสียงให้ได้ยินกันทั่วพื้นที่ชุมนุมราชประสงค์ กลายเป็นชนวนชักชวนให้มวลชนเสื้อแดงให้บุกโรงพยาบาลในค่ำคืนนั้น สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย จึงขอประณามการกระทำดังกล่าว พร้อมกับเรียกร้องให้แกนนำหยุดการกระทำที่เป็นการคุกคามสื่อ และยั่วยุให้เกิดความรุนแรงดังนี้

1.ผู้สื่อข่าวไม่ใช่คู่ขัดแย้งของกลุ่มผู้ชุมนุม และการทำหน้าที่ของผู้สื่อข่าวเป็นการทำหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง ความรับผิดชอบต่อสังคม ฉะนั้นจึงขอให้แกนนำ และกลุ่มผู้ชุมนุมหยุดพฤติกรรมอันเป็นการข่มขู่ คุกคามสื่อมวลชน

2.ขอให้แกนนำปรับเปลี่ยนวิธีการแถลงข่าว โดยการถ่ายทอดเสียงออกไปยังผู้ชุมนุม เพราะนอกจากจะทำให้ผู้สื่อข่าวไม่สามารถทำหน้าที่ได้โดยอิสระแล้ว ยังถูกผู้ชุมนุมห้อมล้อม และมีการโห่ไม่พอใจหากตั้งคำถามไม่ถูกใจ ซึ่งเป็นการลิดรอนการทำหน้าที่

ทั้งนี้ ขอเป็นกำลังใจให้สื่อมวลชนทุกท่านในการทำหน้าที่ในสถานการณ์วิกฤติเช่นนี้ และขอให้หน่วยงานต้นสังกัด ตระหนักถึงความปลอดภัยของนักข่าวเป็นสำคัญ

รศ.น.พ.อดิศร ภัทราดูลย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กล่าววันที่ 1 พฤษภาคม หลังจากกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นำสิ่งกีดขวางกลับมาตั้งเป็นบังเกอร์ ติดโรงพยาบาลอีกครั้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานงานเตรียมจัดให้มีการหารือกันขึ้นในช่วงหัวค่ำ แต่ปรากฏว่าไม่มีตัวแทนหรือแกนนำ เดินทางมาหารือ เพื่อแก้ผลกระทบกับโรงพยาบาล แต่การจะให้ ตัวแทน หรือเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล เดินทางไปหารือในบริเวณพื้นที่ชุมนุมคงเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากดูไม่เหมาะสมอย่างมาก สำหรับการเปิดให้บริการทางการแพทย์ของโรงพยาบาลนั้น รศ.น.พ.อดิศร กล่าวว่า ยังไม่อาจตอบได้ว่า จะเปิดได้เมื่อไหร่ เนื่องจาก เจ้าหน้าที่ไม่กล้าเดินทางมาทำงาน โดยเฉพาะเวรดึก ไม่มีใครกล้าเข้าเวรตามปกติ ส่วนในขณะนี้ที่ทำได้ก็ต้องให้เจ้าหน้าที่ รปภ. ดูแลอาคารและประตูทุกด้านไว้ก่อน

ที่สภากาชาดไทย นายแผน วรรณเมธี เลขาธิการสภากาชาดไทย พร้อมด้วย ผู้บริหารสภากาชาดไทย และ ศ.นพ.อดิศร ภัทราดูลย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล (รพ.) จุฬาลงกรณ์ และ นส.อุษา ราชปรีชา หัวหน้าพยาบาล รพ.จุฬาฯ ร่วมแถลงข่าวการทำหน้าที่ของ รพ.จุฬาฯ หลังจากมีการบุกเข้าโรงพยาบาลเมื่อวันที่ 29 เมษายนที่ผ่านมา ขณะนี้ รพ.จุฬาฯ ยังไม่ฟ้องร้องหรือแจ้งความใด ๆ และยืนยันว่า โรงพยาบาลไม่เคยอนุญาตให้บุคคลใด ไม่ว่าจะเป็นทหาร ตำรวจ ผู้ชุมนุม เข้ามาใช้พื้นที่ของโรงพยาบาล หรือให้ที่หลบซ่อนอาศัยภายในโรงพยาบาล อย่างไรก็ตาม ต้องขอโทษประชาชน ผู้ป่วยและญาติ ที่ไม่สามารถให้บริการได้ตั้งแต่วันที่ 29 เมษายนเป็นต้นไป จนกว่าเหตุการณ์จะคลี่คลาย โดยโรงพยาบาลจะงดรับผู้ป่วยใหม่ งดการผ่าตัดกรณีที่ไม่ฉุกเฉินหรือเร่งด่วน โดยโรงพยาบาลจะให้บริการห้องฉุกเฉิน แต่จะย้ายจากตึก ภปร.ไปที่ตึกจงกลนี ชั้นล่างแทน

