พัทยาเดลีนิวส์

Hilton
27 มิถุนายน 2556 :: 09:06:15 am 111451

สุดเฮี้ยน… ขี้ยาดมกาวหลังศาลเจ้าแม่ตะเคียนทอง พบเป็นผีเฝ้าหนองน้ำ

สุดเฮี้ยน....ลืออาถรรพ์ศาลเจ้าแม่ตะเคียนทอง สวนกรมหลวงชุมพร คนทำไม่ดีต้องจบชีวิต เป็นผีเฝ้าหนองน้ำ หนุ่มขี้ยาท้าความตาย ดมกาวหลังศาลเจ้าแม่ หายตัวนาน 2 วัน ก่อนพบเป็นศพลอยอืดหลังศาล เป็นรายที่ 4 รอบ 6 ปี ชาวบ้านเชื่อตัวตายตัวแทน

สัตหีบ – วันนี้ (27 มิ.ย.56) เมื่อเวลา 00.10 น. ร.ต.ท.อุบล วงศ์คำชัย ร้อยเวรสอบสวน สภ.สัตหีบ รับแจ้งพบผู้เสียชีวิตลอยน้ำ หลังศาลเจ้าแม่ตะเคียนทอง หนองน้ำสวนกรมหลวงชุมพร (หนองตะเคียน) ม.2 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.ชนพัฒน์ นวลักษณ์ ผกก.สภ.สัตหีบ พ.ต.ท.ประกอบ แสงพริ้ง รอง ผกก.ปป. ชุดสืบสวน และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย มูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถานสัตหีบ รุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุริมตลิ่งพบศพชาย ไม่ทราบอายุ และสัญชาติ ผมรองทรง ผิวแทน รูปร่างท้วม สูงประมาณ 170 ซม. และที่ต้นขาซ้ายสักรูปผีเสื้อ แต่งกายชุดคอปก สีเหลืองคาดดำ กางเกงขาสั้น สีน้ำเงิน อยู่ในสภาพนอนหงาย ลอยอืดบวมอยู่เหนือน้ำ ส่งกลิ่นเหม็นคลุ้ง และที่หน้าท้องพบถุงพลาสติกใส ภายในมีกาวยาง สีเหลือง เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 2 วัน ตรวจสอบสภาพศพ ไม่พบบาดแผล หรือร่องรอยถูกฆาตกรรม

ร.ต.ท.อุบล วงศ์คำชัย ร้อยเวรฯ กล่าวว่า ศพที่พบจากลักษณะแล้ว อาจเป็นเด็กติดยาดมสารระเหย ที่ชอบแอบมาใช้พื้นที่หลังศาลเจ้าแม่ตะเคียนทอง สูดดมสารระเหย เนื่องจากหลังตะวันตกดิน พื้นที่ดังกล่าวจะปลอดผู้คน และคาดว่า ขณะที่มีรถสายตรวจของ รปภ. ออกตรวจตราพื้นที่ ผู้ตายอาจเห็นและตกใจโดดหนีลงไปหลบซ่อนตัวในหนองน้ำ ก่อนพลาดท่าจมน้ำ จนมาพบเป็นศพลอยอืด ไม่น่าจะเป็นการฆาตกรรมอย่างแน่นอน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านในพื้นที่ได้เล่าขานถึงคามเฮี้ยนของศาลเจ้าแม่ตะเคียนทอง เดิมทีอดีตที่แห่งนี้เป็นเพียงหนองน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ ตำนานเล่าขานกันว่า กลางหนองน้ำมีตอตะเคียนขนาดใหญ่ 2 ต้นคู่กัน มีดวงวิญญาณ 2 สาว ซึ่งเป็นพี่น้องกัน มาเข้าฝันชาวบ้านว่าเป็นวิญญาณที่สถิตอยู่ที่ตอคะเคียน แต่ไม่มีใครเชื่อ จนเกิดเหตุอาเพศมีคนลงเล่นน้ำ และต้องนำชีวิตมาเซ่นสังเวยแล้วหลายราย จนชาวบ้านเชื่อกันว่า เป็นความเฮี้ยนของเจ้าแม่ตะเคียนทอง จึงได้ร่วมกับหน่วยงานดำเนินการลอกหน้าดินที่ตื้นเขิน เพื่อนำตอตะเคียนขึ้นมา แต่เกิดอุปสรรคมากมาย จนไม่สามารถนำตอตะเคียนทั้ง 2 ขึ้นมาจากน้ำได้ ในที่สุดหน่วยงานและชาวบ้าน จึงต้องร่วมกันตั้งศาลเจ้าแม่คะเคียนทองถวาย โดยตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของสวนกรมหลวงชุมพร หรือหนองตะเคียน ตั้งแต่นั้นมาเป็นเวลาหลายปีก็ไม่มีใครเสียชีวิตในหนองน้ำแห่งนี้อีกเลย

กระทั่ง ในปี 2551 ได้มีเด็กสาวอายุ 11 ขวบ แอบเข้าไปลักขโมยของในศาลเจ้าแม่ตะเคียนทอง และหายตัวไป ก่อนมาพบเป็นศพจมน้ำเสียชีวิตใกล้กับศาล รายที่ 2 เมื่อวันที่ 10 ก.ค.52 นายหอย แดงศิริ อายุ 59 ปี ได้แอบลงไปงมหอยจับปลา ที่ชาวบ้านนำมาปล่อยเพื่อสะเดาะเคราะห์ สุดท้ายก็ต้องนำชีวิตมาเซ่นสังเวย รายที่ 3 เมื่อวันที่ 19 ก.ย.54 พบศพ นายหนู (ไม่ทราบชื่อสกุลจริง ) อายุ 25 ปี หนุ่มเร่ร่อนติดสารระเหย จมน้ำเสียชีวิตหลังศาล ทุกศพล้วนจบชีวิตอย่างปริศนา ที่ต้องยุติด้วยการสันนิษฐานได้เพียง จมน้ำเสียชีวิต และรายล่าสุด ก็ถูกพบลอยอยู่จุดเดียวกับที่พบศพทั้ง 3 ก่อนหน้านี้ ทำให้ชาวบ้านร่ำลือถึงความเฮี้ยนที่ทุกรายต้องมาเสียชีวิตจุดเดียวกัน ก็คือการมาเป็นตัวตายตัวแทนกันนั่นเอง

ด้าน นายวิเชียร โพธิ์ศักดิ์ศรี อายุ 27 ปี คนพบศพ เล่าว่า หลังตะวันตกดิน ตนและเพื่อน ๆ จะมาลงงอมหอยในหนองน้ำอยู่เป็นประจำ และทราบถึงความเฮี้ยนของศาลเจ้าแม่ตะเคียนทอง ซึ่งหากผู้ใดมาทำไม่ดีในพื้นที่ของสวนกรมหลวงชุมพร เกือบทุกรายก็จะต้องพบจุดจบ ถูกพบเป็นศพจมอยู่ในหนองน้ำอย่างปริศนา ทำให้ทุกครั้งที่ลงงมหอยต้องจุดธูปขอขมาต่อเจ้าแม่ตะเคียนทอง และเสด็จเตี่ย ผู้เป็นเจ้าของพื้นที่ก่อนทุกครั้ง

Reporter : ณัฐภูมินทร์   Photo : ณัฐภูมินทร์   Category : ข่าวแวดวงสังคม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com