“รพ.จุฬา มีผู้ป่วยที่อาการหนักในห้องไอซียู และห้องซีซียู ทั้งหมด 60 ราย ซึ่งจะมีการเคลื่อนย้ายด้วย โดยการย้ายผู้ป่วย ถือว่ามีความเสี่ยงต่อผู้ป่วยมาก ฉะนั้นการย้ายต้องมีการเตรียมอุปกรณ์เครื่องมือและบุคคลากรที่ให้การดูแลอย่างดี เพื่อให้มั่นใจว่าจะปลอดภัย โดยได้ประสานรถพยาบาลเคลื่อนที่ซึ่งมีอุปกรณ์ จากศูนย์นเรนทร และโรงพยาบาลอื่น ๆ ให้รับส่ง เคลื่อนย้ายผู้ป่วยประมาณ 10-20 คัน” ศ.นพ.อดิศร กล่าวอีกว่า ขณะนี้ยังไม่รับโทรศัพท์ หรือหนังสือแสดงความขอโทษจากกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) แต่อย่างใด ซึ่งเรื่องดังกล่าว โรงพยาบาลยังไม่คิดร้องทุกข์ เอาโทษ แต่อยากขอร้องว่า อย่าเข้ามารบกวนเจ้าหน้าที่ หรือการรักษาพยาบาลอีก และอยากให้มีการถอยร่นแนวรั้วของกลุ่ม นปช. ไปอยู่ที่บริเวณแยกสารสิน เพื่อให้โรงพยาบาลสามารถทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ ถ้าเป็นไปได้อยากขอร้องกลุ่มผู้ชุมนุม 3 ข้อ คือ 1.ให้ถอยร่นห่างจากทางเข้าออกของรพ. เพื่อให้ผู้ป่วยที่ต้องการใช้ห้องฉุกเฉินเข้าออกได้สะดวก และหากเกิดเหตุฉุกเฉินจะสามารถช่วยผู้ป่วยได้อย่างเต็มที่ 2.ขอให้เลิกตรวจค้นบุคลากรของรพ. โดยหากพบว่าใครมีบัตรประจำตัวของรพ.ก็ให้อำนวยความสะดวกในการเข้าทำงาน 3.ขอให้หยุดส่งเสียงดังรบกวนคนไข้ ทั้งนี้เบื้องต้นรพ.ได้ย้ายผู้ป่วยจากตึกสูงที่ได้ผลกระทบจากเสียงอย่างมากมาอยู่ชั้นล่างของตึกต่าง ๆ เพื่อให้ได้รับผลกระทบน้อยลง

เมื่อคืนวันที่ 28 เม.ย. ที่ผ่านมา รายการฮาร์ดทอล์กของสำนักข่าวบีบีซี ประเทศอังกฤษ สัมภาษณ์พิเศษข้ามประเทศ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีไทย ถึงปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับกลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแดง ซึ่งรุนแรงมากขึ้นทุกขณะ โดยลักษณะการดำเนินรายการฮาร์ดทอล์กจะเน้นยิงคำถามอย่างตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อมแบบถึงลูกถึงคน ส่งผลให้นายอภิสิทธิ์ถูกพิธีกรยิงคำถามต้อนให้จนมุมหลายครั้งโดยเฉพาะอย่างยิ่ง คำถามที่ว่า “ถ้าคุณคิดว่าคุณคืออุปสรรคของชาติ คุณจะลงจากอำนาจหรือไม่” ซึ่งนายกฯ ไทยตอบสั้น ๆ ด้วยสีหน้าไม่สู้ดีว่า “แน่นอนครับ ผมไม่ได้ยึดเอาประโยชน์ส่วนตัวมาอยู่เหนือกว่าประโยชน์ของประเทศชาติ”

นายอภิสิทธิ์ชี้แจงด้วยว่า ปัญหาของไทยขณะนี้ไม่ได้มีเพียงแค่ความขัดแย้งทางการเมือง แต่มีมิติด้านความมั่นคงและปัญหาก่อการร้ายเข้ามาพัวพัน นอกจากนั้น ในช่วงที่พิธีกรถามจี้ว่า ปัญหาเกิดขึ้นเพราะมีคนมองว่า นายกฯ อภิสิทธิ์ได้รับประโยชน์จากเหตุยุบพรรคอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร รวมถึงเหตุรัฐประหาร 19 กันยาฯ อีกทั้งตัวนายอภิสิทธิ์เองไม่เคยต้องการให้เกิดการเลือกตั้ง ผู้นำไทยพยายามตอบชี้แจงอย่างยืดยาว ทำให้พิธีกรต้องเบรกและยิงคำถามใหม่แทรกกลางคัน ว่า จะทำอย่างไรต่อไป เพราะมีบางฝ่ายเกรงว่าจะเกิดสงครามกลางเมือง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จะให้ทุกฝ่ายช่วยกันหาทางออกทางการเมือง รวมถึงต้องมีการบังคับใช้กฎหมาย และทำให้ผู้ประท้วงกลับบ้าน พิธีกรถามต่อไปว่า มีนักวิชาการไทยเสนอว่ารัฐบาลควรต้องจัดตั้งคณะทำงานกำหนดเวลาเลือกตั้ง นายกฯ ไทยตอบว่า เราพยายามแก้ไขสถานการณ์ แต่จะยอมให้คนกลุ่มเล็ก ๆ มาข่มขู่ไม่ได้

ข่าวสด , มติชน

ภาพ ผู้จัดการ , ข่าวสด

Category : ข่าวการเมือง

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com